โคตรกุนซือ

โคตรกุนซือ
Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

แม้ว่าสมัยเป็นนักเตะ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะเป็นผู้เล่นที่ดี แต่ก็ไม่ได้รับการ ยอมรับในวงการ ว่าเป็นโคตรบอล ขั้นเวิลด์ คลาส

โปรไฟล์สมัยที่เป็นนักเตะ นั้นจัดได้ว่า ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะการขึ้นมาเป็นตัวจริงของ บาร์ซ่า ยุค เอล ดรีมทีม ที่ประสบความสำเร็จมากมาย รวมไปถึงการได้แชมป์ ยุโรป เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ด้วยวัยเพียงแค่ 20 ปี แต่ถ้าจะให้ไปเทียบกับ ชาบี หรือ อันเดรส อิเนียสต้า ในยุคนี้ ก็คงจะไม่ใช่

เป๊ป ในยุคค้าแข้งเป็นนักเตะที่วางบอลแม่น ตัดเกมฉลาดแต่ไร้คำว่าเวิลด์คลาส

ที่ชัดที่สุด ที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริงนี้ก็คือ ตอนที่ เป๊ป ประกาศไม่ต่อสัญญากับ บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2001 กลับไม่มีใครสนใจดึงตัวเขาไปร่วมทัพ ทั้ง ๆ ที่ไม่ต้องเสียค่าตัวเลยด้วยซ้ำ กว่าจะได้ทีม ก็ต้องรอเกือบสิ้นปี แถมทีมนั้นเป็น แค่ เบรสชา ซึ่งศักดินาต่างกับ บาร์ซ่า ที่เขาเป็นแกนหลักร่วมคว้าแชมป์ลีกมาแล้วถึง 6 สมัย

นั่นเป็นเรื่องสมัยเป็นนักเตะ แต่ถ้าเกิดว่า พูดถึงเรื่องการเป็นโค้ช เป๊ป ได้แสดงให้ทุกคนได้เห็นถึงความเก่งกาจของเขา ในการขึ้นมาคุมทีม บาร์เซโลน่า ชุดใหญ่ โดย 4 ฤดูกาล ระหว่างปี 2008-2012 เป๊ป ได้สร้างสถิติมหัศจรรย์ พา บาร์ซ่า คว้า 14 แชมป์ ซึ่งเป็นจำนวนแชมป์ที่ กุนซือหลายคนทำงานมาทั้งชีวิต ยังได้ไม่ถึงครึ่งจากที่ เป๊ป ทำงานมา 4 ปีด้วยซ้ำ

ตอนที่เป๊ป เข้ามารับงานคุมทัพ บาเยิร์น มิวนิค หลายคนก็คลางแคลงใจว่า เขาจะยังทำได้ดีเหมือนกับ ตอนที่อยู่กับ บาร์เซโลน่า หรือไม่ เพราะว่าสภาพแวดล้อมทุกอย่าง มันเปลี่ยนไปหมด

ที่บาร์ซ่า เขารู้ทุกซอกทุกมุมของสโมสร กินอยู่กับสโมสรมาตั้งแต่ยังเป็นเล็กๆ แต่กับที่ บาเยิร์น เขาเหมือนคนมาใหม่ ต้องมาเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แต่ตอนนี้ เชื่อว่าหลายคนคนหมดข้อกังขา ในความสามารถของ สุดยอดกุนซือคนนี้แล้วล่ะ

เคยสงสัยเหมือนกันว่า เป๊ป จะเปลี่ยนทีมที่ดีที่สุดอย่างบาเยิร์นให้ดีกว่า พี่เสือของ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส ได้ยังไง

บาเยิร์น ในยุคของ เป๊ป นั้น แตกต่างกับ ยุคของ จุ๊ปป์ ไฮยน์เกส ที่พาทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ เมื่อฤดูกาลที่แล้วโดยสิ้นเชิง แต่ก็ไม่ได้ลดลงในเรื่องของประสิทธิภาพ และเราได้เห็น บาเยิร์น มิวนิค ในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นก็คือการครองบอลเฉียดๆ 70 เปอร์เซ็นต์ ต่อเกม

แม้ว่านักเตะจะไม่เหมือนกัน จะต่างสไตล์กัน แต่ เป๊ป สามารถทำให้ ทัพ "เสือใต้" เล่นไม่ต่างอะไรกับ บาร์ซ่า ยุคทอง ที่เขาเป็นกุนซือ แม้ว่าที่นี่ เขาจะไม่มี นักเตะอันดับ 1 ของโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ เป็นลูกทีม แต่ผลงานก็ยังเหมือนกัน

จุดเด่นในระบบของ เป๊ป นั้น ไม่ใช่แค่การครองบอลเท่านั้น เพราะถ้าสังเกตุให้ดี จะเห็นได้ว่า ยามที่เสียบอล พวกเขาจะแย่งบอลกลับมาได้ทันที ซึ่ง ในจุดนี้ ทีมบาร์ซ่า ที่นับตั้งแต่ หมดยุค ของ กวาร์ดิโอล่า ไป นั้น ขาดไป

ในเมื่อเสียบอลไปแล้ว แต่เอากลับคืนมาได้เร็ว บวกการครองบอลที่ เปอร์เซ็นต์ เหนือกว่าชัดเจน ทำให้ แต่ละเกม ทีมของ เป๊ป จะมีโอกาสเสียประตูน้อยมาก และเป็นเรื่องยากมากๆ ถึงมากที่สุด กับการที่จะเพลี่ยงพล้ำให้กับทีมเล็กๆ ซึ่ง บาร์ซ่า ในยุคหลังยังมีให้เห็นบ้าง

ตอนนี้ เป๊ป ลบข้อครหาว่าไม่มีเมสซี่แล้วจะทำอะไรได้ไปหมดแล้ว

จะเห็นได้ว่า นับตั้งแต่ ได้ กวาร์ดิโอล่า เข้ามา บาเยิร์น พลาดในเกมสำคัญเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น ก็คือการพ่ายให้กับ ดอร์ทมุนด์ ในศึก ยูโรเปียน ซูเปอร์ คัพ หลังจากนั้น จนถึงตอนนี้ พวกเขาก็ยังไม่แพ้ใคร และถูกมองว่า ในลีกนั้น พวกเขาอาจจะเป็นแชมป์แบบไร้พ่ายเลยด้วยซ้ำ

ยอมรับนะครับ ว่าบางทีก็รู้สึกงงๆ กับ ตรรกะที่ว่า ที่ เป๊ป ประสบความสำเร็จ เพราะมีแต่นักเตะดีๆ เก่งจริงลองไปคุมทีมเล็ก บ้างสิ ถึงจะพิสูจน์ได้ว่า เก่งจริง

คืออยากจะบอกว่า นี่ไม่ใช่การเล่นเกมนะครับ การได้ 14 แชมป์ ใน 4 ปี มันไม่ใช่ว่าใครที่ไหนมาคุม แล้วก็จะทำได้ แล้วทำไม ทีมใหญ่ๆ เจ้าของแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่าง บาเยิร์น ต้องการตัวเป๊ป นั่นก็น่าจะพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีถึงความเก่งกาจของเขา

เมื่อนักเตะเสือใต้เข้าใจระบบของเป๊ปได้ทุกอย่างก็ไหลลื่นและดูน่ากลัวจริงๆ

ถ้าเกิดว่านักเตะดีอยู่แล้ว เอาใครมาคุมก็เป็นแชมป์ บาเยิร์น จะยอมเสียเงินแพงๆ จ้าง เป๊ป มาคุมทีมเพื่ออะไร สู้เอาใครก็ไม่รู้ ค่าจ้างถูกๆ มาไม่ดีกว่ารึไง

การคว้าแชมป์มามากมายขนาดนี้ การคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้ตั้งแต่ปีแรกที่ทำงาน ของแบบนี้ มันไม่มีคำว่าฟลุคหรอกครับ

The Nut