"บัลลงดอร์ บัลลังก์โด้"

"บัลลงดอร์ บัลลังก์โด้"

ฟุตบอล : ในความไม่เป็นกลางของคนข่าว ผมกล้าพูดเต็มปากครับว่าผมไม่ชอบ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ สักเท่าไหร่นัก ด้วยเหตุผลเดียวกับที่หลายๆคนน่าจะคิดตรงกันคือ "หมั่นไส้" ในความ "เยอะ" ของซูเปอร์สตาร์หมายเลข 7 คนนี้

ผมชอบ ลิโอเนล เมสซี่ มากกว่าในความเป็นอัจฉริยะโดยแท้ พรสวรรค์ที่ฟ้าประทานมา และการวางตัว ความประพฤติในแบบอย่างที่น่าชื่นชม ซึ่งไม่ใช่ผมคนเดียวที่คิดแบบนั้น

แม้กระทั่ง โจเซฟ เอส. แบลตเตอร์ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า เองยังแสดงทัศนะว่า "เมสซี่ เป็นเหมือนเด็กดีในครอบครัว และนั่นทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน"



ตัวโรนัลโด้ เองก็รู้ดีว่าบนโลกนี้มีคนจำนวนมากที่ไม่ชอบเขา และตัวเขาเองคิดว่าสิ่งที่ทำให้คนไม่ชอบเขานั้นเป็นเพราะเขา "หล่อ เก่ง และรวยกว่า"

อคติตรงนี้อาจมองเป็นเรื่องที่ไม่มีความหมายก็ได้ หรืออาจจะมองเป็นเรื่องที่มีความหมายก็ได้เช่นกัน

แต่เรื่องนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ โรนัลโด้ รู้สึกเจ็บปวดที่มีคนรักเมสซี่มากกว่าเขา ซึ่งสิ่งนั้นนำไปสู่การที่มีส่วนทำให้เขาพลาดรางวัลยิ่งใหญ่อย่าง บัลลงดอร์ มา 4 สมัยติดต่อกัน ทั้งๆที่ในบางครั้ง เมสซี่ เองก็ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดด้วยซ้ำ



อย่างไรก็ดี ในขณะที่ประกายแสงของเมสซี่ เริ่มดับลงด้วยอากาศบาดเจ็บ แสงของโรนัลโด้ ก็เริ่มเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

โรนัลโด้ บอกกับทุกคนว่าเขากำลังกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิต ซึ่งหากมองถึงวัย 28 ปีก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนี่เป็นวัยที่นักฟุตบอลทุกคนจะเล่นได้ดีที่สุดในชีวิต เพราะมีครบถ้วนทั้งกำลังวังชาที่ยังเหลือ ความแข็งแกร่งที่พอกพูน และประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน

ส่วนตัวผมเองเห็นด้วยครับ และถึงแม้ว่าจะไม่ชอบ แต่ไม่ใช่เราจะไม่สามารถ "ชื่นชม" กับยอดนักเตะผู้นี้ได้

ผลงานของ โรนัลโด้ เวลานี้ทำให้ผมอดคิดถึงอีกหนึ่งโรนัลโด้ ตำนานลูกหนังอีกคนไม่ได้



บางทีเราอาจจะขนานนามให้โรนัลโด้ แห่งโปรตุเกส เป็น "เอล เฟโนมีโน" ได้เหมือนกัน

ลึกๆในใจผมยังเชื่อว่า CR7 นั้นเหนือกว่า R9 ไปแล้วด้วยซ้ำ

ผลงาน 33 ประตูจาก 23 นัดในฤดูกาลนี้ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ โดยหากนับรวมปี 2013 ทั้งปี โรนัลโด้ ยิงไป 67 ลูกแล้ว

บนโลกนี้อาจมีเพียง เมสซี่ คนเดียวที่ทำได้เหนือกว่านี้

แต่ ณ เข็มนาฬิกาเดินไป ผมรู้สึกว่า โรนัลโด้ ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดตัวเองไปอีกขั้น และมีความเป็นไปได้ที่อาจจะแซงหน้า เมสซี่ ไปครึ่งก้าวด้วยซ้ำ

นอกเหนือจาก "พลังกาย" ซึ่งโรนัลโด้ เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุดในโลกในทุกด้าน

"พลังใจ" ของเขาก็ก้าวผ่านจุดสำคัญมาได้แล้ว นาทีนี้ โรนัลโด้ ไร้ความคลางแคลงสงสัยใดๆ ปมในใจกับคำถามเรื่องทำไมคนรักเมสซี่มากกว่า ไม่ใช่เรื่องสำคัญใดๆอีก



"อีโก้" และ "ความมุ่งมั่น" สุดขั้วทำให้เขาก้าวผ่านอุปสรรคทางใจเหล่านั้นไปแล้ว และนั่นทำให้ยามนี้เมื่อลงสนาม เราจะสัมผัสได้ว่า โรนัลโด้ เล่นอย่างไร้ความลังเล เล่นอย่างไร้ข้อสงสัยใดๆต่อความสามารถของตัวเองอีก

ต่อให้เมสซี่เป็นเทพยดาจากฟากฟ้า แต่โรนัลโด้ ก็เป็นยอดมนุษย์แท้ๆที่หาญกล้าท้าทายเหล่าทวยเทพ

การเติบโตของ โรนัลโด้ ทำให้กระแสเรื่องรางวัล "บัลลงดอร์" เริ่มพลิกผัน จากที่เขาไม่อยู่ในข่ายมีโอกาสได้รับรางวัล เพราะ ฟรองก์ ริเบรี่ นั้นโดดเด่นกับบาเยิร์น มิวนิค และเมสซี่ ยังคงเป็นยอดขวัญใจมหาชนอยู่เหมือนเดิม ล่าสุดกระแสต่างๆฟันธงกันชัดเจน

โรนัลโด้ สมควรกลับสู่บัลลังก์ เขาสมควรได้รับ "บัลลงดอร์" อีกครั้ง

ฟีฟ่า เองดูเหมือนจะรู้เห็นเป็นใจ สั่งให้มีการเลื่อนเส้นตายการโหวตคะแนนออกจากเดิมกลางเดือน เป็นสิ้นเดือน ซึ่งว่ากันว่าเพื่อให้คนเปลี่ยนใจมาลงคะแนนให้โรนัลโด้มากขึ้น โดยเป็นการ "แก้ตัว" จาก เซปป์ แบลตเตอร์ ที่โดนตำหนิเยอะหลังแขวะโรนัลโด้ และชื่นชมเมสซี่อย่างออกนอกหน้า



ทุกอย่างเป็นใจให้โรนัลโด้ กลับมาคว้าบัลลงดอร์ สมัยที่ 2 ของเขา

อย่างไรก็ดี ผมเชื่อว่าพิธีการประกาศรางวัลในวันที่ 13 ม.ค. ปีหน้า ไร้ความหมายใดๆสำหรับเขา เพราะมันมีนัยซ่อนเร้นอยู่จากการเคลื่อนไหวของฟีฟ่า ซึ่งทำให้รางวัลนี้ไมได้ดูบริสุทธิ์ยุติธรรมเท่าไรนัก
ได้หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

สิ่งสำคัญมากกว่านั้นและมีความหมายมากกว่านั้นคือการที่โรนัลโด้ ได้รับรู้ว่า ณ เข็มนาฬิกาเดินไป โลกทั้งใบต่างแซ่ซ้อง สดุดี กับความยอดเยี่ยมของเขา นักฟุตบอลมหัศจรรย์ชาวโปรตุเกส ผู้ก้าวผ่านทุกขีดจำกัดได้อย่างน่าชื่นชมได้กลายเป็นนักเตะอันดับหนึ่งตัวจริงในเวลานี้

สิ่งนี้มีความหมายมากกว่าโทรฟี่ลูกฟุตบอลสีทองเล็กๆนั้นมากมายนักครับ



Hot issue by ลูกแม่กิ่ง (lookmaeking@hotmail.com)