เหตุผลที่ควรมี "เซ็กซ์"ก่อนลงสนาม

เหตุผลที่ควรมี "เซ็กซ์"ก่อนลงสนาม

เคยสงสัยกันไหมครับ ว่าดาวเตะอย่างลีโอเนล เมสซี่ หรือคริสติอาโน่ โรนัลโด้ มีเซ็กซ์ก่อนลงสนามกันหรือไม่ ? แล้วถ้ามีสัมพันธ์สวาทนั้นจะส่งผลกระทบต่อการเล่นหรือไม่?

ก่อนอื่นขอบอกว่านี่ไม่ใช่คำถามแปลกใหม่แต่อย่างใด ข้อสงสัยนี้มีมานานแล้ว สืบข้อมูลพบว่าเกิดขึ้นครั้งแรกต้องย้อนไปใน ยุค 70' คนแรกที่เปิดประเด็นนี้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรคือ ผู้เฒ่าไพลนี่ นักประวัติศาสตร์ยุคโรมันซึ่งเขียนไว้ในตอนหนึ่งของบันทึกประวัติศาสตร์เมื่อคริสศักราช 77 ว่า

"การเมกเลิฟช่วยให้นักกีฬาที่เชื่องซึมเฉื่อยเหมือนมีแบกร่างไว้แต่ไร้วิญญาณกลับมามีชีวิตชีวา แม้แตน้ำเสียงที่แหบแห้งก็ยังกลับเป็นสดชื่นแจ่มใส" และนับแต่นั้น ประเด็นนี้ก็กลายเป็ที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง คนที่เห็นด้วยมีมากพอๆ กับคนที่ต่อต้านต่างฝ่ายต่างหยิบยกเหตุผลมาโต้เถียงกันอย่างเข้มข้น

ล่าสุดอดีตนักเตะชื่อดัง แห่งยุค 90' คาร์ลอส วันเดอร์ราม่า ตอบคำถามนี้อีกครั้งกับสื่อต่างประเทศโดยหล่นความเห็นได้อย่างน่าสนใจ "เซ็กซ์ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการแข่งฟุตบอลแน่ๆ"

ตำนานหัวฟู มีความเชื่อว่าโค้ช ควรอนุญาติให้นักเตะมีเซ็กซ์ในมหกรรมฟุตบอลโลกเพื่อใช้มันเป็นเครื่องผ่อนคลายหลังแข่งขัน พร้อมบอกต่อว่า "ถ้าเราสามารถมีเซ็กซ์ในระหว่างศึกฟุตบอลโลกได้ ผมคิดว่ามันน่าจะดีกว่า เพราะมันเป็นเหมือนการผ่อนคลายในช่วงหลังเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทีมเราแพ้ มันจะทำให้เราคลายเครียดไปได้มาก"

อืมม...เรื่องนี้น่าสนใจนะครับและนี่คือประเด็น!

หลังจากสืบลึกลงไปก็พบว่าเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว โค้ชสมัยนั้นจะคอยเตือนบรรดาดาวเตะกลัดมัน ว่าถ้ามีนัดลงสนามวันเสาร์ ห้ามขึ้นสวรรค์(มีเพศสัมพันธ์) ตั้งแต่วันพุธเป็นต้นไป จวบจนวันนี้นี้ถึงดีขึ้นมาหน่อย เพราะโค้ชห้ามนักเตะมีเซ็กซ์แค่คืนก่อนแข่งเท่านั้นเอง

กระนั้นก็ตามจากผลสำรวจโดย นิตยสารแมเรีย แคลร์ เคยไปสอบถามนักฟุตบอลเวิลด์คัพชาติต่างๆ ก็ได้คำตอบว่า บรรดาพ่อค้าแข้งยังยึดหลักการ ได้-เสียกับฝ่ายหญิง ตามทฤษฎีนี้อยู่

และอีกเพียง 10 วันนับจากนี้ทัวร์นาเมนต์ระดับฟุตบอลโลกที่ 4 ปีเตะครั้ง จะปล่อยให้อำนาจเซ็กซ์ เข้ามามีอิทธิพลต่อเกมลูกหนังซึ่งเป็นความหวังของชนชาตินั้นๆ ไม่ใช่เรื่องที่สมควร

ว่าแล้ว มิเกล เอร์เรรา กุนซือทีมชาติเม็กซิโก ก็ออกมาดักคอ ห้ามไม่ให้ลูกทีมของเขามีเพศสัมพันธ์ระหว่างทำศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้โดยเด็ดขาด เช่นเดียวกับหลุยส์ เฟลิเป สโคลารี เทรนเนอร์ทีมชาติบราซิล

แต่ "บิ๊กฟิลด์" อ่อนข้อลงมาหน่อยที่อนุญาตลูกทีมให้มีเซ็กซ์ได้ แต่ห้ามเล่นท่าผาดโผนเป็นอันขาด

ตลกดีเหมือนกันนะครับ แต่ที่ บิ๊กฟิลด์ ห้ามนั้นก็เหมือน บ่ได้ห้ามเบย เจตนาอยากจะปรามๆ พวกแข้งกลัดมันตัวจี๊ดทั้งหลายที่อยู่ในช่วงคึกคะนองให้เบาๆ กันหน่อยอย่าหักโหมเฉยๆ เพราะโค้ช "แซมบ้า" คงจินตนาการเห็นเป็นฉากๆ ว่าลูกทีมของเขานั้นนอกจากฝีเท้าในสนามที่เป็นเลิศแล้ว เรื่องบนเตียงก็คงไม่เป็นสองรองใครเหมือนกัน

อาจระเริงรักในสไตล์แซมบ้าด้วยท่าพิศดาร เหมือนไปได้ไอเดียจากสัตว์มาต่อยอดอีกที แต่ "สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง" หากบาดเจ็บขึ้นมามันไม่คุ้มค่ากันเลย ว่าแล้ว "บิ๊กฟิลด์" ก็เลยห้ามเพียงท่าผาดโผนเท่านั้น ส่วนที่เหลือกรุณาคิดเอง

นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับไปๆ มาๆ ดูจะมีปัญหากันพอสมควร

สำหรับใครที่ไม่ใช่นักเตะอาชีพ หรือที่เรียกกันว่า เตะบอลเพื่อสุขภาพ การร่วมสังวาสก่อนแข่งอาจไม่ได้ส่งผลร้ายแรงอะไร เต็มที่ก็แค่หลับปุ๋ย ถูกเพื่อนด่าเพราะไร้เรี่ยวแรงไปไม่ทัน หรืออาจจะหอบร่างไปสนามด้วยสภาพไม่ต่างอะไรจากซอมบี้หิวซากเป็ด ถูกไหมครับ

ทีนี้มาฟัง (อ่าน) ความเห็นของผู้มีประสบการณ์ และผู้เชี่ยวชาญกันบ้าง ว่าเขาคิดอย่างไร

- โรมารีโอ้ อดีตดาวยิงทีมชาติบราซิลกล่าวว่า ดาวซัลโวดีๆจะสามารถยิงประตูได้ก็ต่อเมื่อได้มีเซ็กซ์ดีๆ ในคืนก่อนหน้าการแข่งขัน"

-จอร์จ เบสต์ อดีตนักเตะอัจฉริยะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเตด ที่กล่าวสนับสนุนว่า "เซ็กซ์ไม่มีผลกระทบกับฟอร์มการเล่นของผมเลยสักนิดเดียว แต่ว่าการมีเซ็กซ์ก่อนแข่งสักชั่วโมงหนึ่งคงไม่ช่วยให้เกิดผลสักเท่าไร แต่ถ้าสักคืนก่อนหน้าคงจะเหมาะ"

-เมื่อปี 1999 ดร.เอ็มมานูเอล แจนนินี่ นักวิจัยของมหาวิทยาลัยลากิล่าในอิตาลีพิสูจน์ว่า ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรน ในเพศชายจะเพิ่มสูงมากขึ้นหลังจากกิจกรรมทางเพศ ดังนั้นหากนักกีฬาต้องการจะฮึกเหิมมากกว่าปกติ จงมีเซ็กซ์ซะ!

-ดร.ปอมปิลู โปเปสคู แพทย์ประจำทีมชาติโรมาเนียช่วงฟุตบอลยูโร 2000 เล่าให้นักเตะฟังถึงทฤษฏี " วัวธรรมดากับวัวกระทิง" "วัวธรรมดาจะสงบเสงี่ยมกว่าเพราะมันถูกตอนแล้ว ขณะที่วัวกระทิงจะเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด เนื่องจากฮอร์โมนต่างๆยังสูบฉีดอยู่ทั่วร่างกาย"

-เอียน เชียร์ นักคลินิกแพทย์การกีฬาจากมหาวิทยาลัย แมคกิล แคนาดา ให้ความเห็นว่า มีเซ็กซ์ก่อนแข่งไม่ได้ทำให้ร่างกายปวกเปียก หรือทำให้ความสามารถในการเผาผลาญออกซิเจนลดลง เพื่อพิสูจน์ให้เห็นชัด เขาได้ทดสอบให้นักกรีฑาชายวิ่งสายพานหลังมีเซ็กซ์ผ่านไป 12 ชั่วโมง ก็ไม่เห็นว่าสมรรถนะของนักกีฬาจะอ่อนลงเลย

จากหลักฐานและพยานอาจมัดตัวใครหลายคนให้เปลี่ยนวิธีคิดในเรื่องเซ็กซ์ กับกีฬาไม่มากก็น้อย ผมเองก็เถียงไม่ออกเหมือนกัน วันเดอร์ราม่า อาจพูดถูก แต่ที่แน่ๆ คือ เซ็กซ์ไม่ได้ทำให้นักฟุตบอลหมดแรงหรอก แต่ไอ้พวกที่ถ่างตาคอยจ้องจะมีเซ็กซ์ต่างหากที่จะทำให้ทีมพัง


บู๊วัวแดง