'ปืนใหญ่' ปะทะ 'อัซซูร่า' เกมนี้ใครชนะเข้ารอบ?

'ปืนใหญ่' ปะทะ 'อัซซูร่า' เกมนี้ใครชนะเข้ารอบ?

ฟุตบอล : เมื่อไล่เรียงสายตาดูแล้วแมตช์ร้อนประจำคืนนี้ที่ต้องบอกว่าไม่สมควรพลาดอย่างสิ้นเชิงคือเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในกลุ่ม เอฟ ระหว่าง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ซึ่งจะรับมือ "อัซซูร่า" นาโปลี ทีมรองจ่าฝูงกัลโช่ เซเรีย อา ผู้ยังไม่เคยแพ้ใคร

นอกจากนั้นทั้งสองทีมต่างไม่เคยพบกันมาก่อนในรายการนี้ ดังนั้นนี่คือเกมแรกที่ทั้งสองทีมซึ่งต่างเป็นทีมระดับชั้นนำของยุโรปจะได้ประลองฝีมือกัน

โดยในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรกต่างก็เอาชนะคู่ต่อสู้มาได้ด้วยกันทั้งคู่ อาร์เซนอล สยบโอลิมปิก มาร์กเซย์ มาได้ในเกมแรกอย่างไม่ถึงกับลำบากนัก ขณะที่ นาโปลี สยบรองแชมป์เก่า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาได้อย่างน่าประทับใจเช่นกัน

เรียกได้ว่าสูสีคู่คี่กันในแทบทุกด้านไม่ว่าจะมองในมุมใด ซึ่งในช่วงพรีซีซั่นทั้งสองทีมเคยพบกันมาแล้วและจบลงด้วยผลเสมออย่างสุดมัน 2-2

อาร์เซนอล มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนักในทีม นักเตะเกือบทั้งหมดเป็นแกนหลักของทีมในฤดูกาลที่แล้ว แต่การได้ มาติเยอ ฟลามินี่ และเมซุต โอซิล เข้ามา "ตอบโจทย์" ให้กับทีมได้อย่างค่อนข้างยอดเยี่ยม

ฟลามินี่ ได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าเขาคือขุนพลคู่บุญตัวจริงของ อาร์แซน เวนเกอร์ ขณะที่ โอซิล นอกเหนือจากการเติมจินตนาการและ "คลาส" ของนักเตะระดับโลกเข้ามา ยังลดแรงกดดันจากแฟนบอลที่รอคอยการเซ็นสัญญาของสตาร์ระดับโลกมานาน

สำคัญคือขุนพลที่เคยเป็นความล้มเหลว ได้พลิกผันกลับมาเป็นคนละคนอย่างน่าประหลาดใจ เช่น ในกรณีของ อารอน แรมซีย์ ที่พัฒนาตัวเองขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา ลงเล่นด้วยความมั่นใจ ซึ่งเกิดจากการที่มี ฟลามินี่ และโอซิล ช่วยแบ่งเบาภาระทั้งในเกมรับและเกมรุก หรือ บาการี่ ซาญ่า ที่เคยทำท่าจะหมดอนาคตและเกือบย้ายทีมเพราะไม่ต่อสัญญา เวลานี้ก็กลายเป็นตัวหลักของทีม

ความดีงามนี้ต้องยกให้ อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่ผู้ที่ไม่เคยทิ้งศรัทธาและพิสูจน์ตัวเองให้เห็นอีกครั้งว่าแนวทางของเขาไม่ใช่เรื่องที่ "ผิด" ทั้งหมด เพียงแต่ที่ผ่านมามันอาจจะมีอะไร "พลาด" ไปบ้างก็เท่านั้น และมีโอกาสที่ฤดูกาลนี้พวกเขาจะกลับมา "ถูก" กับโอกาสในการลุ้นความสำเร็จ

ด้านนาโปลี ความจริงมีการเปลี่ยนแปลงภายในทีมไม่น้อยซึ่งล้วนเป็นความน่าหวาดหวั่นเมื่อต้องเสียทั้ง วอลเตอร์ มาสซารี่ หัวเรือใหญ่ผู้ปลุกปั้นทีมกับ เอดินสัน คาวานี่ มาทาดอร์กลัดมันผู้เป็นความหวังสูงสุดของทีมไป

กระนั้นต้องชื่นชม ออเรลิโอ เด ลอเรสติส ประธานสโมสรซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่เก่งและเขี้ยวที่สุดในวงการ ที่แก้ปัญหาได้อย่างยอดเยี่ยม เริ่มจากการดึง ราฟาเอล เบนิเตซ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิสูจน์ว่ายังคงเป็นหนึ่งในกุนซือระดับท็อปของวงการกลับมากู้หน้าในวงการฟุตบอลอิตาลี หลังเคยเสียสูญในการคุมอินเตอร์ มิลาน ต่อจากโจเซ่ มูรินโญ่

จากนั้นคือกระบวนการ "แปรธาตุ" เงิน 55 ล้านปอนด์ที่ได้จากการขาย คาวานี่ ให้ปารีส แซงต์ แชร์แมง มาเป็นนักเตะของดีที่ทีมอื่นไม่เอาอย่าง กอนซาโล่ อิกวาอิน, โฆเซ่ กาเญฆอน, ราอูล อัลบิโอล, โฆเซ่ มานูเอล เรน่า เข้ามาเสริมทัพ

ทั้งหมดได้เปลี่ยนให้นาโปลี จากทีมที่ "ดี" กลายเป็นทีมที่ "ยอดเยี่ยม" และจากแค่การลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก นาทีนี้เริ่มมีการพูดถึง นาโปลี กับโอกาสการลุ้นคว้าสคูเด็ตโต้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปีนับตั้งแต่สิ้นยุคของ ดีเอโก้ มาราโดน่า เทพเจ้าลูกหนังของชาวเนเปิลส์

ราฟา ปรับระบบการเล่นของนาโปลีใหม่จาก 3-4-3 มาเป็น 4-2-3-1 ทำให้ทีมมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งพื้นที่ตรงกลางสนามนี่เองที่จะเป็นพื้นที่สงครามระหว่างสองทีมที่ต้องช่วงชิงความได้เปรียบซึ่งกันและกัน

นาโปลี มี มาเร็ค ฮัมซิค นำทัพมาพร้อมกับตัวจี๊ดสุดแสบอย่าง ลอเรนโซ่ อินซิเญ่, วาลอน เบรามี่, ก็อกคาน อินท์เลอร์ ขณะที่ อาร์เซนอล มีเมซุต โอซิล, อารอน แรมซีย์, ซานติ กาซอร์ล่า รวมถึง แจ็ค วิลเชียร์ ที่อาจจะกลับมาทันในเกมนี้ โดยความหวังในแดนหน้าจะอยู่กับนักเตะอย่าง อิกวาอิน กับโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

เกมคู่นี้จึงเป็นเกมที่มีความน่าสนใจชนิดไม่ควรคลาดสายตา เพราะโดยศักยภาพนั้นทั้ง อาร์เซนอล และนาโปลี อยู่ในระดับ "ม้ามืด" ที่จะทะลุถึงการลุ้นจ้าวยุโรปได้เลยทีเดียวหากบุญพาวาสนาส่ง

ที่สำคัญการพบกันของคู่นี้ในสายตาของ อาร์แซน เวนเกอร์ หากทีมใดกำชัยชนะได้จะมีโอกาสเข้าสู่รอบต่อไปสูง

เท่านี้ก็น่าจะคู่ควรสำหรับการเป็นแมตช์ร้อนที่ต้องอดนอนดูในคืนนี้แล้วครับ

เรื่องโดย "ลูกแม่กิ่ง"