5 เรื่องต้องรู้ เมื่อ เนย์มาร์ ยิง 1 จ่าย 1 พา บราซิล ลิ่วรอบก่อนรองฯ

5 เรื่องต้องรู้ เมื่อ เนย์มาร์ ยิง 1 จ่าย 1 พา บราซิล ลิ่วรอบก่อนรองฯ
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

เกมที่ ซามารา ทำให้แฟนบอลแซมบ้ามีหวาดเสียวอยู่บ้าง หลัง เม็กซิโก เป็นฝ่ายโหมบุกอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง

แต่ท้ายที่สุด บราซิล ก็ยังรักษาฟอร์มแชมป์ 5 สมัยไว้ได้ เอาชนะไป 2-0 จากประตูของ เนย์มาร์ และ ฟีร์มิโน ส่งตัวแทนจากคอนคาแคฟทีมสุดท้ายกลับบ้าน

ไปดูกันว่าในเกมนี้มีอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นกันบ้าง

5. เม็กซิโก ยังล้างอาถรรพ์ไม่สำเร็จ

Reinaldo Coddou H./GettyImages

นับตั้งแต่ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่สหรัฐอเมริกาในปี 1994 เป็นต้นมา เม็กซิโก ยังไม่เคยผ่านรอบนี้ไปได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้จะเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ทุกครั้งหลังจากนั้น (รวมถึงครั้งนี้) และผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาได้ทุกครั้งก็ตาม

อาถรรพ์เริ่มจากการดวลโทษแพ้ให้กับ บัลแกเรีย 1-3 ในฟุตบอลโลก '94 หลังจากเสมอกันในช่วงต่อเวลา 1-1 ต่อมาแพ้ให้กับ เยอรมนี 1-2 ที่ฝรั่งเศส '98 แพ้ให้กับ สหรัฐอเมริกา ในปี 2002 แพ้ อาร์เจนตินา 2 ครั้ง ในปี 2006 กับ 2010 แพ้ เนเธอร์แลนด์ 1-2 ที่บราซิล ก่อนจะมาแพ้ให้กับ บราซิล 0-2  ในปีนี้ 

4. ความแตกต่างของ บราซิล และ อาร์เจนตินา

BENJAMIN CREMEL/GettyImages

แม้ เนย์มาร์ จะเป็นนักเตะระดับสุดยอดของ บราซิล และชื่อชั้นนักเตะคนอื่น ๆ ก็ไม่ต่างกับ อาร์เจนตินา เท่าไหร่ แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างทั้ง 2 ทีมก็คือการที่ บราซิล ไม่พึ่ง เนย์มาร์ มากเกินไปจนน่าเกลียด ในขณะที่ อาร์เจนตินา ดูเหมือนจะลืมไปแล้วว่านักเตะคนอื่นในทีมก็ระดับท็อปทั้งนั้น

เกมในรอบแบ่งกลุ่มของ อาร์เจนตินา ทำให้เห็นชัดเลยว่าพวกเขาใช้ทัพยากรได้ไม่คุ้มเลย ไม่ว่าใครก็ตามล้วนต้องส่งบอลให้ เมสซี ไม่ว่าจะเป็นนักเตะรับดับ อเกวโร, ดิ มาเรีย หรือ อิกวาอิน ในขณะที่ บราซิล พวกเขาไม่จำเป็นที่จะต้องมองหา เนย์มาร์ ตลอดเวลา พวกเขามีคนคอยปั้นเกมให้อย่าง เปาลินโญ หากเข้าเขตโทษไม่ได้ก็ยังมี วิลเลียน คอยทะลวง หรือ คูตินโญ คอยยิงไกล อย่างในเกมรอบแบ่งกลุ่มที่ เนย์มาร์ โดนจับตายขนาดไหน พวกเขาก็ยังยิงประตูและมีแต้มกลับมาได้ตลอด

 อาร์เจนตินา มีศักยภาพพอที่จะเป็นอย่าง บราซิล ในตอนนี้ได้สบาย ๆ หากพวกเขารู้จักกระจายหน้าที่ให้คนอื่น ๆ บ้าง แต่พูดไปตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วล่ะ

3. เม็กซิโก อันตราย แต่ไม่คมพอ

SAEED KHAN/GettyImages

เกมนี้ของ เม็กซิโก ดู ๆ ไปก็เหมือนกับเกมที่พวกเขาเจอ เยอรมนี ตั้งรับดี ๆ รอจังหวะสวนกลับ ฝากความหวังไว้ที่ปีก 2 ข้างอย่าง โลซาโน และ เวลา ซึ่งก็ทำได้ดีทีเดียวอยู่ในช่วง 25 นาทีแรก แต่ปัญหาเดิม ๆ ของพวกเขาก็ยังคงตามมาหลอกหลอน นั่นก็คือความไม่เฉียบขาดของเหล่าตัวรุก

 โลซาโน และ เวลา มีโอกาสจบสกอร์คนละ 2-3 ครั้ง แต่ทั้งหมดติดบล็อคไม่ก็ไม่ตรงกรอบ ในขณะที่ อลิสซอน มีโอกาสให้เซฟจัง ๆ แค่ครั้งเดียวเท่านั้นซึ่งก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนักเพราะบอลก็ตรงตัวเขา

 ดู ๆ ไปก็อาการเดียวกันกับเกมที่แพ้ สวีเดน 0-3 นั่นแหละ โอกาสเยอะ แต่ทำประตูไม่ได้เลย

2. คาเซมิโร โดนแบน

EMMANUEL DUNAND/GettyImages

คาเซมิโร ยืนเป็นผู้คุมเกมกลางสนามให้กับทั้ง เรอัล มาดริด และ บราวิล แบบที่ไม่เคยมีใครแทนมาก่อน แต่ในเกมกับ เม็กซิโก เขาเสียใบเหลืองเพิ่มอีก 1 ใบทั้ง ๆ ที่มีติดตัวอยู่ก่อนแล้วจากเกมแบ่งกลุ่ม ส่งผลให้ บราซิล จะไม่มี คาเซมิโร ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย

 ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใคร แฟร์นันดินโญ ยังไม่สามารถเชื่อมเกมกับ 5 ตัวรุกได้อย่าง คาเซมิโร และในตำแหน่งนี้จะมีผลต่อการเข้ารอบเซมิไฟนอลของ บราซิล อย่างแน่นอน

1. ฟีร์มิโน ยิงได้แล้ว แต่ เชซุส ยัง

MANAN VATSYAYANA/GettyImages

ศูนย์หน้าวัย 19 ปี ได้โอกาสลงตัวจริงมา 4 เกมแล้ว แต่จนถึงตอนนี้เขายังทำประตูไม่ได้ และยังทำโอกาสอันตราย ๆ ไม่ได้เลยด้วย

ในขณะที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน ถูกส่งลงสนามมาไม่ถึง 2 นาทีดี เขาสามารถทำประตูในรายการนี้ได้สำเร็จแล้ว ซึ่งต้องชมกองหน้าฟันขาวด้วยที่หาจังหวะวิ่งเข้าทำได้ดีมาก ฟีร์มิโน เลือกที่จะวิ่งตัดอ้อมหลังแนวรับ เม็กซิโก ที่อออยู่ในเขตโทษ  ก่อนจะได้โอกาสแประยะเผาขนแบบไม่มีใครประกบ ขนาดที่ว่านักเตะ เม้กซิโก ยังคิดว่าเขาล้ำหน้าด้วยซ้ำ ทั้ง ๆ ที่ออกสตาร์ทมาทีหลังด้วยซ้ำ

ความชาญฉลาดในการยืนตำแหน่งของ ฟีร์มิโน คือสิ่งที่ทำให้ ลิเวอร์พูล มีเกมรุกที่อันตรายสุด ๆ ในฤดูกาลที่ผ่านมา ในขณะที่ เชซุส ถูกครหาอยู่บ่อยครั้งในฟุตบอลโลกครั้งนี้ว่ายืนตำแหน่งไม่ได้เรื่อง ไม่ช่วยให้ทีมได้เปรียบ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับ ติเต้ แล้วว่าเขาจะยังใช้ เชซุส ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงไปถึงเมื่อไหร่กัน