5 เรื่องต้องรู้! เมื่อ เยอรมนี พลิกคว้าชัยเหนือ สวีเดน ยังมีลุ้นป้องกันแชมป์

5 เรื่องต้องรู้! เมื่อ เยอรมนี พลิกคว้าชัยเหนือ สวีเดน ยังมีลุ้นป้องกันแชมป์
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

เกือบจะกลายเป็นแชมป์เก่าที่ตกรอบน็อตเอาท์อีกทีม หลัง ทอยโวเนน ซัดขึ้นนำให้ สวีเดน ไปก่อน 1-0 ในครึ่งแรก แต่พวกเขาก็ยังไว้ลายกดดันใส่ สวีเดน อย่างหนัก และมาพลิกเอาชนะได้ในที่สุดจากประตูของ รอยส์ และ โครส ในครึ่งหลัง สังเวย บัวเต็ง ที่ถูกไล่ออกท้ายเกม

ไปดูกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นบ้าง ในเกมที่พวกเขาเก็บ 3 คะแนนล้ำค่าได้ในที่สุด แม้จะเหนื่อยและเสียนักเตะสำคัญไปก็ตาม

5. การเสี่ยงของ เลิฟ ได้ผลODD ANDERSEN/GettyImages

แฟนบอลเยอรมนีอาจตกใจเมื่อเห็นว่าแบ็คโฟร์ทีมรักบุกขึ้นสูงใส่ สวีเดน ตั้งแต่ต้นเกมอีกแล้ว ทำอย่างกับว่าไม่ได้เรียนรู้อะไรจากเกมกับ เม็กซิโก เลยอย่างนั้น

แต่ถึงอย่างนั้น เลิฟ ก็ยังให้ลูกทีมของพวกเขาบุกสูงต่อไป ซึ่งมันออกมาดูค่อนข้างแย่ในครึ่งแรก แต่ความอึดในการเล่นเกมสวนกลับของ สวีเดน ไม่ได้มีเยอะขนาด เม็กซิโก ทำให้ท้ายที่สุด ทัพไวกิ้งไม่สามารถบุกกดดัน เยอรมนี ได้อีก และมาพลาดท่าแพ้ด้วย 2 ประตูในครึ่งหลัง

4. นอยเออร์ คนเดิมยังไม่กลับมาJONATHAN NACKSTRAND/GettyImages

มานูเอล นอยเออร์ เจ็บไปทั้งฤดูกาลที่ผ่านมากับ บาเยิร์น มิวนิค และถูกตั้งคำถามว่าเขาจะหายกลับมาทีนฟุตบอลโลกหรือไม่ แต่ โยกี้ ก็ยังตัดสินใจเลือกนายด่านคนนี้มาติดทีมตั้งแต่ยังไม่หายดี จนปัจจุบันพอจะลงเล่นได้แล้ว แต่คำถามคือ เขาหายดีแล้วจริงหรือ

ตั้งแต่เกมกับ เม็กซิโก แล้วที่มันมีอะไรบางอย่างขาดหายไปในตัวมือ 1 ทีมชาติ เขาไม่เด็ดเดี่ยวอย่างเคย ไม่ชินสนาม และคุมกองหลังไม่อยู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังคงเห็นได้ในเกมกับ สวีเดน 

ร่างกายของเขาอาจจะสมบูรณ์แล้ว แต่ไม่ใช่กับสภาพจิตใจของเขา และ นอยเออร์ ต้องการเวลาลงเล่นที่มากกว่านี้ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับเกมฟุตบอลอีกครั้งหนึ่งให้ได้ ก่อนที่พวกเขาจะหมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์ในที่สุด 

3. ความตกต่ำของกองหลังหมายเลข 1NELSON ALMEIDA/GettyImages

เยอโรม บัวเต็ง ก้าวขึ้นมาเป็นหมายเลข 1 ในแผงหลังของ อินทรีเหล็ก เป็นเวลาหลายปี และในที่สุด นี่อาจจะถึงเวลาที่เขาต้องเตรียมใจสละบัลลังก์ได้แล้ว

บัวเต็ง มีปัญหามาตั้งแต่เกมที่แล้วที่เขาดันตัวเองขึ้นสูงจนไม่สามารถกลับมาเล่นเกมรับได้ทันเวลา เกมนี้เขายังคงแผนเดิมไม่เปลี่ยน ยืนเหนือกว่าเส้นกลางสนามเล็กน้อย แล้วปล่อยให้ รือดิเกอร์ รับผิดชอบเท่าที่จะเป็นไปได้ ผลคือเกมสวนกลับ สวีเดน ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในการปั่นประสาท เยอรมนี จนพวกเขาต้องเสียประตูในที่สุด

นอกจากการยืนตำแหแน่งที่ผิดพลาด การเข้าปะทะที่ขาดความยับยั้งชั่งใจทำให้เขาจะไม่ได้ลงในเกมหน้า เลิฟ น่าจะเห็นได้ตั้งแต่แรกเมื่อเขาสกัดแบบไม่ระวังใส่ ฟอร์สเบิร์ก ในเขตโทษ ซึ่งโชคดีเท่าไหร่ที่ผู้ตัดสินชาวโปแลนด์ไม่เรียกดู VAR แต่ บัวเต็ง ยังคงเข้าสกัดไม่ระวังอีก 2 ครั้งในครึ่งหลัง ซึ่งครั้งหลังนั่นแหละที่ทำให้เขาโดนใบเหลืองที่ 2 แบบไม่จำเป็นและถูกไล่ออกไป ซึ่งเป็นเพียงครั้งที่สองเท่านั้นที่ถูกไล่ออกในนามทีมชาติ

เขายังคงเป็นกองหลังที่แข็งแกร่งและช่วยสนับสนุนทีมได้ยามทำเกมรุก แต่จะมีประโยชน์อะไรหากกองหลังไม่สามารถช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการเสียประตุได้ และทำให้ทีมตกอยู่ในสถานะที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพ้ เขาโชคดีแค่ไหนแล้วที่ โครส ปั่นฟรีคิกเข้าประตู เพราะมันทำให้แทบทุกคนลืมเรื่องของเขาไปเลย

2. ฝันที่เป็นจริงของ ทอยโวเนนNELSON ALMEIDA/GettyImages

แน่นอนว่าการทำประตูในฟุตบอลโลกได้ย่อมเป็นที่น่ายินดี แต่มันจะน่ายินดีขึ้นไปอีก หากคุณไม่ใช่คนที่พังประตูได้บ่อย ๆ ในเกมลีก

จังหวะได้ประตู ทอยโวเนน วิ่งไปรับบอลในเขตโทษผ่านช่องว่างระหว่าง โครส กับ รือดิเกอร์ พักอกอย่างสวยงาม ก่อนชิพผ่านตัว นอยเออร์ นายทวารที่ดีที่สุดคนนึงของโลก เข้าไปแบบเหนือชั้น

ประตูของเขาเป็นหนึ่งในลูกที่สวยที่สุดของทีมชาติสวีเดนในปัจจุบัน (แน่นอนว่าสู้ลูกยิงตีลังกานอกเขตโทษของ ซลาตัน ไม่ได้) และที่สำคัญ มันเป็นประตูแรกของเขาในเกมทางการในปี 2018 นี้ด้วย (นับรวมเกมกระชับมิตรจะถือว่าเป็นลูกที่ 2)

ใครจะไปเชื่อ 4 ปีมานี้ เขายิงได้แค่ 21 ลูกเท่านั้น แต่ในฟุตบอลโลกปีนี้ เขาทำระตูได้มากกว่า ลีโอเนล เมสซี, โธมัส มุลเลอร์ และ เอดิสัน คาวานี รวมกันเสียอีก


 1. จากผู้ร้ายกลายเป็นฮีโร่Michael Steele/GettyImages

หาก เยอรมนี ไม่สามารถเก็บ 3 คะแนนในเกมนี้ได้ เชื่อได้เลยว่า โทนี โครส จะต้องเป็น 1 ในแพะรับบาปที่ทำให้ทีมอดป้องกันแชมป์อย่างแน่นอน

โครส ทำอะไรไม่ได้เลยเมื่อทีมโดนสวนกลับ เขาวิ่งตาม ฟอร์สเบิร์ก ไม่ทันถึง 2 ครั้ง และยังทำบอลเสียจนเป็นเหตุให้ สวีเดน สวนกลับจังหวะที่พวกเขาได้ประตูอีกด้วย

ในแง่ของเกมบุก โครสทำได้เพียงเก็บบอลแล้วปล่อยให้เพื่อน เขาไม่สามารถทำตัวเองให้กลายเป็นอาวุธสุดอันตรายอีกคนนึงได้ ไม่มีโอกาสยิงไกล จังหวะโยนก็ยังไม่อันตรายพอ

แต่ โครส ก็ยังเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพระดับท็อปของยุโรป เขายังใจเย็นและมีสติจนถึงนาทีสุดท้ายของเกม มีสติพอที่จะรู้ว่าเขากำลังจะปั่นลูกฟรีคิกชี้เป็นชี้ตาย และมีสติมากพอที่จะทำประตูได้จริง ๆ

หาก เยอรมนี เข้ารอบต่อไปได้ ประตูของ โครส จะต้องถูกกล่าวขานต่อไปอย่างน้อยอีก 4 ปีแน่นอน