เก็บตกหลังเกม ! 7 เรื่องต้องรู้ ส่งท้ายรอบ 16 ทีม : สิงโตชนไวกิ้ง รอบ 8 ทีม

เก็บตกหลังเกม ! 7 เรื่องต้องรู้ ส่งท้ายรอบ 16 ทีม : สิงโตชนไวกิ้ง รอบ 8 ทีม
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

 

 

เป็นคืนที่แสนยาวนาน เมื่อทัพสิงโตคำรามโดนตีเสมอในช่วงทดเวลาเจ็บครึ่งหลัง ทำให้ต้องยื้อเกมกับ โคลอมเบีย ไปจนถึงการดวลจุดโทษอีกครั้ง

ก่อนที่จะเป็น จอร์แดน พิคฟอร์ด สวมบทฮีโร่ ปัดได้ 2 ลูก พา อังกฤษ ชนะ โคลอมเบีย ในการดวลโทษ 4-3 เข้าไปเจอกับ สวีเดน ที่เชือด สวิตเซอร์แลนด์ 1-0 ก่อนหน้านั้น 

ไปดูกันว่ามีอะไรที่ควรต้องรู้ในเกมวันสุดท้ายสำหรับรอบ 16 ทีมสุดท้ายกันบ้าง

7. เส้นทางสู่การเป็นดาวซัลโวIan MacNicol/GettyImages แม้จะอกหักจากตำแหน่งดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ แฮร์รี เคน โชคดีไม่น้อยที่ ซาลาห์ ตกรอบไปแล้ว และตอนนี้เขาก็เพิ่งทำประตูที่ 6 ในทัวร์นาเมนท์นี้ให้ อังกฤษ และนำเป็นดาวซัลโวสูงสุดในฟุตบอลโลก 2018 ในขณะนี้

เคน เรียกจุดโทษได้ในนาทีที่ 57 และลุกขึ้นมาสังหารเองไม่พลาด นับเป็นการยิงประตูติดต่อกัน 6 นัดที่เขาได้ลงเล่น และเป็นนักเตะอังกฤษคนแรกนับตั้งแต่ ทอมมี ลอว์ตัน ในปี 1939 โน่นเลยที่ยิงได้ 6 นัดติดแบบนี้

'เฮอร์ริเคน' ลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกและทำประตูได้เทียบเท่าตำนานอย่าง เธียร์รี อองรี, ลิโอเนล เมสซี หรือ โลธาร์ มัทเธอุส ไปแล้ว และขึ้นไปเป็นนักเตะอังกฤษที่ทำประตูในฟุตบอลโลกได้มากสุดเป็นอันดับ 2 ตามหลังจ่าฝูงอย่าง แกรี ลินิเกอร์ เพียง 4 ประตูเท่านั้น


6. โอกาสแจ้งเกิดของผู้รักษาประตูEtsuo Hara/GettyImages จบเกมรอบแบ่งกลุ่มและรอบ 16 ทีมไปแล้ว และตำแหน่งที่เฉิดฉายที่สุดในทัวร์นาเมนท์ตอนนี้เห็นจะหนีไม่พ้นผู้รักษาประตู

นับตั้งแต่ ฮันเนส ฮัลดอร์สสัน ที่เซฟลูกโทษของ เมสซี, โจ ฮยอนอู ของเกาหลีใต้ ที่เซฟอุตลุดในเกมโค่นแชมป์เก่า, อาลีเระซา บีรานวันด์ ที่ช่วย อิหร่าน เซฟแบ่งแต้มกับ โปรตุเกส, แฟร์นันโด มุสเรลา ที่พาทีมเก็บคลีนชีต 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม, โรบิน โอลเซน ที่ฟอร์มดีจน ลิเวอร์พูล สนใจ, อิกอร์ อคินเฟเยฟ ที่เซฟ 2 พารัสเซีย ชนะ สเปน, แคสเปอร์ ซไมเคิล และ ดานิเยล ซูบาซิช ที่เซฟคนละ 3 ลูกโทษ,  กิแยร์โม โอโชอา ที่เซฟเป็นว่าเล่นในเกมกับ บราซิล, จนล่าสุดคือ จอร์แดน พิคฟอร์ด ที่เซฟลูกยิงสวย ๆ ของ อูริเบ้ และ ลูกโทษอีก 2 ลูกให้ อังกฤษ พลิกเข้ารอบไปได้  ผู้รักษาประตูเหล่านี้แทบจะกลายเป็นเสน่ห์ของฟุตบอลโลกที่รัสเซียได้เลย

ในรอบต่อไปจะเหลือนายทวารตัวจริงแค่ 8 คนเท่านั้น และพูดตามตรงแล้ว เหลือแค่ อลิสซอน ที่ยังไม่ค่อยได้โชว์ฝีมือเท่าไหร่ และ กูร์กตัวส์ กับ ยอริส ที่ทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่หวังไว้ นอกนั้นถือว่าฟอร์มแจ่ม ๆ ทั้งนั้น

5. ไม่มีที่ว่างให้ทีม ‘เดอะแบก’CHRISTOPHE SIMON/GettyImages โปรตุเกส ของ คริสเตียโน โรนัลโด้ และ อาร์เจนตินา ของ ลิโอเนล เมสซี มีอันต้องจบเส้นทางของพวกเขาไว้แค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย และ สวิตเซอร์แลนด์ ของ เชอร์ดาน ชาคิรี ก็เช่นเดียวกัน  

ดาวเตะจาก สโต๊ค ซิตี้ เป็นทุกอย่างของ สวิตเซอร์แลนด์ ใน ฟุตบอลโลก ครั้งนี้ จากทักษะที่ยอดเยี่ยม ความคล่องแคล่วว่องไว และทีเด็ดทีเด็ดในบอลสุดท้ายของเขา ทว่าเมื่อ สวีเดน ตัด ชาคิรี ออกจากเกมสำเร็จ พวกเขาก็แทบจะไม่เจอกับงานยากใด ๆ เลยนอกจากจังหวะครอสหวาดเสียวแบบนับครั้งได้ และเป็นการเขี่ยทีมที่หวังพึ่งสตาร์เพียงคนเดียวตกรอบไปอีกราย  

ดูท่าเวิลด์คัพฉบับหมีขาวครั้งนี้จะเป็นทัวร์นาเมนต์สำหรับทีมที่มีการประสานงานอย่างลงตัวทั้งทีมอย่างแท้จริง

4. ฟอร์สเบิร์ก ยังมาตามนัดDaniel Malmberg/GettyImages

สตาร์จาก อาร์แบ ไลป์ซิก เป็นหนึ่งในแข้งที่กูรูหลายสำนักคาดหวังว่าจะเป็นหนึ่งในนักเตะที่แจ้งเกิดใน ฟุตบอลโลก ครั้งนี้สำเร็จ แม้ฟอร์มในรอบแบ่งกลุ่มอาจจะดูด้อยไปนิด แต่สุดท้ายแล้วคลาสฟุตบอลของเขาก็มาแผลงฤทธิ์เอาในรอบ 16 ทีมนี้  

ฟอร์สเบิร์ก เป็นแข้งที่วูบวาบที่สุดของทัพไวกิ้งในเกมนี้ จากทักษะ เทคนิคส่วนตัวของเขา และการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมุ่นในการทำเกมรุกให้กับทีม  

นอกจากนี้มันยังเป็นการสิ้นสุดระยะเวลายาวนานในการทำประตูฟุตบอลโลกครั้งนี้ เมื่อ ฟอร์สเบิร์ก สามารถมีชื่อบนสกอร์บอร์ดได้สำเร็จเป็นประตูแรกในการยิงครั้งที่ 14 ในเวิลด์คัพครั้งนี้ ไม่มีนักเตะคนใดใน รัสเซีย 2018 ที่ต้องรอคอยประตูแรกยาวนานขนาดเขา

3. สเตอร์ลิง ยังคงตีนบอดต่อไปRobbie Jay Barratt - AMA/GettyImages ในขณะที่ ฟอร์สเบิร์ก มาตามนัด แข้งที่มีสีสันที่สุดคนนึงของ แมนฯ ซิตี้ กลับทำไม่สำเร็จ ไม่ว่าจะทำประตู หรือการโชว์เทคนิคอันแพรวพราวก็ตาม

สเตอร์ลิง ถูกจับไปอบู่ในตำแหน่งหน้าต่ำ สนับสนุน แฮร์รี เคน ในการทำเกมรุก ซึ่งต้องบอกตามตรงว่านอกจากจะไม่ใช่ตำแหน่งถนัดเขาแล้ว มันยังไม่เหมาะกับเขาสุด ๆ ชนิดที่ไม่ควรต้องรอการปรับตัวอีกด้วย เขาเล่นไม่ออกเลยจริง ๆ ตรงกลาง และบ่อยครั้งต้องถ่างออกข้างแล้วตัดเข้ามาใหม่ตลอด ซึ่งนอกจากจะเสียเวลาแล้วก็ยังไม่ช่วยประโยชน์อะไรกับเพื่อนเท่าไหร่ด้วย

3 นัดเข้าไปแล้วที่ ราฮีม ได้โอกาสนี้ และเขาก็ยังไม่สามารถปรับตัวและเทคนิคของเขาให้เข้ากับระบบได้ บางที เซาธ์เกต น่าจะลองขยับเขาออกไปด้านกว้างกว่านี้หน่อย แล้วให้โอกาส แรชฟอร์ด หรือ เวลเบ็ค ในตำแหน่งหน้าต่ำบ้างจะเป็นไร

2. ขาด ฆาเมส เหมือนขาดใจMatthias Hangst/GettyImages ฆาเมส โรดริเกซ ยังคงเป็นหัวใจของเกมรุก โคลอมเบีย เหมือนเมื่อ 4 ปีที่แล้วไม่ผิดเพี้ยน แม้อดีตคู่หูที่ โมนาโก อย่าง ฟาลเกา จะกลับมาล่าตาข่ายได้แล้วในรอบนี้ก็ตาม 

ในเกมที่พวกเขาถล่ม โปแลนด์ กระจุย 3-0 หัวใจของเกมสวนกลับ โคลอมเบีย อยู่ที่สตาร์ของ บาเยิร์น มิวนิค เต็ม ๆ เขาครองบอลได้ดี เทคนิคแพรวพราว และ รู้จังหวะที่จะจ่ายบอลที่ดีที่สุด ซึ่งแม้ว่า ฟาลเกา จะยังคงเป็นดาวซัลโวของทีม แต่จากเกมนี้แสดงให้เห็นแล้วว่ามีคนยิงประตูไปก็เท่านั้นเมื่อบอลมันไม่ไปถึงกองหน้า

ตลอดครึ่งแรก เกมสวนกลับของ โคลอมเบีย ทำอะไรแนวรับ อังกฤษ ไม่ได้เลย ฟาลเกา สัมผัสบอลน้อยมาก และโอกาสยิงทั้งหมดของ โคลอมเบีย ก็ไม่มีความอันตรายอะไรทั้งนั้น เมื่อเทียบกับโอกาสที่ตรงกรอบน้อยกว่าของ อังกฤษ แต่กลับมีความน่าหวาดเสียวกว่ากันเยอะ

น่าเสียดายสำหรับ ฆาเมส เหมือนกัน เพราะถ้าหากพวกเขาผ่าน อังกฤษ ไปได้ โคลอมเบีย มีสิทธิ์สูงทีเดียวที่จะได้เข้าชิงแชมป์เป็นหนแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ

1. โอกาสของ สวีเดนVI-Images/GettyImages อังกฤษ ภูมิใจนักภูมิใจหนาในลูกเซ็ตพีซของพวกเขา โรแบร์โต้ คาร์ลอส เคยออกมาพูดก่อนหน้านี้ว่าลูกเซ็ตพีซนี่แหละจะพาทัพสิงโตทะลุเข้ารอบลึก ๆ ได้ แต่ในเกมนี้ ลูกเซ็ตพีซของอังกฤษกลับดูไร้พิษสงกว่าที่ผ่านมา

ต้องชมการแก้เกมของฝั่ง โคลอมเบีย เพราะดูท่าทางเขาจะใช้เวลาพักกว่า 4 วันที่ผ่านมาไปกับการรับมือลูกเซ็ตพีซทั้งหมด ลูกเตะมุมและฟรีคิกมากมายของ อังกฤษ หมดไปกับการที่บอลไม่สามารถเข้าหัวนักเตะ พวกเขาได้เลย มีจังหวะที่ โ๕ลอมเบีย พลาดแค่ 2-3 ครั้งเท่านั้นก็คือการเสียจุดโทษให้ เคน ในช่วงต้นครึ่งแรก กับช่วงต่อเวลาพิเศษที่ ดายเออร์ ได้เทคตัวโขกเต็ม ๆ แต่ข้ามคานออกไป

ในส่วนของเกมรับ เซาธ์เกต ค่อนข้างมั่นใจในความใหญ่ของ แม็คไกวร์ และ ความนิ่งของ สโตนส์ แต่จังหวะที่เสียประตู แม็คไกวร์ เป็นคนพลาดในการประกบ มินา ในขณะที่ สโตนส์ ก็เริ่มเสียสมาธิช่วงต่อเวลาพิเศษ 

เมื่อพิจารณาจากการแก้เกมที่ได้ผลของ โคลอมเบีย นั่นอาจทำให้ สวีเดน ได้เปรียบ กว่าที่เคย แผงแบ็คโฟร์ของ สวีเดน นั้นตัวใหญ่กว่าและเล่นลูกกลางอากาศได้ดีกว่าของ โคลอมเบีย ระบบเกมสวนกลับของพวกเขาก็ดีกว่า โคลอมเบีย โดยเฉพาะ ฟอร์สเบิร์ก ในขณะที่กองหน้าของพวกเขาอย่าง ทอยโวเนน และ เบิร์ก ก็สามารเล่นลูกกลางอากาศได้ดีกว่า ฟาลเกา และ อูริเบ้ อย่างแน่นอน ไม่เชื่อถาม เยอรมนี และ เม็กซิโก ได้

หาก อังกฤษ ไม่เตรียมตัวให้ดี เส้นทางลุ้นแชมป์สมัยที่ 2 อาจจะจบลงแค่รอบหน้าเท่านั้น