เก็บตกหลังเกม ! 5 ประเด็นห้ามพลาดหลังพลพรรค สิงห์บลู คว้าชัยเหนือ สาลิกาดง

เก็บตกหลังเกม ! 5 ประเด็นห้ามพลาดหลังพลพรรค สิงห์บลู คว้าชัยเหนือ สาลิกาดง
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

5. แนวทางที่ชัดเจนของ เชลซีStu Forster/GettyImages เป็น สิงห์บลู ที่ออกสตาร์ทด้วยสไตล์การเล่นที่เน้นการครอบครองบอลในแดนของคู่ต่อสู้ พยายามต่อบอล เคลื่อนที่หาช่องเข้าทำตั้งแต่เริ่มต้น

พวกเขาจบเกมด้วยสัดส่วนการต่อบอลมากกว่าเจ้าบ้านเท่าตัว (1098-405 ครั้ง) กับการครองบอล 81-19 เปอร์เซ็นต์

4. ความหลากหลายในการโจมตีที่อาจเป็นระเบิดเวลาของ เชลซีLINDSEY PARNABY/GettyImages ต่อเนื่องจากข้อก่อนหน้า แม้พวกเขาจะเป็นฝ่ายดาหน้าบุกเข้าใส่ แต่ด้วยการแพ็คเกมรับของ นิวคาสเซิล ทำให้แนวทางดังกล่าวไม่เป็นผลจนกระทั่งเวลาล่วงเลยจนมาถึงนาทีที่ 76 ของเกมกับประตูขึ้นนำจากลูกจุดโทษของ เอเด็น อาซาร์

จริงที่พวกเขาเป็นฝ่ายครองเกมมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทว่าพื้นที่สำหรับการเข้าทำถูกปิดตายอย่างแน่นหนาจากรถบัสสองชั้นของ สาลิกาดง สิ่งที่ดูจะขาดหายไปสำหรับทีมเยือนจาก ลอนดอน คือการสลับเปลี่ยนแกนการโจมตีอย่างรวดเร็วในพื้นที่อีกด้าน, ความพยายามในการยิงไกลที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และเกมรุกด้านขวาที่ดูจะบอดสนิท

เกมรุกของ สิงห์บลู วันนี้ดูจะพึ่งความสามารถเฉพาะตัวของ อาซาร์, บอลจากแนวลึกของ จอร์จินโญ และการโอเวอร์แล็ปของ มาร์กอส อลอนโซ ซึ่งเกือบจะทำให้พวกเขากลับบ้านเพียงแต้มเดียวเสียแล้วหากไม่สามารถปลดล็อคได้ในช่วงท้ายเกม

3. กล่องดวงใจของ สิงห์บลูChris Brunskill/Fantasista/GettyImages ดาวเตะทีมชาติ อิตาลี กลายเป็นแข้งที่ทำสถิติผ่านบอลได้เยอะที่สุดในฤดูกาลนี้เมื่อผ่านเกมที่ 3 กับตัวเลขทั้งหมด 171 ครั้ง เข้าเป้า 158 ครั้ง คิดเป็น 91.3 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังนับเป็นอันดับที่ 3 ในประวัตศาสตร์ พรีเมียร์ลีก รองจาก อิลคาย กุนโดกัน (167 ครั้ง vs เชลซี, 2017/18) และ แฟร์นันดินโญ (164 ครั้ง vs เอฟเวอร์ตัน, 2017/18)

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังเป็นนักเตะที่สัมผัสบอลมากที่สุดในสนามที่ 184 ครั้ง,​ เข้าปะทะสำเร็จ 3 ครั้ง และตัดบอลได้อีก 2 ครั้งด้วยกัน 

2. พรีเมียร์ลีก กับ VAR?Alex Livesey/GettyImages การต้องเลือกระหว่างความยุติธรรมกับความลื่นไหลของเกมฟุตบอลตกเป็นเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ๆ ก่อนศึก ฟุตบอลโลก ที่ รัสเซีย ครั้งที่ผ่านมาจะเริ่มต้นขึ้น แต่ท้ายที่สุดแล้วผลของการใช้ VAR มาช่วยในการตัดสินก็ดูจะเป็นผลบวกมากกว่าการตัดสินใจอย่างมีข้อกังขา

เป็นเหตุการณ์ครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นในรอบสัปดาห์เดียวของ พรีเมียร์ลีก ที่มีการได้ประตูจากจังหวะที่น่าจะเป็นการฟาวล์ก่อนหลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียประตูด้วยลูกที่น่าจะเป็นการแฮนด์บอลไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเกมนี้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ถูกฟันศอกใส่อย่างชัดเจนกับจังหวะแย่งโหม่งกับ เดออังเดร เยดลิน ที่ริมเส้นกราบซ้ายทว่าผู้กำกับเส้นมองไม่เห็นเหตุการณ์ และนำไปสู่ประตูตีเสมอของ นิวคาสเซิล ในที่สุด

1. แมนออฟเดอะแมตช์Chris Brunskill/Fantasista/GettyImages เอเด็น อาซาร์ กลายเป็นแข้งที่ทำอันตรายต่อแนวรับของ เดอะแม็กพายส์ ได้มากที่สุดในเกมนี้โดยมีหลักฐานยืนยันจากการโดนไล่อัดของเจ้าตัวเสียน่วมตั้งแต่ต้นเกม นอกจากนี้เจ้าตัวยังทำสถิติสัมผัสบอลมากเป็นอันดับสองในเกมนี้รองจากเพียง จอร์จินโญ ที่ 134 ครั้ง

ขณะที่ประตูจากลูกจุดโทษวันนี้ทำให้เขาซัลโวให้กับ เชลซี ใน พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 70 ลูก เป็นรองเพียง ดิดิเยร์ ดร็อกบา (104 ประตู) และ แฟรงค์ แลมพาร์ด (147 ประตู เท่านั้น)