Premier League Review by Mark Suradej

Premier League Review by Mark Suradej

ฟุตบอล : ตำแหน่งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกในสัปดาห์นี้ปรับเปลี่ยนมือกันอย่างสนุกหลังจาก เชลซี ผงาดขึ้นมาครองตำแหน่งนี้ในวันเสาร์เมื่อบุกไปเอาชนะ ฮัลล์ ซิตี้ ลงได้ 2-0

อย่างไรก็ดี โชเซ่ มูรินโญ่ และลูกทีมก็ครองจ่าฝูงอยู่ได้เพียงไม่เกิน 24 ชั่วโมงหลังจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่พลาดเช่นกันในการออกไปเยือน เซนต์ เจมส์ ปาร์ค

ด้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุติผลลงานอันย่ำแย่ที่แพ้ติดต่อกันมาด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ สวอนซี ไปแบบไม่ยาก ด้าน เอฟเวอร์ตัน และ ลิเวอร์พูล สองทีมจากเมอร์ซี่ย์ไซด์ไม่น้อยหน้าควงแขนกันเก็บ 3 คะแนนเช่นกัน

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2013-14 ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นโดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผานมา สถานการณ์การแย่งชิงตำแหน่งผู้นำในตารางคะแนนนั้นมีการเปลี่ยนมือกันถึงสองครั้งโดยเป็นทางด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ขึ้นมายึดตำแหน่งจ่าฝูงได้สำเร็จก่อนหน้าที่ อาร์เซน่อล จะต้องออกไปเยือน แอสตัน วิลล่า ในเกมมันเดย์ไนท์

เชลซี ภายใต้การนำทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เบียดแย่งจ่าฝูงไปจาก อาร์เซน่อล หลังพวกเขาลงเล่นในวันเสาร์และคว้า 3 แต้มออกมาจากการไปเยือน ฮัลล์ ซิตี้ ด้วยชัยชนะ 2-0 จากประตูของ เอเดน ฮาซาร์ และ เฟร์นันโด ตอร์เรส โดยชัยชนะในเกมนี้ของ เชลซี นับเป็นชัยชนะเกมที่ 8 ใน 10 เกมหลังสุดของพวกเขาด้วย

สำหรับ ปีเตอร์ เช็ก ยอดนายประตูจอมหนึบของ เชลซี เกมนี้เขาได้สร้างสถิติที่น่าสนใจขึ้นมาถึงสองอย่างโดยอย่างแรกก็คือเขาได้ทำลายสถิติเดิมของ ปีเตอร์ โบเน็ตติ อดีตนายประตูรุ่นพี่ที่เคยสร้างเอาไว้ในช่วงทศวรรษที่ 70 ด้วยการทำคลีนชีตไปแล้วเป็นเกมที่ 209 ให้กับ เชลซีในทุกรายการ

และหากจะนับเฉพาะแค่พรีเมียร์ลีกอย่างเดียว เช็ก ก็สร้างสถิติเป็นผู้รักษาประตูคนที่สองของพรีเมียร์ลีกที่ทำคลีนชีตครบ 150 เกมโดยคนแรกที่ทำได้และยังทำไว้เป็นสถิติสูงสุดคือ เดวิด เจมส์ ที่ตัวเลข 169 เกม ซึ่งหากดูจากตัวเลขแล้วคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงสำหรับ เช็ก ในการจะทำสถิติใหม่ขึ้นมาได้แน่

ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในวันเดียวกัน "แชมป์เก่า" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้กลับมาเฝ้ารังรอรับการมาเยือนของทีม "หงส์ขาว" สวอนซี โดย ยูไนเต็ด กำลังโดนบ่นอย่างหนักกับผลงานที่สะดุดแพ้ติดๆกันมาสามเกมซ้อนๆในทุกรายการ

เกมนี้ อั๊ดนาน ยานาไซจ์ ยังปั้นเกมให้กับทีมได้อย่างยอดเยี่ยมแม้เจ้าตัวจะไม่สามารถทำประตูได้แต่ก็เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพาทีมเก็บชัยชนะได้สำเร็จด้วยสกอร์ 2-0 จากประตูของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย และ แดนนี่ เวลเบ็ค รายของ เวลเบ็ค นั้นนี่เป็นการทำประตูที่ 6 ในการลงเล่นเกมลีก 6 เกมหลังสุดของเจ้าตัวอีกด้วย

ด้านประตูที่ วาเลนเซีย ทำได้ก็เป็นประตูแรกของเขาที่ทำได้ในเกมลีกที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นับตั้งแต่ทำได้หนสุดท้ายเมื่อ บ็อกซิ่งเดย์ ในปี 2011

ชัยชนะทำให้ ยูไนเต็ด ทำคะแนนไล่จี้พื้นที่ฟุตบอลถ้วยยุโรปเข้ามามากขึ้นและพวกเขาจำเป็นจะต้องรักษาความคงเส้นคงวาเอาไว้ให้ได้เพราะเป็นสิ่งที่แฟนบอลตั้งความเอาไว้สูงที่สุดในเวลานี้

ทีมหนึ่งที่น่าจับตามองไม่น้อยในฤดูกาลนี้หนีไม่พ้น "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน และชื่อของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กลายเป็นชื่อที่แฟนบอลเอฟเวอร์โตเนี่ยนพูดถึงอย่างมีความสุขหลังทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ภายใต้การนำทีมของเขาทั้งๆที่เป็นฤดูกาลแรกเท่านั้นที่อดีตกุนซือวีแกนเข้ามาทำทีม

เกมล่าสุด เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านทุบ นอริช แบบเบาะๆ 2-0 จากประตูของ แกเร็ธ แบร์รี่ และ เควิน มิรัลลาส โดยหลังชัยชนะเกมนี้ทำให้พวกเขาขยับขึ้นมาอยู่ในพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก ทันที และเชื่อว่าลูกทีมของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ จะได้เบียดลุ้นแย่งพื้นที่ไปยุโรปกับทีมหัวแถวอย่างสนุกแน่

ข้ามมาในวันอาทิตย์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีโปรแกรมไปเยือน นิวคาสเซิ่ล โดยมีโอกาสที่จะเบียด เชลซี ตกจากบัลลังก์จ่าฝูงได้หากว่าลูกทีมของ มานูเอล เปเยกรินี่ เก็บ 3 คะแนนออกมาได้สำเร็จโดยได้ประตูจาก เอดิน เชโก้ และ อัลบาโร่ เนเกรโด้ อีกครั้งหลังจากทั้งคู่เพิ่งจะทำผลงานได้ดีมาจากเกม แคปิตอล วัน คัพ กลางสัปดาห์

นอกจากตำแหน่งจ่าฝูงที่แย่งมาจาก เชลซี ได้แล้ว สองประตูจากเกมนี้ทำให้ยอดการทำประตูในซีซั่นนี้ของทีม "เรือใบสีฟ้า" เพิ่มเป็น 94 ประตูแล้วโดยเป็นตัวเลขที่มากกว่าทั้งฤดูกาลก่อนที่พวกเขาทำได้หนึ่งประตูไปแล้วด้วย โดยหากจะแบ่งเป็นพรีเมียร์ลีกอย่างเดียว ซิตี้ ของกุนซือชิลี เปเยกรินี่ ทำไปแล้ว 59 ประตู ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุดของลีกอีกด้วย

ปิดท้ายผลงานของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ไม่พลาดกับการเก็บคะแนนเพื่อรักษาช่องห่างของพวกเขากับทีมกลุ่มนำเอาไว้ได้สำเร็จหลังจากบุกไปเอาชนะ สโต๊ค ซิตี้ ถึง บริทานเนีย 5-3 และนับเป็นการบุกชนะครั้งแรกที่บ้านของ สโต๊ค ซิตี้ อีกด้วยในพรีเมียร์ลีก

5 ประตูของ ลิเวอร์พูล ในเกมนี้ได้จาก หลุยส์ ซัวเรซ สองประตู, ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หนึ่งประตู รวมถึง สตีเว่น เจอร์ราร์ด และอีกประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองของ ไรอัน ชอว์ครอสส์

แต่ถึงแม้จะได้ชัยชนะที่ต้องการแต่ ลิเวอร์พูล ก็เสียไปถึงสามประตูในเกมนี้และนี่เป็นครั้งที่ 7 ใน 8 เกมหลังสุดของพวกเขาด้วยในการออกไปเป็นเล่นเป็นทีมเยือนในพรีเมียร์ลีก

ตำแหน่งจ่าฝูงอาจมีการปรับเปลี่ยนมือได้อีกครั้งหากผลการแข่งขันในเกมมันเดย์ไนท์ออกมาเป็นชัยชนะของ อาร์เซน่อล ที่ วิลล่า ปาร์ค ซึ่งจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่พาดหัวในหน้าแรกของ ฮอตสกอร์ ที่อยู่ในมือของคุณผู้อ่านคงจะทราบกันดีแล้ว วันพรุ่งนี้กลับมาติดตามเรื่องราวของ ลิเวอร์พูล กันใน My Liverpool แล้วพบกัน สวัสดีครับ

 Mark Suradej