แตกหัก!!เมื่อเนวินจะฟ้องเอาเรื่องเมืองทอง

แตกหัก!!เมื่อเนวินจะฟ้องเอาเรื่องเมืองทอง
Thaileaugeonline

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : ควันหลังจากศึกบิ๊กแมตช์ โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก คู่ระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ เอสซีจี เมืองทองฯ ที่เสมอกันไป 0-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ยังมีออกมาเป็นระยะๆ ทั้งในฝั่งของ "ปราสาทสายฟ้า" และฝั่งของ "กิเลนผยอง"

เรื่องใหญ่ที่ทุกคนสนใจที่สุดคือ บทลงโทษจากคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ของ บ.ไทยพรีเมียร์ลีก ว่าจะมีคำตัดสินออกมาว่าอย่างไร เพราะในเกมดังกล่าวมีหลายกรณีที่ทั้ง 2 ทีมได้ทำผิดกฎและข้อบังคับของทีพีแอล
 
การทำผิดที่ต้องพิจารณาหาบทลงโทษก็มีทั้ง การจุดพลุในสนาม, การรักษาความปลอดภัยในสนาม, กองเชียร์ทีมเยือนเข้าไปทำลายข้าวของในห้องพักนักเตะบุรีรัมย์, นักเตะเมืองทองฯทำลายข้าวของในห้องพักนักเตะทีมเยือน
 
และประเด็นสำคัญคือ การที่ทีม เมืองทองฯ กล่าวหาว่า เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ เข้าไปข่มขู่ผู้เล่น และเจ้าหน้าที่ทีมเมืองทองฯ ในห้องพักนักกีฬา
 
โดยในประเด็นหลัง กานต์ จันรัตน์ ผู้จัดการทีม "กิเลนผยอง" เป็นตัวแทนสโมสรยื่นหนังสือกล่าวหาว่า หลังจบเกมการแข่งขัน เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ รวมทั้ง กรุณา ชิดชอบ ได้เข้าไปในห้องพักนักกีฬาทีมเยือน และแสดงกิริยาคล้ายกับข่มขู่ คุกคาม นักเตะและเจ้าหน้าที่ทีมเมืองทองฯ จนเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมตามหน้าหนังสือพิมพ์กีฬาชื่อดัง
 
จากการที่มีหลายประเด็นให้พิจารณา ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนเป็นประเด็นสำคัญ ทำให้คณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ต้องตัดสินใจเลื่อนการพิจารณาคดี เพื่อขอรวบรวมหลักฐานให้มากกว่านี้ เพื่อป้องกันการตัดสินผิดพลาด
 
แต่จากข้อกล่าวหาที่ว่า เนวิน ชิดชอบ ได้เข้าไปข่มขู่ผู้เล่น และเจ้าหน้าที่ทีมเมืองทองฯ ถึงห้องพักนักกีฬา ทำให้ล่าสุดสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยสวนกลับว่า จะฟ้องร้องเอาผิดกับผู้ที่กล่าวหาทุกคน โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เพราะทำให้สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เนวิน ชิดชอบ ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง
 
โดยแถลงการณ์ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีใจความดังนี้
 
เรียน แฟนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทุกท่าน
 
กรณีที่มีสื่อมวลชน เสนอข่าวว่าเจ้าหน้าที่สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้แจ้งต่อประธานคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ว่าประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ข่มขู่ เจ้าหน้าที่ และนักกีฬาของสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด นั้น
 
สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขอเรียนชี้แจงดังนี้
 
1. สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังไม่ได้รับแจ้งข้อกล่าวหานี้ จากคณะอนุกรรมการฯ แต่อย่างใด จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ทราบว่าผู้แทนสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด นำเสนอข้อมูล เพื่อให้คณะอนุกรรมการฯ ตั้งข้อกล่าวหา เพื่อให้ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปชี้แจง อย่างไรก็ตามขณะนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลข้างเดียว ของเจ้าหน้าที่สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
 
ในส่วนของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังไม่ทราบรายละเอียดของข้อกล่าวหา จึงยังชี้แจงไม่ได้ และเนื่องจากเป็นการกล่าวหาที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายอาญา จึงต้องรอดูข้อกล่าวหาโดยละเอียด ก่อนจะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด
 
2. สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะชี้แจงเรื่องนี้ต่อคณะอนุกรรมการฯ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบเท่านั้น ขณะนี้กำลังรอหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา และหนังสือเชิญชี้แจงจากคณะอนุกรรมการฯ
 
3. หากได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา จะให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณา ว่าเข้าข่ายให้การเท็จ หมิ่นประมาท ให้ประธานสโมสร และสโมสรได้รับความเสียหายหรือไม่ หากเข้าข่าย จะดำเนินการตามกฎหมาย ให้ถึงที่สุดกับทุกคน ทุกองค์กร ที่ทำให้ได้รับความเสียหาย
 
4. เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีเจตนาทำลายชื่อเสียงของประธานสโมสร และ สโมสรฯ จึง เห็นว่าจะต้องพิสูจน์ความจริงกันในศาลก่อน และจะไม่มีการยอมความ ให้อภัยแก่คนที่ทำให้สโมสรฯเสียหายเช่นที่ผ่านมาอีกแล้ว
 
สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขอเรียนว่า สโมสรฯดำเนินการตามกฎหมายทุกวิถีทาง เพื่อปกป้องชื่อเสียงของสโมสร และประธานสโมสรฯ ซึ่งทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อความก้าวหน้าของสโมสรฯ และความสุขของแฟน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทุกคน
 
ขอแสดงความนับถือ
 
นาย ทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีมสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
 
จากแถลงการณ์ดังกล่าว บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ระบุชัดว่า จะดำเนินการตามกฎหมายทุกวิถีทาง และกับทุกคน ทุกองค์กร ที่ทำให้สโมสรได้รับความเสียหาย ซึ่งนั่นก็หมายถึง หนังสือพิมพ์กีฬาชื่อดัง และสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่เป็นผู้กล่าวหา
 
คงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะฟ้องร้อง 2 ยักษ์ใหญ่ของวงการกีฬาจริงหรือไม่ เพราะทำให้ตนเองเสียชื่อเสียง
 
หรือว่าสุดท้ายแล้วหากมีการงัดเอาหลักฐานออกมาดู เนวิน ชิดชอบ อาจจะผิดจริงตามที่ถูกกล่าวหาก็เป็นได้...