"ซีเกมส์" รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสมาคมฟุตบอลไทย

"ซีเกมส์" รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสมาคมฟุตบอลไทย

ช่วงนี้สมาคมฟุตบอลไทย มีแต่เรื่องวุ่นวาย แม้การเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปแล้ว นายกสมาคมคนเก่ารักษาเก้าอี้ของตัวเองไว้ได้ แต่ก็ตามมาด้วยข้อครหามากมายตามมา

มีบางคนต่อว่าเหล่าสโมสรที่ฟ้องท่านผู้นำวงการฟุตบอล บอกว่านายกสมาคมฟุตบอลฯ ต้องมาเดินขึ้นศาลนั้นศาลนี้ ไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับฟุตบอลจริงๆ สักที
 
ความเห็นส่วนตัวของผมมองว่า หากทุกคนมองการเลือกตั้งครั้งนี้ผ่านมามีกระบวนการทุกอย่างที่ถูกต้อง ไม่มีใครคัดค้าน เรื่องราววุ่นวายเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้นแน่นอน
 
เอาเป็นว่าก็รอติดตามแล้วกันนะครับ ว่าเรื่องยุ่งๆ ในสมาคมลูกหนังจะจบอย่างไร
 
หันมาดูเรื่องราวในสนามของฟุตบอลบ้านเรากันดีกว่า หลังจากเกมลีกจบไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ยังเหลือฟุตบอลถ้วยนัดชิงสองเกมให้แฟนบอลได้ลุ้นกันต่อ
 
รวมไปถึงทีมชาติไทยที่มีให้ติดตามกันถึง 3 ชุดในช่วง 2 เดือนนี้ ทั้งทีมแม่โขงคัพที่ไปลุยศึกพิเศษที่กัมพูชา ทีมชาติไทยชุดเอเชี่ยน คัพ ที่มีคิวลงสนามในช่วงกลางเดือนนี้กับอิหร่านและคูเวต รวมไปถึงทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ ที่มีภารกิจสำคัญที่ประเทศเมียนมาร์
 
ซึ่งพอมาดูการบริหารจัดการทีมชาติต่างๆ แล้วก็เหนื่อยใจ...(อีกแล้ว)
 
ฟุตบอลรายการพิเศษที่จัดขึ้นที่กัมพูชา ไทยรับปากเจ้าภาพว่าจะส่งทีมไปร่วมการแข่งขัน แต่มาดูโปรแกรมนัดแรกเตะวันที่ 4 พฤศจิกายน ทั้งๆ ที่เกมลีกสูงสุดนัดสุดท้ายเตะวันที่ 3 พฤศจิกายน นักเตะคนไหนสโมสรใจดีปล่อยตัวออกมาเล่นก็เป็นบุญไป แต่สโมสรไหนไม่ปล่อยก็ไม่มีสิทธิ์ไปว่าเขา เพราะฟุตบอลปาหี่แบบนี้ ใครละอยากส่งนักเตะที่พวกเขาจ่ายเงินเดือนไปร่วมแข่ง สู้เก็บไว้ใช้งานเองไม่ดีกว่าเหรอ...??
 
ทำให้เราได้เห็นทีมชาติไทยชุดเฉพาะกิจ ที่ใช้วิธีการคัดเลือกนักเตะแบบ "ขอความร่วมมือ" มากกว่าคัดตัวจาก "ฝีเท้า"
 
ลักษณะการตกปากรับคำชาวบ้าน แบบยังไม่หันมองว่าจะเอาทีมชุดไหนไปเล่นไม่ใช่เพิ่งเคยเกิดขึ้นกับสมาคมฟุตบอลไทย เพราะศึกเมอร์เดก้าคัพ ที่มาเลเซียก็ได้เห็นกันไปแล้ว ส่งทีมให้จบๆ เตะให้เสร็จๆ พอรายการใหม่มา ก็หาตัวกันใหม่ เตะเสร็จก็กระจายกันอีกรอบ โค้ชก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แล้วการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเตะและทีมชาติไทยมันจะไปอยู่ตรงไหนมิทราบ..??
 
ส่วนทีมชาติชุดเอเชี่ยนคัพ รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย ดูท่าทางจะกร่อย ตกรอบคัดเลือกเป็นครั้งที่สองติดต่อกัน เพราะอะไรน่ะเหรอครับ..?? ก็เรื่องๆ เดิม คือการบริหารจัดการนั่นไงล่ะ
 
ขึ้นชื่อว่าทีมชาติชุดใหญ่ บ้านไหนเมืองไหนก็ต้องเน้น ต้องจัดเต็มอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรายการระดับภูมิภาค ระดับทวีป หรือระดับโลก แต่กับประเทศไทยไม่ใช่ครับ
 
ทีมชุดนี้ที่ดูแลโดยโค้ชง้วน สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ เต็มไปด้วยเงื่อนไข โดยเฉพาะเรื่องการเรียกตัวนักเตะในชุดนี้จะต้องไม่ใช่ตัวผู้เล่นจากชุดซีเกมส์ เรียกง่ายๆ ว่าแยกกันชัดเจน
 
ผมถามหน่อยเพื่ออะไร..??
 
ต้องยอมรับว่านักเตะฝีเท้าดีในทีมซีเกมส์ที่สามารถเล่นในทีมชุดใหญ่ได้มีมากมายหลายคนทั้ง ธีราทร บุญมาทัน , ชนาธิป สรงกระสินธิ์ , ชาริล ชัปปุยส์ , อดิศักดิ์ ไกรษร หรือแม้กระทั่ง ชนานันท์ ป้อมบุบผา แต่กลายเป็นว่านักเตะเหล่านี้ไม่สามารถช่วยทีมชาติชุดใหญ่ ทำศึกที่สำคัญที่สุดรองจากฟุตบอลโลกได้
 
เพื่อ..??
 
หรือเพราะเป้าหมายของสมาคมฟุตบอล ต้องการคว้าแชมป์ซีเกมส์โดยไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม ต้องเอาเหรียญทองกลับมาคล้องคอให้ได้
 
ผมว่าตรรกะพวกคุณแย่แล้วล่ะครับ
 
ฟุตบอลในประเทศที่พัฒนาแล้ว นักเตะดาวรุ่งที่ขึ้นไปเล่นเป็นตัวหลักในทีมชุดใหญ่ น้อยเหลือเกินที่จะกลับลงมาเล่นในทีมระดับเยาวชน
 
สมาคมฟุตบอลให้ความสำคัญกับฟุตบอลรายการซีเกมส์มากเหลือเกิน มากกว่ารายการระดับเอเชี่ยนคัพเสียอีก ทั้งๆ ที่เราเหลือเกมในมืออีก 3 นัดที่พลาดไม่ได้สักนัด
 
จริงๆ ถ้าสมาคมอยากจะเน้นให้ซีเกมส์แข็งแกร่งและพร้อมสุดๆ ก่อนไปแข่งที่เมียนมาร์ และไหนๆ ก็จะทิ้งตั๋วรอบสุดท้ายที่ออสเตรเลียในศึกเอเชี่ยนคัพแล้ว ผมว่าคุณเอาทีมซีเกมส์ของซิโก้ไปบู๊กับอิหร่านและคูเวตเลยไม่ดีกว่าเหรอครับ จะได้มีเกมที่เข้มข้นลองทีมไปด้วยในตัว
 
ผมว่าเวิร์คกว่านะ เพราะเราก็จะเน้นแชมป์ซีเกมส์เป็นอันดับหนึ่งแล้ว ก็เอามันให้สุดไปเลย
 
ประกาศศักดาให้เต็มที่ว่าข้าคือเจ้าของเหรียญทองฟุตบอลชายแห่งภูมิภาคอาเซียน ฟีฟ่าแรงกิ้งจะเป็นยังไงไม่รับรู้ (รายการซีเกมส์ไม่คิดคะแนนสะสมอันดับโลกของฟีฟ่า) ใครจะไประดับไหนช่างมัน เพราะข้าจะเป็นจ้าวซีเกมส์สถานเดียว
 
แหม่ มันโคตรภูมิใจจริงๆ เล้ยยยย...!!


เรื่องโดย : "สุรเดช มั่นวิมล"