"บาร์เซโลน่า" มากกว่าสโมสร

"บาร์เซโลน่า" มากกว่าสโมสร
Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : 11 ปี นานเพียงพอที่จะเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างไป

จากเด็กแรกเกิดเข้าสู่วัยรุ่น

จากวัยรุ่นเข้าสู่สถานะทำงาน

จากสถานะทำงานเข้าสู่วัยกลางคน

ความคิด ความเชื่อ มุมมอง ล้วนแล้วแต่แตกต่างจากช่วงเวลาก่อนหน้านั้นทั้งสิ้น

กระนั้น เมื่อ 29 พ.ค.ปี 2002 คือครั้งแรกที่สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลน่า เดินทางมาเยือนและสร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลชาวไทย และมันคงไม่แตกต่างกันกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ (พุธที่ 7 ส.ค.)

ให้หลังการเดินทางมาเหยียบแผ่นดินสยามประเทศเป็นหนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ การเปลี่ยนสตาร์ดังจาก พาทริค ไคลเวิร์ต, ฮาเวียร์ ซาวิโอล่า, ฟิลิปป์ โคคู, แฟร้งค์ เดอ บัวร์, มิเชล ไรซีเกอร์ เป็น ลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์, เชส ฟาเบรกาส, ชาบี เอร์นานเดซ, อันเดรส อิเนียสต้า, ดาเนี่ยล อัลเวส ฯลฯ แต่มี 1 สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย

"Més que un club" ม็อตโต้อันเข้มขลังของทีมอันมีความหมายว่า "เป็นยิ่งกว่าสโมสร" ถูกถ่ายทอดไม่แค่ภายในสโมสร แต่ยังรวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ ที่แผ่กระจายไปทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย

มูลนิธิบาร์เซโลน่า มีแคมเปญมากมายที่ช่วยสนับสนุนและสร้างความฝันให้กับเด็กๆ ซึ่งน้องๆ ที่ศูนย์เมอร์ซี่ เคหะคลองเตย 4 ก็ได้รับประสบการณ์นั้นเช่นกันกับการดวลแข้งฟุตซอลกับดาราชั้นนำอย่างคุณสมาร์ท กฤษฎา พรเวโรจน์ และเป๊ก เปรมณัช รวมถึง โค้ชลูกหนังชื่อดังอย่าง "โค้ชป๊อก" ประกาศิต สุวรรณานนท์ อดีตแข้งและโค้ชทีมชาติ เช่นเดียวกับ "โค้ชดู๊ด" อดุลย์ รุ่งเรื่อง โค้ชทีมร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด

บาร์เซโลน่ามาไทย

แฟนบอลบาร์เซโลน่า

ขณะเดียวกันก็ยังได้รับโอกาสยลโฉมพ่อค้าแข้งระดับโลกอย่าง "อาซูลกราน่า" ลงฝึกซ้อมที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันอังคาร ก่อนทำศึกกับทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ในช่วง 19.00 น.ของวันนี้

ตัดฉับกลับมาที่การฝึกซ้อมในช่วงเย็นของแชมป์ลา ลีกา สเปน ทีมล่าสุด ซึ่งได้รับความสนใจจากแฟนบอลอย่างล้นหลาม เมื่อยัดทะนานกันเข้า คะเนจากสายตาน่าจะแตะหลักหมื่นคนได้ไม่ยาก

เสียงกรี๊ดลั่นดังลอยมาทันทีที่เหล่าบาร์ซ่าก้าวสัมผัสสนาม โดยเริ่มจากการยืนล้อมเป็นวงกลมและยืดเส้นยืดสาย ก่อนจะแบ่งกันเป็น 2 ทีม ซึ่งคล้ายจะแยกกันระหว่างพวกละติน อันประกอบด้วย เมสซี่, เนย์มาร์, อาเดรียโน่, อัลเวส ขณะที่พวกสเปน ที่มี ชาบี, อิเนียสต้า, เชส, อัลบา ก็แยกอีกฝั่ง ก่อนจะเล่นลิงชิงบอลกัน

บาร์เซโลน่ามาไทย

ลิโอเนล เมสซี่(ขวา) ดาวเตะของบาร์เซโลน่า

ผ่านไปสักพัก ทีมสเปน ก็แบ่งไปซ้อมการสปรินต์ ก่อนจะสลับกันบ้างในอีก 15 นาทีถัดมา ซึ่งแน่นอนว่า ช่วงที่ เมสซี่ และ เนย์มาร์ วิ่งมาใกล้กับอัฒจรรย์ก็ได้รับเสียงกรี๊ดต้อนรับ ยิ่งสตาร์แซมบ้าโบกมือให้เบาๆ ยิ่งทำให้กองเชียร์เลือดข้าวเหนียวปลื้มเข้าไปใหญ่

จากนั้นก็เป็นการแบ่งข้างเล่นครึ่งสนาม โดยแบ่งเป็น 3 ทีม นำโดย "สีชมพู" ที่มี เมสซี่, เปโดร, มาสเคราโน่, อาเดรียโน่ และ บิคตอร์ บัลเดส "สีเหลือง" มี ชาบี, เชส, เนย์มาร์, อัลบา, ปินโต้, บุสเก็ตส์ ส่วน "สีแดง" เป็น อเล็กซิส, ปิเก้, อิเนียสต้า, ซง และอัลเวส

ผลการแข่งขันคงไม่สำคัญเท่ากับไหวพริบการแย่งชิงบอลในพื้นที่แคบๆ การเอาตัวรอด การฉวยโอกาสยิงประตู ที่ได้เห็น เมสซี่ แปหนีมือผู้รักษาประตู, ชิพบอลข้ามหัว, ยิงไกล, ล็อกหลอก ทั้งๆ ที่จะว่าไปแล้ววันนี้เจ้าตัวเหมือนยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ จนซ้อมแบบออมแรงพอสมควรด้วยซ้ำ

บาร์เซโลน่ามาไทย

ขุนพลบาร์เซโลน่า

ขณะที่การซ้อมเน้นให้เหมือนจริงมากที่สุด ทั้งการเข้าบอลที่ไม่มียั้ง ความกดดันที่ต่อให้กระแทกกันคว่ำก็ไม่หันมาขอโทษ หรือจะรอยยิ้มที่กว่าจะหลุดออกมาก็ต่อเมื่อสิ้นสุดเกมในสนามไปเรียบร้อยแล้ว นี่คือสิ่งที่บ้านเราสมควรจะเอาเยี่ยงอย่างเป็นที่สุด

ลืมบอกไปว่า ฝนเริ่มเทลงมาตั้งแต่แข่งครึ่งสนามประมาณสัก 10 นาทีได้ แต่ทั้งทีมก็ยังก้มหน้าก้มตาฝึกซ้อมต่อไปโดยไม่มีบ่นหรือท่าทีเบื่อหน่ายให้เห็นสักนิดเดียว โดยทีมที่รอเปลี่ยนลงไปเล่นก็จะทำการยืดเส้น บวกกับวิดพื้นไปเรื่อยๆ นั่นเอง

น่าเสียดายที่ความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ เมื่อทั้งทีมค่อยๆ ทยอยเดินออกจากสนาม โดยมี เมสซี่ นำมา ก่อนจะเตะบอลขึ้นอัฒจันทร์ให้แฟนๆ ที่ตามมาเชียร์ตลอดทั้งที่ต้องนั่งตากฝนได้รับกันไป ก่อนที่กลุ่มซึ่งตามมาทีหลังจะเริ่มโยนเสื้อบาร์ซ่าทีมเหย้าแจก แถมด้วยไฮไลท์ตอนท้ายสุดจาก ปิเก้ ที่ถอดทั้งเสื้อกั๊กและเสื้อที่ใส่ลงซ้อมโยนให้กับแฟนๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าฟินกันสุดๆ เลยทีเดียว

บาร์เซโลน่ามาไทย

ทัพบาร์เซโลน่าฝึกซ้อม

นี่เป็นเซอร์วิสที่ไม่มีเขียนอยู่ในกำหนดการ แต่เป็นสิ่งที่นักเตะพร้อมจะทำให้กองเชียร์มีความสุข เป็นสิ่งที่พวกเขา "ใส่ใจ" ไม่ใช่สักแต่มองว่าตัวกูคือสตาร์ ไม่จำเป็นต้องง้อใคร เรียกได้ว่าการมาครั้งนี้เอาใจของแฟนๆ ชาวไทยไปเต็มๆ

ไม่ว่าผลการแข่งขันในวันนี้จะจบลงอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลงคือความประทับใจ คือความเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่

คือ รากเหง้าที่ถูกปลูกฝังให้เป็นมากกว่าสโมสร

คือ บาร์เซโลน่า

เรื่องโดย "มะงิ้ง"

บาร์เซโลน่ามาไทย