Shoot 'Em Up

Shoot 'Em Up
Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : ไม่ใช่แค่กระหน่ำซัดคนเดียว 4 ประตูจนทำให้คู่แข่งต้องครางฮือ แต่นี่เล่นถึงกับต้องครวญคราง หลังแต่ละประตูของหัวหอกร่างยักษ์ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช สวยสดงดงามและทรงพลังยิ่งนัก

วีรกรรมล่าสุดของดาวยิงทีมชาติสวีเดนเพิ่งจะเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดบุกยำ อันเดอร์เลชท์ 5-0 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (23 ต.ค.) โดยประตูแรกกับประตูสุดท้ายนั้นอาจจะไม่ได้รับการพูดถึงมากนักเพราะเป็นจังหวะทั่วไปที่เห็นกันได้จนชินตา

แต่กับประตูที่ 2 ซึ่งแม้จะเป็นแค่การเข้าฮอสตามสูตร แต่จังหวะที่บอลถูกเปิดเข้ากลางมานั้นมันย้อนหลังเหลื่อมหน้าเท้าของศูนย์หน้า ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ไปนิดๆ แต่เจ้าตัวยังไวทายาทตวัดขาไขว้ยิงได้อย่างหน้าตาเฉย

จุ๊ จุ๊ จุ๊... ประตูนั้นว่าสวยแล้ว แต่พอได้เห็นประตูที่ 3 ต้องยอมรับว่า "สวยกว่า"

จังหวะซัดประตูที่ 3 "อิบรา" ง้างเท้าขวากดเต็มตีนส่งบอลพุ่งวาบติดไซด์โค้งนิดๆ บินเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงามพร้อมกับบันทึกสถิติความเร็วของลูกยิงนั้นได้ที่ 150 กม./ ชม.!!!



แรงกว่าค่าเฉลี่ยของของลูกยิงปกติเกือบ 2 เท่าเลยทีเดียว หลังข้อมูลจากเว็บไซต์ scienceofsocceronline.com ประมาณเอาไว้ว่าลูกยิงทั่วไปในจังหวะเกมปกติจะมีความเร็วอยู่ที่ราวๆ 67-70 กม./ ชม. แต่หากเป็นจุดโทษซึ่งลูกบอลหยุดนิ่งและนักเตะมีเวลาง้างเท้าแบบเต็มๆ จะอยู่ที่ราวๆ 125 กม./ ชม.

แม้จะยิงได้โคตรแรงขนาดนั้นจนนึกอยากจะยิงตอนไหนก็ยิงได้ประดุจหนึ่ง โอโซร่า ซึบาสะ พระเอกการ์ตูนลูกหนังสุดขี้โม้วาดลวดลายอยู่ในสนามด้วยตัวเองก็เถอะ

แต่ อิบราฮิโมวิช ก็อาจจะเป็นแค่น้องๆ ไปเลยหากต้องมาวัดกับนักเตะจำพวก "ยิงๆ แม่มไปเหอะ" เหล่านี้

5. โรแบร์โต้ คาร์ลอส

หากมีการจัดทำเนียบคนตีนหนักแล้วล่ะก็จะไม่พูดถึง โรแบร์โต้ คาร์ลอส อดีตแบ็กซ้ายทีมชาติบราซิลก็คงไม่ได้ แม้ลูกยิงของเจ้าตัวจะให้ความรู้สึกว่ารุนแรงระดับถอนฟันหน้าได้ฟรีๆ คาสนามฟุตบอล แต่ "บานาน่า ช็อต" ลูกยิงซึ่งเป็นไฮไลต์ในชีวิตของอดีตกองหลังตัวรุกรายนี้กลับมีความเร็วแค่เพียง 137 กม./ ชม. โดยเชื่อกันว่าหากลูกยิงซึ่งทำให้ ฟาเบียง บาร์กเตซ ผู้รักษาประตูทีมชาติฝรั่งเศสเสียสุนัขมาแล้วใน คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 1997 ไม่โค้งจนผิดธรรมชาติขนาดนั้นมันอาจจะพุ่งเร็วกว่านี้ก็เป็นได้

 

4. เดวิด เบ็คแฮม

อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษเคยได้รับการบันทึกจาก เดอะ การ์เดี้ยน สื่อชื่อดังประจำเมืองผู้ดีว่าเป็นนักเตะที่ตีนหนักไม่แพ้ใครคนหนึ่งเหมือนกัน หลังลูกยิงของเจ้าตัวซึ่งตะบันฟรีคิกปลิดวิญญาณใส่ เชลซี เมื่อเดือน ก.พ. 1997 มีความเร็วสูงถึง 157 กม./ ชม. แถมไม่ใช่แค่ลูกนี้ลูกเดียวเท่านั้นแต่ฟรีคิกลูกอื่นๆ ที่เจ้าตัวซัดๆ ไปนั้นก็ไม่ได้มีความเร็วหย่อนกว่ากันสักกี่มากน้อย

3. เดวิด เฮิร์ส

เอ่ยถึงชื่อนักเตะรายนี้มั่นใจได้เลยว่าหลายคนโดยเฉพาะแฟนๆ ลูกหนังยุคใหม่คงจะไม่รู้จักเป็นแน่แท้ เดวิด เฮิร์ส อดีตกองหน้า เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ โด่งดังในช่วงยุค '90 ซึ่งยุคนั้นเพียบแปล้ไปด้วยซูเปอร์สตาร์ และแน่นอนเจ้าตัวไม่ได้จัดอยู่ในจำพวกนั้น แต่ก็ยังอุตส่าห์แทรกตัวขึ้นมาฝากชื่อเอาไว้ในพงศาวดารลูกหนังได้ด้วยลูกยิงมหากาฬ 183 กม./ ชม.โดยมีเหยื่ออันโอชะเป็น อาร์เซน่อล ซึ่งถูกกระซวกตาข่ายเอาไว้เมื่อเดือน ก.ย. 1996

2. โรนัลด์ คูมัน

คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรให้มากมายนักสำหรับ "ร้ากกก พี่บึ้ก, ร้ากกก พี่บึ้ก" เพราะแต่ไหนแต่ไร คูมัน ก็ไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวแน่นในเกมรับเท่าไหร่อยู่แล้วแม้ตำแหน่งที่ใช้ในการทำมาหากินจะสะกดว่า "กองหลัง" ก็ตาม ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าเจ้าตัวจะรั่วเป็นบ่อน้ำมันเสียทีเดียว แถมยังมี "ฟรีคิก" เป็นอาวุธเด็ดอีกด้วย ไม่เชื่อลองถาม ซามพ์โดเรีย ดูได้ว่าลูกยิงในนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ คัพ 1991/92 ซึ่งเร็วขนาด 188 กม./ ชม.มันเป็นอย่างไร

1. รอนนี่ เฮเบอร์สัน

ใครวะ!? ไม่คุ้นชื่อยิ่งกว่า เดวิด เฮิร์ส เสียอีก แต่หากเรียก รอนนี่ เฮเบอร์สัน สั้นๆ ในชื่อปัจจุบันว่า รอนนี่ พร้อมใส่ขยายความลงไปอีกหน่อยว่าเป็นกองกลาง แฮร์ธ่า เบอร์ลิน บางคนน่าจะพอคุ้นชื่อขึ้นมาบ้าง... ยัง ยังไม่คุ้นอีก เอ้อ เอาเถอะ เอาเป็นว่าไอ้หนุ่มคือเจ้าของสถิตินักเตะที่ตีนหนักที่สุดในโลกที่มีการบันทึกกันเอาไว้ตอนนี้ด้วยความเร็วระดับ 211 กม./ ชม. โดยทำไว้เมื่อครั้งซัดฟรีคิกใส่ นาวาล สมัยที่ยังเล่นให้กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อปี 2006

นนท์