มอง 'เบล' ในวันนี้

มอง 'เบล' ในวันนี้
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : จากนักเตะที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นตัวซวย ลงสนามเมื่อไหร่ทีมแพ้เมื่อนั้น แกเร็ธ เบล ได้กลายมาเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก ได้ลงเล่นในนามสโมสรเรอัล มาดริด สโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก กับนักเตะอันดับ 1 ของโลก อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้

แน่นอน เมื่อเบล กลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก เขาย่อมต้องโดนความกดดันมหาศาลจากค่าตัวคอยบีบ แต่ถึงตอนนี้ ต้องยอมรับว่า เบล รับมือกับมันได้ดีเลยทีเดียว

ช่วงที่เจ็บตอนแรกก็โดนสื่อสเปนเล่นงานว่ากลัวจะเหมือน วู้ดเกต ที่ย้ายมาเจ็บ

อาการบาดเจ็บทำให้ เบล นั้นเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ได้อย่างตะกุกตะกัก ลงเล่นนัด หายนัด แต่ก็มาปลดล็อกการเป็นตัวจริงในเกมกับ เซบีย่า ที่ เบล มีส่วนช่วยให้ทีม "ราชันชุดขาว" ระเบิดตาข่ายไปถึง 7 ครั้งในเกมนั้น

หลังจากวันดับ ในศึกเอล กลาซิโก เรอัล มาดริด ก็ได้เจอสูตรเกมรุกที่ลงตัวที่สุด นั่นคือ การประสานงานของ โรนัลโด้, เบล และคาริม เบนเซม่า ในเกมดังกล่าว เบล ยิงได้ 2 ประตู ผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูที่ 4 และ 5 และกลายเป็นกำลังสำคัญของ เรอัล มาดริด อย่างรวดเร็ว

บทบาทของเบลแม้จะเป็นแค่พระรอง แต่ก็เป็นพระรองที่รอขึ้นเป็นพระเอกเบอร์ 1

การมาอยู่กับ "ราชันชุดขาว" ทำให้ เบล ต้องโยกตำแหน่งของตัวเอง มายืนทางฝั่งขวา แม้จะไม่ใช่ตำแหน่งที่สร้างชื่อ แต่เขาก็ทำมันได้อย่างยอดเยี่ยม เผลอๆ จะดีกว่าตอนเล่นฝั่งซ้ายเท่านั้น

ฟุตบอลยุคใหม่ ส่วนใหญ่มักจะนิยม ปีกตัดเข้าใน ปีกขวาถนัดซ้าย จึงเป็นที่นิยม และมันก็ดูเข้ากับเบล เลยทีเดียว ในระบบ 3 ประสาน แน่นอนว่า คนที่โดดเด่นที่สุดก็คือ โรนัลโด้ แต่ เบล ก็ถือว่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เมื่อดูจากสถิติการลงสนาม 14 นัด เขามีส่วนทำให้ทีมทำได้ถึง 15 ประตู โดยแบ่งเป็นยิงเอง 8 และจ่ายให้เพื่อนยิงอัก 7

เบล ยิ่งเล่นก็ยิงดี ยิ่งเล่นก็ยิ่งมั่นใจ ถึงขั้นที่ว่า เขาสามารถแบกทีม ได้ยามที่ต้องขาดโรนัลโด้ ด้วยซ้ำ

ถ้ายังจำกันได้มีอยู่ช่วงหนึ่งที่โรนัลโด้ มีอาการบาดเจ็บที่บริเวณกล้ามเนื้อหลังเข่า ซึ่งช่วงนั้นก็เป็น เบล นี่ล่ะ ทีขึ้นมาแบกทีมเอาไว้ 2 เกมกว่า ๆ ที่ เบล ลงสนามโดยที่ไม่มีโรนัลโด้ ผลปรากฏว่า เขายิง 5 ประตู จากโอกาส 14 ครั้ง และเรอัล มาดริด ชนะ ด้วยการทำเกมละ 4 ประตู

การผสานงานเบาๆ เบล &โด้

พอ โรนัลโด้ กลับมา แน่นอนว่า บทบาทหลักจะกลับไปเป็นของ CR7 แต่ เบล ก็ถือเป็น เหมือน โรบิน ที่คอยช่วย แบทแมน ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ อังเคล ดิ มาเรีย จำต้องถอยตัวเองไปเล่นในตำแหน่ง มิดฟิลด์ ถ้าหากต้องการลงสนาม เพราะสามประสานในแนวรกของ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือของทีม เจอสูตรที่ลงตัวแล้ว นั้นคือ, โรนัลโด้, เบล และเบนเซม่า

เชลซี, แมนฯ ยูฯ, แมนฯซิตี้, ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล โดนกันมาหมด

อายุงานของ เบล ต้องบอกว่า ยังเหลืออีกเยอะ แม้ว่า ถึงตอนนี้ เขาจะยังเป็นรอง โรนัลโด้ อยู่พอสมควร แต่อนาคต เขานี่แหละ จะเป็นคนแบกทีมเรอัล มาดริด ต่อจาก โรนัลโด้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องพิสูจน์ว่า ตัวเองทำได้

ในเมื่อครั้งหนึ่ง เขาพลิกสถานภาพตัวเองจากตัวซวย มาเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก ในทีมที่ดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

แล้วทำไม สักวันเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดของโลกไม่ได้ล่ะ

The Nut