My Liverpool

My Liverpool

ฟุตบอล : ชัยชนะเหนือ สโต๊ค ซิตี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านทำให้ ลิเวอร์พูล ยังเกาะกลุ่มมีโอกาสลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นและยังเป็นครั้งแรกของพวกเขาอีกด้วยที่สามารถบุกไปเก็บชัยชนะกลับมาจาก บริทานเนีย สเตเดี้ยม ในเกมพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

นับตั้งแต่ โทนี่ พูลิส พา สโต๊ค ซิตี้ เลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่บนเวทีพรีเมียร์ลีก ทีม "ช่างปั้นหม้อ" ทีมนี้ก็มีผลงานที่ยอดเยี่ยมเสมอยามที่ได้ปักหลักในรังบริทานเนียยามที่ ลิเวอร์พูล ต้องมีโปรแกรมมาเยือน โดยในฤดูกาลนี้ สโต๊ค เปลี่ยนกุนซือจาก โทนี่ พูลิส มาเป็น มาร์ค ฮิวจ์ส อดีตกองหน้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี และยังเป็นทีมที่เสียประตูยากเหมือนเดิมยามเล่นเกมเหย้า

ลิเวอร์พูล เล่นเกมนี้อย่างมุ่งมั่นและขึ้นนำไปก่อนถึง 2-0 แต่ ปีเตอร์ เคร้าช์ และ ชาร์ลี อดัม อดีตสองเด็กเก่าของ ลิเวอร์พูล ก็ตามตีเสมอให้กับเจ้าถิ่นตีเสมอ 2-2 ได้เมื่อจบ 45 นาทีแรก ประตูแรกของ ลิเวอร์พูล นั้นมาจากการทำเข้าประตูตัวเองของ ไรอัน ชอว์ครอสส์ กองหลังกัปตันทีมเจ้าบ้านและอีกประตูจาก หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงตัวเก่งของทีม

 

หลุยส์ ซัวเรซ
ฟอร์มการทำประตูของ ซัวเรซ ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องหลังจากทำได้อีกสองประตูในเกมกับ สโต๊ค ซิตี้

ครึ่งหลัง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ยิงจุดโทษตามด้วย หลุยส์ ซัวเรซ ทำประตูที่สองของตัวเองให้ ลิเวอร์พูล หนีห่างอีกครั้งเป็น 4-2 แต่ จอน วอลเตอร์ส จุดประกายความหวังให้กับเจ้าถิ่นเมื่อไล่มาเหลือ 3-4 ก่อนที่ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่หายเจ็บและฟิตทันกลับมาช่วยทีมจะตอกย้ำชัยชนะให้กับทีมเยือนเมื่อยิงประตูปิดท้ายให้กับ ลิเวอร์พูล เอาชนะเกมนี้ไปด้วยสกอร์ 5-3 รั้งอันดับ 4 ในตารางคะแนนไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

และจากชัยชนะของ อาร์เซน่อล ที่บุกไปเฉือนชนะ แอสตัน วิลล่า ได้ในเกมมันเดย์ไนท์ทำให้ทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส มีแต้มห่างจากจ่าฝูงอยู่ 6 คะแนนรักษาความหวังที่จะทำอันดับไปเล่นในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า

การชนะ สโต๊ค อาจจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีเพราะ ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องการที่จะเกาะกลุ่มพื้นที่ยุโรปเอาไว้ให้ได้ แต่เชื่อว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส และบรรดาสตาฟฟ์ของเขาคงเห็นว่าเกมรับของพวกเขายังไม่สมบูรณ์แบบนัก สามประตูที่เสียไปในเกมนี้คือครั้งที่ 7 จาก 8 เกมหลังสุดอีกด้วยที่ทีมออกไปเล่นเกมเยือนในลีกแล้วเสียประตูให้กับคู่แข่งอย่างน้อยสองประตู

คริสเตียน เบนเตเก้
แนวรับของ ลิเวอร์พูล จะประมาทความเร็วและความแข็งแกร่งของ คริสเตียน เบนเตเก้ ไม่ได้เลย

เกมรุกที่ทำได้ดีทำให้ ลิเวอร์พูล เอาตัวรอดจากสถานการณ์เสียแต้มมาได้หลายๆครั้งในฤดูกาลนี้ และน่าจับตาดูว่าก่อนตลาดซื้อขายเดือนมกราคมจะผ่านพ้นไปนั้น พวกเขาจะคว้ากองหลังมีระดับเข้ามาช่วยอุดแนวรับให้กับทีมได้หรือไม่เพราะมันคงน่าเสียดายหากการที่เล่นได้ดีในฤดูกาลนี้จะไม่ได้รับผลแห่งความพยายามเป็นการกลับคืนสู่ แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง

สำหรับโปรแกรมเกมลีกเกมต่อไปของ ลิเวอร์พูล ถือว่าไม่หนักจนเกินไปเมื่อจะได้กลับมาเล่นในแอนฟิลด์ รอรับการมาเยือนของ แอสตัน วิลล่า ที่มีสถิติไม่ค่อยดีนักในการมาเล่นที่นี่ อย่างไรก็ดี ร็อดเจอร์ส และลูกทีมจะประมาทผู้มาเยือนไม่ได้หลังจากเคยมีบทเรียนที่เจ็บปวดมาแล้วในฤดูกาลก่อนเมื่อโดน คริสเตียน เบนเตเก้ และเพื่อนบุกมายำใหญ่แบบเซอร์ไพรส์

สตีเว่น เจอร์ราร์ด
เจอร์ราร์ด ร่วมโหวตให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คว้ารางวัลฟีฟ่า บัลลงดอร์ 2013 ไปครอง 

อย่างที่ทราบกันไปแล้วนะครับว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดดาวเตะจาก เรอัล มาดริด และทีมชาติโปรตุเกส สามารถคว้ารางวัลฟีฟ่า บัลลงดอร์ 2013 ไปครองได้สำเร็จในพิธีมอบรางวัลเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการได้รางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นครั้งที่สองของเจ้าตัวด้วยหลังจากเคยได้มาแล้วหนแรกในปี 2008

ที่น่าสนใจคือเสียงโหวตที่ โรนัลโด้ ได้รับในครั้งนี้ 1365 คะแนนที่ได้มานั้นมีการเปิดเผยว่า รอย ฮอดจ์สัน อดีตกุนซือของลิเวอร์พูลที่ปัจจุบันรั้งบังเหียนนายใหญ่ของทีมชาติอังกฤษรวมถึง สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีมชาติอังกฤษและลิเวอร์พูล ได้ลงคะแนนโหวตเลือก โรนัลโด้ ในปีนี้เป็นอันดับแรกในการโหวตที่ผู้โหวตแต่ละคนสามารถเลือกโหวตให้กับผู้เล่นได้ 3 ลำดับ

รอย ฮอดจ์สัน เลือก โรนัลโด้, อิบราฮิโมวิช และ ฟาน เพอร์ซี่ ใน 3 ลำดับของเขาขณะที่ เจอร์ราร์ด เลือก โรนัลโด้, เมสซี่ และ หลุยส์ ซัวเรซ เพื่อนร่วมทีมจากลิเวอร์พูล

Mark Suadej