ผู้แพ้วันตลาดวาย

ผู้แพ้วันตลาดวาย
Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : เชื่อว่า ในวันจันทร์ที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา คอลูกหนังคงจะเฝ้าตามข่าวหน้อจอคอม กันอย่างระทึก ในวันที่เป็นเส้นตายของ ตลาดซื้อขาย นักเตะซัมเมอร์ ที่จะลั่นระฆังปิดฉากในเวลาประมาณตี 5

ลีกที่มีการซื้อตัวในวันสุดท้ายที่ พลุกพล่านกันมากที่สุดก็ยังคงเป็น ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เช่นเคย ที่มีการซื้อตัวกันยุบยับ ชนิดที่ผู้สื่อข่าวอย่างเรา ๆ ก็งงว่า เวลาตั้งเยอะ ทำไมพวกเอ็งถึงมาเร่งทำงานกันในตอนนี้ อารมณ์มันก็ประมาณสมัยเป็นนักเรียน คอยรอลอกการบ้านเพื่อนตอนเช้าก่อนคาบเรียนแบบตาลีตาเหลือก ทั้ง ๆ ที่ถ้ากลับบ้านไม่มัวแต่เล่นเกมส์ และทำการบ้านซะ งานเราก็คงเสร็จเป็นที่เรียบร้อย

เหล่าบรรดาทีมดังในพรีเมียร์ ลีก ที่มีแฟน ๆ ติดตามก็คงจะเป็นทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

หลังจากได้วิลเลี่ยน เชลซี ก็ไม่ต้องไปดิ้นช่วงท้ายตลาดเหมือนคนอื่นๆ

เชลซี , สเปอร์ส และ แมนฯซิตี้ นั้นจัดการเรื่องการเสริมทัพเสร็จไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว ก็เลยไม่ค่อยมีข่าวอะไรมากมาย นอกจากปล่อยตัวที่ไม่ใช้งาน ซึ่งแฟน ๆ ทีมเหล่านี้ก็แฮปปี้กันดี

ลิเวอร์พูล ได้ มามาดู ซาโก้, ติอาโก้ อิลอรี่ และ วิคเตอร์ โมเซส มิหนำซ้ำ ซูเปอร์สตาร์อันดับ 1 ของทีมอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ก็ประกาศพร้อมอยู่กับทีมต่อไปอีกต่างหาก เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งวันที่ แฟน "หงส์แดง" มีความสุขสุด ๆ เลยก็ว่าได้

ทีนี้มากันที่ อาร์เซน่อล ต้องยอมรับเลยว่า "ไอ้ปืนใหญ่" คือทีมที่สร้างความเซอร์ไพรส์ ได้มากที่สุด หลังปิดดีลคว้า เมซุต โอซิล จอมทัพชาวเยอรมัน จาก เรอัล มาดริด มาร่วมทัพได้อย่างเหลือเชื่อ ด้วยค่าตัว 43 ล้านปอนด์ ซึ่ง เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของสโมสรอาร์เซน่อล

สกรีนเสื้อไว้รอไอ้เราก็นึกว่าของปลอม สุดท้ายพอปิดดีลปุ๊ปเสื้อขายทันที

ก่อนหน้านี้ นักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดของสโมสรก็คือ ซานติ กาซอร์ล่า และโฆเซ่ เรเยส ที่ค่าตัวราว 17 ล้านปอนด์ ดังนั้น ค่าตัวของ โอซิล จึงเป็นการทำลายสถิติเดิมแบบยับเยิน

แน่นอนครับ การได้โอซิล เข้ามา นั้นเรียกได้ว่า ตอนนี้ อาร์เซน่อล ได้ยกระดับ จากทีมลุ้นแค่โควต้าแชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นทีมระดับลุ้นแชมป์ไปแล้ว ซึ่งแฟน ๆ ของ อาร์เซน่อล ก็คงจะแฮปปี้สุดๆ

คนอื่นเขาแฮปปี้กัน ก็เหลืออยูทีมเดียวล่ะครับ นั่นก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมีข่าวกับคนโน้นคนนี้ แต่สุดท้าย บทสรุปก็คือ ได้มาแค่ มารูยาน เฟลไลนี่ กองกลางชาวเบลเยี่ยม มาจาก เอฟเวอร์ตัน เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น

ไม่เหนือความคาดหมาย แต่ดันมาหลังตลาดปิดไป 15 นาทีทำเอาเด็กผีแถวๆ นี้ใจแป๋วกันเป็นแถบ

ในขณะที่ อันเดร์ เอร์เรร่า กองกลางจาก แอธเลติก บิลเบา และก็ ฟาบิโอ โคเอนเทรา จาก เรอัล มาดริด นั้นแห้วทั้งหมด ด้วยเหตุผลที่ ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับทีมระดับนี้

รายของ อันเดร์ ทุกอย่างกำลังจะลงตัว แต่ดันคำนวณภาษีค่าตัวร่วมค่าฉีกสัญญาผิด จะแก้ไขอะไรก็ไม่ทันแล้ว เพราะนี่มันวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ ก็เลยต้องพลาดไป

ส่วน โคเอนเทรา ดันจะมายื่นเอกสาร เอาตอนวินาทีสุดท้าย และก็ตามคาด คือมันไม่ทัน ก็แห้วรับประทานไปอีก

นอกจากเกลเซอร์ คราวนี้เด็กผีคงจะเริ่มคุ้นหน้า ซีอีโอ คนใหม่ขึ้นเรื่อยๆ จากผลงานของเขา

คนที่โดนสรรเสริญจากแฟนตัวเองมากที่สุดก็คือ เอ็ด วู้ดวอร์ด ซีอีโอ คนใหม่ของ แมนยู แทนที่ เดวิด กิลล์ ที่โดนดิสเครดิตไปเต็มๆ กับผลงานชิ้นโบว์ดำในคราวนี้

การซื้อ เฟลไลนี่ ถือเป็นเรื่องที่สมควรจะทำได้ แต่กว่าจะทำได้ก็ล่อเข้าไป ช่วง 15 นาทีสุดท้ายก่อนตลาดปิด แถมค่าตัวอยู่ที่ 27.5 ล้านปอนด์ แทนที่จะจ่ายแค่ 23 ล้านปอนด์ ตามค่าฉีกสัญญาที่เพิ่งหมดอายุไปเมื่อเดือนก่อน

ส่วนเรื่อง อันเดร์ บอกตามตรง เป็นเหตุผลที่ ปัญญาอ่อนมากๆ กับการคำนวณภาษีผิด ในขณะที่ การยื่นเอกสารไม่ทันในกรณีของ โคเอนเทรา ก็ต้องบอกว่า เป็เรื่องที่ไม่ควรจะเกิดกับทีมระดับนี้

ที่สำคัญ ดันไปพยายามยื่นซื้อตัวที่เขาไม่ขายอย่าง เชส ฟาเบรกาส ที่ยื่นไปไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง และเสียเวลาตรงนี้ไปพอสมควร ซึ่ง ทำให้รู้เลยว่า วู้ดวอร์ด นั้นห่างชั้นกับ เดวิด กิลล์ เยอะ

ถ้านับตั้งตอนนี้ แมนยู คือผู้แพ้แบบเต็มตัวในตลาดคราวนี้ แต่ภารกิจของ เดวิด มอยส์ และ พลพรรค คือต้องเป็นผู้ชนะในสนามให้ได้ แล้วทุกเสี่ยงก่นด่า ก็จะหายไปทันที

เรื่องโดย "The Nut"