อย่าคิดว่าไม่กล้า!!

อย่าคิดว่าไม่กล้า!!
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : หลังจากศึกพรีเมียร์ลีกผ่านมาถึงสัปดาห์ที่ 25 เท่ากับว่าทุกๆ สโมสร เหลือการแข่งขันอีกเพียง 13 นัด ก็จะรู้ผลว่าใครจะอยู่ในอันดับไหนของฤดูกาล 2013-14

ซึ่งทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่สามารถมองหาชัยชนะที่ 13 ของตัวเองได้ หลังจาก เดวิด มอยส์ เข้ามาทำงานยัง "โรงละครแห่งความฝัน" ได้ราวๆ 6 เดือน หรือเรียกง่ายๆ ว่าครึ่งปี

"ปีศาจแดง" ทำผลงานชนะได้ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนเกมที่เล่นมาทั้งหมด น่าเหลือเชื่อมากครับ เพราะสโมสรที่สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ถึง 20 ครั้ง กลับชนะได้เพียงแค่ 48 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นในฤดูกาลนี้ ผมเชื่อว่าช่วงนี้ "แฟนผี" คงไม่ค่อยอยากจะเข้าไปในโซเชียลเน็ตเวิร์ค สักเท่าไหร่

ถ้าใครได้ดูเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ฟูแล่ม คงทราบกันดีว่า ลูกทีมของ เดวิด มอยส์ ต้องใช้เวลาเกือบทั้งเกมกว่าจะตีเสมอและยิงประตูขึ้นนำได้ แต่กระนั้นก็ไม่สามารถทำให้พวกเขาคว้า 3 คะแนนได้อยู่ดี เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้บอกไปว่าหาก "ฮะมอย" พาทีมแพ้ "เจ้าสัว" ขึ้นมาล่ะก็ ผมคงทนไม่ไหวเหมือนกัน พี่แกก็ไม่ยอมให้น้อยหน้าครับ วินๆ ทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายผมและฝ่าย กพม. หรือที่เรียกกันว่า กลุ่มเพื่อนมอยส์ ด้วยการเสมอมันซะเลย!!

กำลังจะจบเกมอยู่แล้ว แทนที่จะสั่งลูกทีมปิดเกม ดันไปบุกโดนสวนเป็นไงล่ะ

อย่างที่ผมบอกเมื่อสัปดาห์ก่อนเช่นเดียวกันว่า หาก "ผีแดง" ไม่สามารถทุบ "ทีมบ๊วย" ให้ตายคาบ้านตัวเองได้ พวกเขาต้องพิจารณาถึงแนวทางของทีมในอนาคตแล้ว ว่าคุณจะเอาอย่างไร กับการที่ผลงานมันออกมาแบบนี้ หลังจากเพิ่งครองความยิ่งใหญ่ด้วยการเป็นเจ้าแห่งเกาะอังกฤษยังไม่ถึงปี


และแล้วก็มีข่าวที่ไม่รู้จะเชื่อดีหรือไม่เชื่อดี ประเด็นมันอยู่ตรงที่มาจากหนังสือพิมพ์ "แมนเชสเตอร์ อีเว่นนิ่ง นิวส์" ซึ่งเป็น นสพ.ท้องถิ่น ของพวกเขาเองนี่แหละ ที่ทำให้ผมไม่กล้าฟันธงว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ข่าวที่ว่านั่นก็คือ... "บอร์ดบริหารเริ่มประชุมกันเพื่อระดมความคิดถึงแนวทางการทำทีมของกุนซือรายนี้ และอาจจะมีการสั่งปลดอีกด้วย!!"

ถ้าเฟอร์กี้กลับมาทำทีมชั่วคราวก็ถือเป็นการทำโทษที่ถือวิสาสะแต่งตั้งมอยส์ด้วยตัวเอง

โอ้วววววว....ข่าวดีของแฟนๆ หลายๆ คนเลยล่ะ แต่มันก็มีอีกประเด็นของข่าวที่ไม่ค่อยน่าเชื่อถือสักเท่าไหร่ โดยรายละเอียดได้บอกว่า "จะให้ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มาคุมจนจบฤดูกาลจนกว่าจะหากุนซือรายใหม่ได้" มันจะเป็นเรื่องจริงเท่าไหร่กันเชียว แต่สิ่งที่ผมถูกปลูกฝังมาจากการเสพข่าว คือการที่ให้เราฟังหูไว้หู โดยเฉพาะข่าวแนวนี้!


และมีคนเคยบอกผมว่า ข่าวที่เรียกว่า "ข่าวลือ" มักจะถูกต้องอยู่ประเด็นหนึ่ง และอีกประเด็นหนึ่งจะเต้ากันเองเพื่อให้ข่าวมันน่าสนใจจนบรรทัดสุดท้าย เลยทำให้ผมคิดเข้าข้างตัวเองไปต่างๆ นาๆ

คิดเสียว่า ประเด็นแรก ที่มีการประชุมถึงเรื่องปลดกุนซือเป็นเรื่องหนึ่งที่จริง ส่วนการเรียก "ป๋า" กลับมานั้นมั่ว เป็นไงครับ ตรงตามตำราเป๊ะ!

"ปลดเลยจ่ายแพงเสมอ ปลดดิ" มอยส์ ไม่ได้กล่าวไว้แต่เข้ากับรูปชะมัด

ก่อนหน้านี้ ผมเคยนั่งวิเคราะห์ว่าถ้า "ผีแดง" จัดการปลด มอยส์ ออกไป ต้องเสียเงินค่าชดเชยขนาดไหน? หาใครมาแทน? และจะเอาใครขึ้นมาคุมชั่วคราวก่อนจะหาคนแทนได้? พร้อมกับคิดตลบสุดท้ายว่าจะเป็นไปได้เหรอ?

หลายท่านที่อยู่รอบตัวผมบอกว่า มันเป็นไปได้ยาก เนื่องจากพวกเขาจะต้องเสียค่าชดเชยแพงมหาศาล เพราะตัว มอยส์ เองก็เป็นหนึ่งในกุนซือที่มีค่าจ้างเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเหมือนกัน "CV" ของเขาไม่ได้มาจากการเล่นในสนามของ เอฟเวอร์ตัน แต่มันมาจากการ "อวย" ของ "ป๋า" เพียงคนเดียว!!

ทำให้ผมมาคิดดูอีกครั้งหลังจากได้อ่านข่าวดังกล่าวจบ แล้วคิดกับตัวเองว่า จริงๆ แล้วมันก็สามารถทำได้นะ ไม่ใช่ว่าจะต้องรอให้ครบ 3 ปีก่อนแล้วค่อยปลดหรอก เพียงแต่ว่ามันควรหรือไม่ก็เท่านั้น เพราะในสัญญาที่เซ็นกันคงไม่มีการบันทึกไว้หรอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่สามารถปลดชายที่ชื่อ เดวิด มอยส์ ได้หากยังไม่ได้ทำงานครบ 1,095 วันหรือ 3 ปี

 

ไม่ได้มีแค่ในประเทศไทยแต่ป้ายกลุ่มเพื่อนมอยส์ในอังกฤษก็เพียบ

ถ้ามาชำแหละการทำงานในระบบของสโมสรฟุตบอล การที่ทำงานมาได้ 6 เดือน เพิ่งพาทีมทำแต้มพ้นหลัก 40 มาเพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น มันก็น่าคิดว่าควรอยู่หรือไป ซึ่งผมมองว่าหากเป็น เชลซี, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คงตะเพิดพี่แกไปตั้งแต่ 4-5 เดือนที่มาทำงานแล้ว แต่นี่มันมีศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่า "ประวัติศาสตร์" ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งแบ่งได้ 2 อย่างคือ 1.เกียรติประวัติของสโมสร 2.ความมั่นใจของคนที่ทำให้ทีมมีข้อแรก ซึ่งก็คือ "เฟอร์กี้" นั่นเอง

จริงๆ แล้วตระกูลเกลเซอร์ สามารถปลดกุนซือไร้ไอเดียรายนี้ได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานเลยครับ เพราะในสัญญา เขียนบอกแค่ว่า สามารถปลดได้ "โดยไม่ต้องเสียค่าชดเชย" หากผ่านไป 3 ปีโดยไม่มีแชมป์ติดมือ.....

นั่นหมายความว่า คุณสามารถไล่อีตานี่ออกเมื่อไหร่ก็ได้ หากคุณพร้อมที่จะจ่ายค่าชดเชย ซึ่งได้ข่าวกันว่าแพงมหาศาล เนื่องจากเซ็นถึง 6 ปี ผมถามจริงๆ ว่าเรารู้ได้อย่างไรว่ามันแพงมหาศาลจริง?

แต่มาคิดดูแล้ว มันคงแพงมากจริง เพราะไม่งั้น "ฮามอยส์" อาจจะโดนเด้งก่อนเข้าปฏิทินปี 2014 ก็ได้ เรื่องมันถึงคาราคาซังจนเกือบจะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วแบบนี้ คราวนี้ เมื่อไม่มีใครมาสั่งห้ามว่าคุณอย่าไล่เขาออกนะ อุปสรรคเดียวที่เกิดขึ้นคือความคุ้มค่า

หาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่น ชปล. ได้ จะส่งผลเสียหายมากกว่าค่าชดเชยมอยส์หลายเท่า

ไอ้การที่สโมสรมีระบบเป็นธุรกิจมันจึงมีความคุ้มไม่คุ้มนี่แหละครับ ทำให้ มอยส์ ยังไม่ถูกเด้งออกจากตำแหน่งเสียที ซึ่งมานั่งคิดนอนคิดดูแล้ว หากสิ่งที่นักธุรกิจมองว่าเป็นชีวิตของเขาคือ "หุ้น" มันตกลงไปจากผลงานอันย่ำแย่ของชายผู้นี้ล่ะ เขาคงจะต้องจำใจเสียเงินก้อนไป เพื่อให้เงินอากาศของเขากลับมาเป็นบวกเหมือนเดิม ก็เป็นด้ายยยยย.....


แต่กระนั้น การที่ทีมตกต่ำ มันไม่ได้เป็นแค่ มอยส์ หรือเปล่า? มันก็ต้องรับผิดชอบกันทั้งหมด อย่างที่บอกไปล้านรอบ นักเตะก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นคนที่เล่นดีหรือไม่ดีเมื่ออยู่บนสนาม แต่ถ้าพวกเขาเล่นเพื่อไล่โค้ชล่ะ มันก็มีสิทธิ์เป็นไปได้ที่นักเตะจะไม่พอใจการทำงานของสตาฟฟ์โค้ชและตัวกุนซือ

จากการที่วางแผนการซ้อมแบบโบร่ำโบราณ มันก็ไม่ใช่เรื่องดีเสียทีเดียว เนื่องจากนักเตะก็ต้องการผ่อนคลาย เตะบอลมากกว่าที่จะฟิตร่างกาย ซึ่งขนาดบรมกุนซือวัย 71 ปี ยังเข้าใจโลกเลย แต่ มอยส์ ที่อายุอ่อนกว่า 20 ปีกลับไม่เข้าใจ!!

#ยินดีต้อนรับมาต้า #การฝึกนรกแตกกำลังรอแกอยู่ #ตรงนั้นนะ

สำหรับข่าวการปลดกุนซือรายนี้ ถือว่ามันเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้อยู่บ้าง ก็แล้วแต่ความคิดของคุณผู้อ่านแต่ละท่านนะครับ ว่าเชื่อหรือไม่ หรือจะฟังหูไว้หูเสียก่อน ซึ่งบอกได้เลยนะว่ามันก็ออกได้ 3 หน้าล่ะครับ แต่หน้าที่แย่ที่สุดคือ "ผีแดง" จะไม่มีการดำเนินการอะไรต่อจากนี้เลยทั้งสิ้น และก็ยังโยนบอลสะเปะสะปะเหมือนเดิม ซึ่งผมเข้าใจดีว่า "แฟนผี" คงไม่อยากให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นซ้ำ 2 แน่นอน

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่สาวก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากได้ คือผลงานการเล่นที่ยอดเยี่ยมเท่านั้นล่ะครับ นักเตะคนไหน กุนซือคนไหนก็ด้ายยยยยย ของร้องล่ะน้าาาาาาาาาาาา!!!!

P.D.

สถิติของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมเสมอ ฟูแล่ม 2-2 ที่เรียกว่าโยนทิ้งโยนขว้าง เนื่องจากวางบอลยาว 81 ครั้ง กลับเข้าเป้าเพียง 18 หนเท่านั้น โดยสถิติที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างคือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ และเวย์น รูนี่ย์ จ่ายบอลให้กันรวม 6 ครั้งเท่านั้น ที่สำคัญคือจำนวนดังกล่าว รวมเขี่ยบอลด้วย!!

รายชื่อดังกล่าวเป็นสถิติของนักเตะที่เป็นผู้โยนบอลทั้ง 81 ครั้ง

• แอชลี่ย์ ยัง 18 ครั้ง
• ปาทริซ เอวร่า 14 ครั้ง
• เวย์น รูนี่ย์ และอัดนาน ยานาไซ 12 ครั้ง
• ฆวน มาต้า 11 ครั้ง
• ราฟาเอล ดา ซิลวา 10 ครั้ง
• ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ 2 ครั้ง
• คริส สมอลลิ่ง, ไมเคิ่ล คาร์ริค และอันโตนิโอ วาเลนเซีย 1 ครั้ง