กรรมไก่

กรรมไก่
Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : กองเชียร์ "เลส์ เบลอส์" บางส่วนทำใจไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ทราบผลการจับสลากแบ่งกลุ่มเวิลด์คัพ 2014 แล้วว่าอาจจะไม่ได้ตั๋วไปแอ่วแดนกาแฟโดยอัตโนมัติ เมื่อดันมีมารที่มีเข็มขัดแชมป์โลก และแชมป์ยูโร 2 สมัยซ้อนห้อยเอวอยู่อย่าง สเปน มาเป็นเพื่อนร่วมกลุ่มไอ

ทั้งๆ ที่พวกเขาเพิ่งจะโดน "กระทิงดุ" เขี่ยตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ในยูโร 2012 ด้วยสกอร์ 0-2 พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งกุนซือเมื่อ โลร็องต์ บล็องก์ ก้าวลงจากตำแหน่ง และเป็น ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ ที่เข้ามารับงานแทน

นอกเหนือจาก สเปน แล้ว ทีมระดับ ฟินแลนด์, จอร์เจีย และเบลารุส ไม่ใช่คู่แข่งที่กองเชียร์เลือดน้ำหอมต้องกังวลใจ ดังนั้นเกมสำคัญจึงมีแค่ 2 นัดเหย้า-เยือนกับยอดทีมจากแดนกระทิงดุเท่านั้น

และพวกเขาก็แหย่ขาเข้ารอบสุดท้าย เมื่อสามารถบุกไปยันเสมอ สเปน ถึงรังได้ด้วยสกอร์ 1-1 จากลูกโหม่งของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ในช่วงทดเวลานาทีสุดท้าย ขุนพล "ตราไก่" แค่ต้องรักษาเกมของตัวเองไว้ให้ได้เท่านั้น แต่ที่สุดแล้วผลลัพธ์ก็ออกมาอย่างที่คาด เมื่อ "ลา โรฆา" บุกมายัดเยียดความปราชัยให้ถึงถิ่น 1-0 ทำให้มีแต้มตามหลังทันที 1 คะแนน

เป็นช่วงกระสุนด้านของเหล่าขุนพลตราไก่ที่ยิงยังไงก็ไม่เป็นสกอร์

ก่อนที่ ฝรั่งเศส จะทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากจากการบุกเจ๊า จอร์เจีย 0-0 เท่ากับเป็นฟางเส้นสุดท้าย เพราะตามหลังห่างถึง 3 แต้ม ในขณะที่ สเปน มีเกมกับ เบลารุส และจอร์เจีย รออยู่ ซึ่งใครจะกล้ามองว่าพวกเขาจะพลาด

การจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเป็นอันดับ 2 เท่ากับว่า ลูกหลานของ นโปเลียน จำเป็นต้องพึ่งพาการเพลย์ออฟเพื่อให้ตัวเองได้ไปอวดโฉมยังแดนละตินในกลางปีหน้า ซึ่งเรื่องดันยุ่งยากเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะจากกฎล่าสุดที่ทาง ฟีฟ่า กำหนดมานั้น 8 ทีมที่หลุดมาเพลย์ออฟ จะแบ่งเป็น 2 โถโดยเรียงลำดับจากแรงกิ้งล่าสุดของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาตินั่นเอง

กรรมจึงตกกับ "อีไก่" โดยตรง เนื่องจากพวกเขารั้งเบอร์ 25 ของโลก จึงโดนเขี่ยไปอยู่ในโถที่ 2 ทันที เพราะบรรดารองแชมป์กลุ่มที่หลุดมานั้น เขาจับจองพื้นที่ 4 อันดับแรกเรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือ โครเอเชีย (10), โปรตุเกส (11), กรีซ (12) และสวีเดน (22) ส่วนพวกที่จะต้องจับไปเคียงคู่นั้นนอกจาก ฝรั่งเศส แล้วก็เป็น ยูเครน (26), โรมาเนีย (49) และไอซ์แลนด์ (54) โดยนัดเหย้าเยือนจะมีขึ้นในวันที่ 15 และ 19 พ.ย.นี้

ถ้าจับมาเจอกับโปรตุเกสงานของขุนพลตราไก่จะไม่เหมือนกับการยักษ์เขียวเมื่อปี 2010 แน่นอน

ขุนพลลูกหนังเมืองแฟชั่น คงจะไม่ต้องกุมขมับกันแบบนี้หากว่าพวกเขาเปลี่ยนไปอยู่ในโถ 1 เพราะคู่ต่อสู้อย่าง "ตราหมากรุก", "ฝอยทอง", ดินแดนแห่งเทพนิยาย" และ "ไวกิ้ง" นั้น จัดอยู่ในประเภทสูสีอย่างยิ่ง เมื่อนำผลหลังสุดที่พวกเขาปะทะกับ 4 ทีมกายสิทธิ์นี้ ผลปรากฏว่า ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1

ชัยชนะ 2 ครั้งเกิดขึ้นใน บอลโลก 2006 ที่ได้จุดโทษของ ซีเนดีน ซีดาน พาทะลุเข้ารอบชิงดำ แต่สุดท้ายก็พ่ายการดวล 12 หลาให้กับทัพ "อัซซูรี่" อิตาลี ไปเช่นเดียวกับการอำลาสนามของ "ซิซู"

อีกหนเป็นแมตช์อุ่นแข้งกับ กรีซ ในปลายปี 2006 ที่วันนั้นก็เป็น เธียร์รี่ อองรี ที่จัดการประตูโทนเช่นกัน ขณะที่ผลเสมอนั้น เป็นแมตช์กระชับมิตรเมื่อ 2 ปีก่อนกับ โครแอต ที่จบลงแบบไร้สกอร์ และความพ่ายแพ้นั้น เพิ่งจะทิ้งรอยแผลไว้เมื่อซัมเมอร์ปีก่อนหน้านี้ เมื่อโดน ซลาตัน แอนด์ โค ซัดดิ้นถึง 2-0 แต่โชคดีที่เป็นรอบแบ่งกลุ่ม ไม่เช่นนั้นก็คงได้ตกรอบแรก ยูโร อีกเช่นกัน

หากสังเกตให้ดี จะเห็นว่า นับตั้งแต่ถึงยุคผลัดใบจากบรรดาตำนานที่ร่วมกันคว้า แชมป์โลก 98 และ ยูโร 2000 พลพรรค "ตราไก่" แทบกระอักเลือดทุกครั้งที่ต้องประมือกับทีมไซส์เดียวกัน โดยเฉพาะเวลานี้ ที่หัวหอกระดับความหวังอย่าง คาริม เบนเซม่า เพิ่งจะคลำเป้าเจอแค่เม็ดเดียวในรอบเกือบ 2 ปี

ผู้เล่นเห็น, ผู้ชมเห็น, ผู้ชมทางบ้านยิ่งเห็น แต่กรรมการไม่เห็น ถ้าเป็นบางประเทศคงได้ยกพวกตะลุมบอนกันแหง่มๆ

เห็นทีว่ากรรมทีเคยพึ่งพา "แฮนด์ ออฟ ห้อย" ในแมตช์ชนะ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนไปสิ้นชีวิตแบบสภาพศพดูไม่ได้เมื่อปี 2010 นั้น กำลังจะย้อนกลับมาเล่นงานพวกเขาอีกครั้ง


ขึ้นชื่อว่า "กรรม" นั่นก็ย่อมมาจากผลของการกระทำของตัวเองล้วนๆ

มะงิ้ง