บาร์เซโลนา 5-1 เรอัล มาดริด : เก็บตก 5 ประเด็นที่เราเรียนรู้หลัง เอล กลาซิโก้

บาร์เซโลนา 5-1 เรอัล มาดริด : เก็บตก 5 ประเด็นที่เราเรียนรู้หลัง เอล กลาซิโก้
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

5. ปีชงของ โลเปเตกีSoccrates Images/GettyImages ถูกปลดออกจากตำแหน่งกุนซือทีมชาติ สเปน ก่อนที่ ฟุตบอลโลก จะเริ่มต้นขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากเปิดตัวรับงานซ้อนที่ เรอัล มาดริด, คีย์แมนอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ ถูกปล่อยตัวออกจากทีมอีกราว 1 เดือนให้หลัง, ไม่สามารถหาตัวแทนสตาร์ชาว โปรตุเกส ได้ ก่อนที่จะพาทีมฟอร์มร่วงกราวอันดับหล่นไปอยู่กลางตารางหลังผ่านการแข่งขันใน ลา ลีกา 10 นัด แถมถูกคู่อริยำใหญ่แบบนี้

เราคงไม่แปลกใจเท่าไหร่หาก ฆูเลน โลเปเตกี จะไม่มีชื่อเป็นนายใหญ่ของ เรอัล มาดริด อีกต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

4. บัลเบร์เด้ ได้เรียนรู้GABRIEL BOUYS/GettyImages สิ่งที่แฟน บาร์เซโลนา มักจะหงุดหงิดอยู่บ่อยครั้งภายใต้การทำทีมของ เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ คือการเน้นรูปแบบการเล่นที่รัดกุมเมื่อทีมเป็นฝ่ายได้เปรียบ ทว่าผู้เล่นในเกมรับของเขาไม่ดีพอกับการตั้งรับนัก หนึ่งในบทเรียนสำคัญของเจ้าตัวคือการออกไปถูก โรมา เขี่ยตกรอบ ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาหลังจากเก็บชัยชนะได้ในบ้านก่อนที่จะจัดทีมแบบกล้าๆ กลัวๆ ในเกมเยือนเลกที่ 2

ทว่าในเกมนี้ กุนซือชาว สเปน โยนตำราดังกล่าวของตัวเองทิ้ง ส่งเอาทีเด็ดอย่าง อุสมาน เดมเบเล ลงมาทำเกมรุกต่อเนื่องที่ริมเส้นฝั่งซ้ายในนขณะที่ทีมนำอยู่ 2-1 และกลายเป็นทีมชิงเอาโมเมนตัมกลับมาได้หลังจากถูกกดดันอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ เดมเบเล จะกลายเป็นคนแอสซิสต์ให้กับ วิดัล ทำประตูปิดท้าย

3. มาร์เซโล แบกทีมLLUIS GENE/GettyImages เป็นเรื่องเซอร์ไพรส์สุดๆ เมื่อแบ็คซ้ายชาว บราซิล กลายเป็นผู้ทำประตูให้กับ ราชันชุดขาว ติดต่อกันมา 3 นัดเข้าไปแล้ว

เกมนี้เจ้าตัวยังเป็นนักเตะที่เล่นได้ดีที่สุดของ โลส บลังโกส เติมขึ้นไปมีส่วนสำคัญทั้งกับการเซ็ตบอล, พลิกบอลหาช่องเข้าทำ กระทั่งเข้าไปอยู่ในกรอบเขตโทษเพื่อลุ้นทำประตู ก่อนที่จะสามารถเปลี่ยนโมเมนตัมให้มาอยู่กับทีมเยือนได้พักใหญ่เมื่อทำประตูตีไข่แตกในช่วงต้นครึ่งหลัง

น่าเสียดายที่เพื่อนร่วมทีมไม่สามารถคงโมเมนตัมดังกล่าวไว้ได้ก่อนที่จะโดนรัวยิงในช่วงท้ายเกม แถมเจ้าตัวยังถูกเปลี่ยนออกท้ายเกมจากปัญหาอาการบาดเจ็บ

2. คีย์แมนที่กราบซ้ายของ บาร์ซาQuality Sport Images/GettyImages กลายเป็นแบ็คซ้ายสุดอันตรายของ อาซูลกรานา ที่สามารถวิ่งตะบึงเติมเกมรุกอย่างไม่มีหมดตลอดทั้ง 90 นาที 

เจ้าตัวเป็นคนทำแอสซิสต์ให้กับ คูตินโญ เบิกประตูแรก, ผ่านบอลให้ ซัวเรซ ในกรอบเขตโทษก่อนทีมจะได้จุดโทษในจังหวะดังกล่าว, ป้องกันเกมรุกของ เรอัล มาดริด ที่คึกคักในช่วงต้นครึ่งหลังอย่างยอดเยี่ยม ก่อนจะมีส่วนเริ่มต้นกับประตู  3-1 ของทีม

1. ราชัน ไม่อาจรับมือ ซัวเรซDavid Ramos/GettyImages
หลุยส์ ซัวเรซ ประเดิมสนามใน เอล กลาซิโก้ เมื่อ 4 ปีก่อนและทำมีชื่อแอสซิสต์ได้ตั้งแต่ 10 นาทีแรกของเกมดังกล่าว ก่อนที่เจ้าตัวจะสังหารอีก 9 ประตูใน 10 นัดเมื่อพบกับ เรอัล มาดริด หลังจากนั้น ชื่อของ คริสเตียโน โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี กลับไม่ใช้ผู้ทำประตูมากที่สุดในศึกนี้นับตั้งแต่ดาวยิงชาว อุรุกวัย มีส่วนร่วม

แฮตทริคในนัดนี้รวมทั้งการรับบทบาทเป็นคีย์แมนสำคัญกับเกมรุกของ บาร์เซโลนา ช่วยยืนยันเป็นอย่างดีว่าเจ้าตัวถูกโฉลกในการดวลกับ เรอัล มาดริด เพียงใด