เก็บตกหลังเกม ! 5 ประเด็นต้องรู้หลัง โปรตุเกส เชือด อิตาลี 1-0

เก็บตกหลังเกม ! 5 ประเด็นต้องรู้หลัง โปรตุเกส เชือด อิตาลี 1-0
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

โปรตุเกส เป็นฝ่ายทำเกมได้ดีกว่า ทั้งการต่อบอลเข้าพื้นที่สุดท้าย และการเล่นเกมรับอันรัดกุม ทำให้พวกเขาเป็นฝ่ายคว้า 3 แต้มส่งท้ายฟีฟ่าเดย์ประจำเดือนนี้

ในขณะที่ อิตาลี น้ำตาร่วง แข่ง ยูฟา เนชันส์ลีก มา 2 นัดแต่ยังไม่ชนะใครเลย ลงไปอยู่อันดับสุดท้ายของกลุ่มเป็นที่เรียบร้อย

ไปดูกันว่ามีประเด็นอะไรเกิดขึ้นบ้างในเกมนัดนี้

5. อิตาลี ถ่ายเลือดใหม่Gualter Fatia/GettyImages หลังจากที่ชวดไปบอลโลกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ อิตาลี ถึงคราวถ่ายเลือดใหม่ เมื่อกุนซืออย่าง โรแบร์โต้ มันชินี ตัดสินใจเปลี่ยนนักเตะจากเกมที่เสมอ โปแลนด์ 1-1 ถึง 9 คน โดยเลือกที่จะใช้บริการชุดเดิมเพียง จอร์จินโญ กับ จานลุยจิ ดอนนารุมมา เท่านั้น

เฟเดริโก้ คิเอซา, ซิโมเน ซาซา และ ชิโร อิมโมบิเล ลงทำเกมรุก โดยมี ไบรอัน คริสตันเต้ กับ จาโคโม โบนาเวนตูรา สนับสนุน ด้านทีมรับนำโดย อเลสซานโดร โรมันโญลี จับคู่เซ็นเตอร์กับ มันเตีย คัลดารา แบ็คซ้ายขวาเป็น โเมนิโก้ คิชิโต้ กับ อันเดรีย ลาสซารี ผู้ที่เพิ่งจะลงเล่นเป็นเกมแรกเท่านั้นในนามทีมชาติ

11 ตัวจริงในเกมนี้มี ชิโร อิมโมบิเล ที่มีประสบการณ์มากที่สุด (ลงเล่น 33 นัด) และหากตัดเขาออกไปแล้ว ทั้งทีมลงเล่นรวมกันน้อยกว่า จอร์โจ้ คิเอลลินี คนเดียวเสียด้วยซ้ำ

ความไร้ประสบการณ์ของนักเตะหลาย ๆ คนส่งผลให้พวกเขาไม่สามารถต้านทายเจ้าบ้านได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มานูเอล ลาสซารี, ไบรอัน คริสตันเต้ และ เฟเดริโก้ คิเอซา ที่ช่วยอะไรทีมไม่ได้เลย และมีแต่จะทำให้แย่ลงเสียด้วยซ้ำ

ดูท่าทาง อิตาลี คงยังเข้าสู่ยุคใหม่ไม่ได้ในเร็ว ๆ นี้ และ มนชินี ต้องรีบหาวิธีแก้ไขด่วน ก่อนที่มันจะสายเกินไป ทั้งสำหรับทีมและตัวเขาเอง

4. ไม่มี คริสเตียโน ก็ไม่เป็นไรVI-Images/GettyImages การไม่มี คริสเตียโน โรนัลโด้  ส่งผลดีอย่างนึงก็คือนักเตะทีมเกมรุกกล้าที่จะเล่นตามสไตล์ของพวกเขา เกมนี้นักเตะอย่าง บรูมา, อังเดร ซิลวา และ แบร์นาโด้ ได้ประโยชน์ไปเต็ม ๆ เพราะไม่ต้องคอยมองหาแต่ คริสเตียโน ในขณะที่ เกมตรงกลางสนามอย่าง ปิซซี, เนเวส และ คาร์วัลโญ ก็มีอิสระมากขึ้นที่จะเติมเกมรุกในแบบของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม โปรตุเกส ชุดนี้ยังมีเรื่องที่ต้องระวัง เพราะแม้ว่าพวกเขาจะคุมเกมได้และมีโอกาสมากมาย แต่ความไม่คมของพวกเขาทำให้ทีมจบสกอร์ได้เพียงลูกเดียวเท่านั้นในเกมนี้ และเมื่อพิจารณาจากการที่ อิตาลี ไม่ได้ส่งชุดที่ดีที่สุดลงสนามแล้ว นี่อาจเป็นสาเหตุว่าทำไม โปรตุเกส ยังต้องการกองหน้าระดับโลกแบบ คริสเตียโน โรนัลโด้ 

3. คำเตือนถึง ซาร์รี และ เชลซีGualter Fatia/GettyImages สิ่งหนึ่งที่ อิตาลี และ เชลซี มีเหมือนกันในเกมนี้ นั่นก็คือการใช้ จอร์จินโญ เป็นตัวถ่ายบอลกลางสนาม ซึ่งแม้ว่า จอร์จินโญ จะไปได้สวยกับทีมในลอนดอน แต่กับทีมชาติ ผลงานของพวกเขาพังไม่เป็นท่า

อิตาลี ที่ใช้ระบบกลาง 4 ไม่สามารถต่อกรกับกลาง 3 ของ โปรตุเกส ได้เลย วิลเลียม คาร์วัลโย ทำหน้าที่ในการเป็นตัวกรองชั้นสุดท้ายที่แข็งแกร่ง ในขณะที่ ปิซซี และ เนเวส ก็พร้อมที่จะใช้ความเร็วเล่นเกมสวนกลับเสมอ กลับกัน อิตาลี ไม่มีใครที่เป็นกองกลางตัวตัดบอลเลยซักคน จอร์จินโญ อาจจะจ่ายบอลได้ดี แต่เขาตัดบอลคู่แข่งไม่ได้ และเมื่อคู่หูอย่าง คริสตันเต้ ก็ตัดบอลไม่ได้แล้ว เกมตรงลางของพวกเขาจึงพังเละ แถมยังทำให้ คิเอซา กับ โบนาเวนตูรา ไม่สามารถขึ้นเกมบุกได้เพราะต้องคอยลงมาช่วยเกมรับอีกด้วย

ซาร์รี เองก็รู้ดีถึงข้อจำกัดนี้ของ จอร์จินโย นั่นทำให้ เอ็นโกโล ก็องเต้ ยังคงมีบทบาทกับ เชลซี ต่อไป แต่อย่าลืมว่าเมื่อ ก็องเต้ ขยับขึ้นหน้ามากกว่าเดิม โอกาสที่เขาจะลงมาช่วยเกมรับก็มีไม่ตลอด โดยเฉพาะการโดนโจมตีจากด้านข้างจะกลายเป็นจุดอ่อนของ เชลซี ไปเลยแบบที่โดนในนัดกับ อาร์เซนอล และ นิวคาสเซิล นั่นเพราะว่า จอร์จินโญ ไม่สามารถลงมาช่วยฟูลอบ็คได้ดีเท่ากับสมัยที่ ก็องเต้ ยังเป็นมิดฟิลด์ตัวรับของทีม 

หาก ซาร์รี ยังคงมั่นใจที่จะใช้ จอร์จินโย เป็นตัวถ่ายบอลที่ เชลซี ต่อไป เขาต้องอัปเกรดเหล่าฟูลแบ็คให้แข็งกว่าเดิมด้วย ไม่อย่างนั้นทีมพวกเขาอาจจะยืนระยะลุ้นแชมป์สู้ทีมอื่นไม่ได้

2. ฟูลแบ็คคู่ใหม่ของ โปรตุเกสSoccrates Images/GettyImages หลังจากที่ โปรตุเกส ใช้ ราฟาเอล เกร์เรโร และ เซดริก ซูอาเรส ประจำการตำแหน่งแบ็คซ้ายขวามานาน ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะกำลังเสียตำแหน่งตัวจริงให้กับผู้มาทีหลังอย่าง มาริโอ รุย และ ชูเอา คันเซโล ก็เป็นได้ในอนาคตอันใกล้นี้

คันเซโล เพิ่งจะย้ายไปร่วมลีกอิตาลีกับ มาริโอ รุย หลังจากที่แจ้งเกิดกับ บาเลนเซีย และในขณะที่ตัวหลักอย่า เซดริก ฟอร์มขึ้น ๆ ลง ๆ ในฟุตบอลโลก เขาก้ได้โอกาสลงมาโชว์ฝีมือบ้าง ซึ่งก็ถือว่าใช้ได้ทีเดียว กองหลังวัย 24 ปี เติมเกมรุกช่วย แบร์นาโด้ ได้ดี ในขณะที่เกมรับก็ทำได้ทั้งสกัดบอล ตัดจังหวะการจ่ายบอล แถมยังมีจังหวะบล็อกลูกยิงของ อิตาลี ด้วย  

ในขณะที่ มาริโอ รุย นั้นเจอแรงกดดันจากเกมรุกด้านข้างน้อยกว่า ทำให้แบ็คซ้ายจาก นาโปลี ได้โอกาสเติมเกมรุกอยู่บ่อย ๆ และเขาก็ทำได้ดีในการทะลวงแนวรับที่มี มานูเอล ลาสซารี กับ มัตเตีย คัลดารา คุม

หากว่า มาริโอ รุย และ คันเซโล สามารถรักษาฟอร์มแบบในนัดนี้ไว้ได้จนจบการแข่งขัน ยูฟา เนชันส์ลีก ฤดูกาลนี้ พวกเขานี่แหละที่น่าจะได้ลงทำศึกป้องกันแชมป์จ้าวยุโรปในอีก 2 ปีข้างหน้า

1. ผลการแข่งขันคู่อื่นที่น่าสนใจImage by P' CHIN

ยูฟา เนชันส์ลีก

ลีกเอ : กลุ่ม 3

โปรตุเกส 1-0 อิตาลี (ซิลวา 48')

ลีกบี : กลุ่ม 2 

สวีเดน 2-3 ตุรกี (เธลิน 35', คลาสัน 49', ชาลฮาโนก์ลู 51', อัคบาบา 88', 90')

ลีกซี : กลุ่ม 1

สก็อตแลนด์ 2-0 แอลแบเนีย (จิมชิธี 47', เนย์สมิธ 68')

ลีกซี : กลุ่ม 4

มอนเตเนโกร 2-0 ลิธัวเนีย (ซาวิช (จุดโทษ) 34', ยานโควิช 35')

เซอร์เบีย 2-2 โรมาเนีย (มิโตรวิช 26', สตานชิว (จุดโทษ) 48', มิโตริช 63', ตูกูเดียน 68')

ลีกดี : กลุ่ม 1 

อันดอร์รา 1-1 คาซัคสถาน (ล็อกวิเนนโก้ 68', อลาเอซ 86')

 

ลีกดี : กลุ่ม 4

โคโซโว 2-0 หมู่เกาะแฟโร (เซเนลี 50', นูฮิว 54')

มอลต้า 1-1 อาเซอร์ไบจาน (อากิอุส (จุดโทษ) 10', คาลิลซาเด 26')

 

กระชับมิตร

กัมพูชา 1-3 มาเลเซีย 

คีร์กีซสถาน 2-1 ซีเรีย

คูเวต 2-2 อิรัก

บาห์เรน 0-0 จีน

ซาอุดิ อาระเบีย 2-1 โบลิเวีย

รัสเซีย 5-1 สาธารณรัฐเช็ก