ราฟาเอล เบนิเตซ บทพิสูจน์ใหม่ที่ซาน เปาโล

ราฟาเอล เบนิเตซ บทพิสูจน์ใหม่ที่ซาน เปาโล

ฟุตบอล : แม้ตลาดซื้อขายในช่วงซัมเมอร์นี้ที่เกาะอังกฤษจะยังคงดูเงียบเหงา แต่ทางฝั่งกัลโช่ เซรี่ อา อิตาลี กลับคึกคักเสียเหลือเกิน หลังในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาพวกเขาตกเป็นเบี้ยล่างบนเวทีฟุตบอลสโมสรยุโรป

โดยเฉพาะ นาโปลี ที่เพิ่งเสีย เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงจอมถล่มประตูไปให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทุ่มงบประมาณเสริมทัพได้ค่อนข้างน่ากลัว แต่ก็ไม่ต่างไปจากเหล่ายักษ์ใหญ่รายอื่น ที่หวังกลับมาดื่มด่ำช่วงเวลาแห่งความสำเร็จอีกครั้งA

การเสีย คาวานี่ ออกไปคงทำให้สาวก “อัซซูร์ร่า” เศร้าใจไม่น้อย แต่การปิดดีลคว้าตัว กอนซาโล่ อิกวาอิน มาแทนที่ ถือเป็นตัวเลือกที่มีศักยภาพไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ตลอดระยะเวลา 7 ฤดูกาล กับ เรอัล มาดริด หัวหอกวัย 25 ปี กดประตูรวม 122 ลูก จากการลงสนาม 264 นัด ในทุกรายการ รวมไปถึงการมีส่วนร่วมในเกมรุกด้วยการแอสซิสต์ไป 46 ครั้ง

ค่าตัวประมาณ 37 ล้านยูโร ที่ นาโปลี จ่ายไปจึงสมน้ำสมเนื้อกับศักยภาพของ อิกวาอิน แถมแสดงพลังในการเสริมทัพเบียดแย่งตัวมาจาก อาร์เซนอล เสียด้วย

ราฟาเอล

นอกจากในรายของ อิกวาอิน แล้ว โฆเซ่ เรน่า ผู้รักษาประตูจอมหนึบของ ลิเวอร์พูล ก็เตรียมเปิดตัวเป็นนักเตะใหม่ของ นาโปลี ในเร็ววันนี้ หลังผ่านการตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว

ซึ่ง มือกาววัย 30 ปี จะเข้ามาเฝ้าเสาแทนที่ มอร์แกน เด ซานซ์ติส นายด่านวัยดึกที่โยกไปร่วมทัพ โรม่า ด้วยค่าตัว 500,000 ยูโร โดยมี ราฟาเอล คาบรัล ดาวรุ่งที่ย้ายมาจาก ซานโต๊ส คอยเป็นแบ็กอัพ

พูดถึง เรน่า แล้วก็น่าแปลกใจเหมือนกันที่ ลิเวอร์พูล ปล่อยออกจากสโมสรด้วยสัญญายืมตัว ทั้งที่ในช่วงจบฤดูกาลตกเป็นข่าวว่าจะเข้าไปแทนที่ บิคตอร์ บัลเดส ในตำแหน่งด่านสุดท้ายของ บาร์เซโลน่า

ช่วงเวลานั้น เรน่า ออกมาประกาศยืนยันชัดเจนว่าจะอยู่กับสโมสรต่อไป แต่ท้ายที่สุด เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตอบแทนความภักดีด้วยการดึง ซิมง มิโญเล่ต์ มาสวมบทมือหนึ่งแทน

นอกจากในรายของ อิกวาอิน และ เรน่า ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทัพแบบสดๆ ร้อนๆ นาโปลี ยังดึงผู้เล่นชื่อดังอย่าง ราอูล อัลบิโอล, โฆเซ่ กาเญฆอน(เรอัลมาดริด), ปาโบล อาร์เมโร่(อูดิเนเซ่) และ ดรีส เมอร์เท่นส์(พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น) มาเสริมทัพ

เบ็ดเสร็จจนถึงเวลานี้ ราฟาเอล เบนิเตซ ทุ่มเงินในตลาดซื้อขายนักเตะไปแล้วกว่า 77 ล้านยูโร เรียกได้ว่าจัดเต็มทุกเม็ดทุกหน่วย หวังทำผลงานให้ดีเพื่อขยายสัญญา 2 ปี ที่เซ็นไว้ออกไป

เมื่อหันกลับไปมองขุมกำลังเดิมจากฤดูกาลที่ผ่านมา ต้องยอมรับเลยว่า ราฟา มีน้ำเลี้ยงดีพอที่จะนำ นาโปลี ก้าวข้าม ยูเวนตุส ไปชูถ้วยสคูเด็ตโต้ในซีซั่นใหม่



อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่า ราฟา เคยล้มเหลวในช่วงที่เข้ามากุมบังเหียน อินเตอร์ มิลาน แทนที่ โจเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งนำ “เนรัซซูร์รี่” ซิวทริปเปิลแชมป์ในฤดูกาล 2009/10

ตอนนั้น อินเตอร์ มีขุมกำลังที่น่าเกรงขามเป็นอย่างมาก เมื่อเพียบพร้อมไปด้วยดาวดังอย่าง ชูลิโอ เซซาร์, ลูซิโอ, ไมค่อน, เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์, ซามูเอล เอโต้, ดิเอโก้ มิลิโต้, จามเปาโล ปัซซินี่ และ โกรัน ปานเดฟ

แต่ ราฟา ยังกล้านำทีมชนะแค่ 6 จาก 15 นัด ในลีก รวมทุกรายการชนะไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ด้วยซ้ำ ก่อนโดนอัปเปหิออกจากตำแหน่งช่วงปลายเดือนธันวาคม ปี 2010

หลังจากนั้น ราฟา ใช้เวลาวิจัยฝุ่นอยู่นานกว่าจะได้รับโอกาสเข้ามารักษาการกุนซือ เชลซี เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน ก่อนนำทีมจบอันดับ 3 ของตารางในฤดูกาลที่ผ่านมา มีสถิตินำทีมเก็บชัยรวมทุกรายการอยู่ 58 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม โรมัน อบราโมวิช ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับ ราฟา ทำให้เจ้าตัวเซ็นสัญญา 2 ปี ย้ายมากุมบังเหียนในถิ่นซาน เปาโล แทนที่ วอลเตอร์ มัซซาร์รี่ กุนซือจอมแท็กติกที่โยกคุมทัพ อินเตอร์

น่าสนใจอย่างยิ่งว่า ราฟา จะผลักดัน นาโปลี ไปในทิศทางใด จะเป็นเหมือนครั้งที่นำ ลิเวอร์พูล สร้างฉายา “สิงห์บอลถ้วย” หรือครั้งที่เคยนำความมืดมนมาสู่ อินเตอร์ อีกไม่นานเกินรอได้รู้กันครับ