กระสุนนัดใหม่ของปืนใหญ่

กระสุนนัดใหม่ของปืนใหญ่

ช่วงก่อนเปิดฤดูกาลมีหลายๆ ทีมที่กำลังขยับขยายเรื่องของการซื้อตัวเสริมนักเตะไม่ว่าจะเป็นทีมใหญ่หรือทีมเล็กเพื่อลุ้นให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของตัวเองในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง

หนึ่งในนั้นก็คือทีมเก่าแก่อีกทีมแห่งกรุงลอนดอนอย่าง “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ที่ไม่มีถ้วยความสำเร็จอะไรเลยมาประดับตู้โชว์ของสโมสรมาถึง 8 ปีติดต่อกันแล้วแม้ว่ากุนซือจะยังเป็นคนหัวดื้ออย่าง อาร์แซน เวนเกอร์ เหมือนเดิม

ถ้าพูดถึงเรื่องการทำทีมของเวงเกอร์เองก็รู้อยู่แล้วว่า เน้นเรื่องของระบบทีมเป็นหลักมากกว่าการดึงจุดเด่นเรื่องของความสามารถเฉพาะตัวออกมาใช้

ถามว่าเป็นปรัชญาการทำทีมที่ถูกต้องไหมก็คงตอบไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าปรัชญาแบบอื่นๆ ก็อาจจะเป็นไปได้เหมือนตัวอย่างของบาร์เซโลน่า บาเยิร์น มิวนิค หรือ ทีมชาติสเปน ในยุคนิ้

อย่างไรก็ตามก็ไม่เสมอไปซะทีเดียว เพราะฤดูกาลนี้บาร์ซ่ายังล้มเหลวได้หรือบราซิลเป็นแชมป์คอนเฟเดอเรชั่นส์ล่าสุดเหนือทีมชาติสเปน ด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยมของตัวผู้เล่น

ขณะที่สิ่งที่สำคัญเลยคือทุกทีมที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีคือกองหน้าที่สามารถผลิตสกอร์ในฤดูกาลนึงไม่ต่ำกว่ายี่สิบประตูขึ้นไป หลายทีมใหญ่จึงกล้าทุ่มเงินมโหฬารในการซื้อนักเตะตำแหน่งนี้หรือพวกเกมรุก

ถึงบางครั้งหลายๆ คนอาจจะบอกว่าเกมรุกที่ดีที่สุดคือเกมรับที่เหนียวแน่น ก็จริงซึ่งไม่มีใครปฏิเสธ แต่ถ้าไม่มีคนคอยผลิตสกอร์ก็ยากที่จะชนะทีมอื่นเพื่อประสบความสำเร็จเหมือนกัน ดูจากตัวอย่างของทีมที่ประสบความสำเร็จในยุคนี้

อย่างบาร์เซโลน่ามี ลีโอเนล เมสซี่, เรอัล มาดริดมี คริสเตียนโน่ โรนัลโด้, แมนฯ ยูไนเต็ดมี โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หรือบาเยิร์น มิวนิคเองก็มี มาริโอ มันด์ซูคิช



เพราะบางครั้งกองกลางอาจจะไม่มีโอกาสได้ยิงประตูเลยหรือหาจังหวะส่องประตูได้เลยในวันที่เจอกับทีมกองกลางเขี้ยวๆ

ย้อนกลับมาที่อาร์เซนอลส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ทีมไปไม่ถึงฝันมาตลอด ก็คงเป็นการขาดกองหน้าระดับเวิลด์คลาส คนสุดท้ายที่ยังพอจำได้คือ เดนนิส เบิร์กแคมป์ หรือ เธียร์รี่ อองรี ที่เป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกมาหลายสมัยติดต่อกัน

ต่างจากสมัยนี้ที่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ากองหน้าที่เวนเกอร์ซื้อเข้ามาฝีเท้าไม่ถึงขึ้นหรือปรับตัวไม่ได้ ที่พอรับไหวก็คงเป้น โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ แต่ถ้าย้อดไปดูรายละเอียด ต้องบอกว่าสมัยฟาน เพอร์ซีย์อยู่ในถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยมนั้นเจ็บออดๆ แอดๆ มาโดยตลอด

ส่วนพวกที่ซื้อเข้ามาไล่ตั้งแต่ มารูยาน ชามัค, แชร์วิญโญ่, ลูคัส โพดอลสกี้ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ก็ไม่ได้เป็นกองหน้าที่สร้างความอุ่นใจให้แฟนบอลแม้แต่น้อย ถึงจะมีบางครั้งที่เข้าฟอร์มเรียกเสียงเชียร์สีสันความวูบวาบได้บ้าง

แต่ก็ไม่สามารถยืนระยะยิงได้ตลอดทั้งฤดูกาล มักจะยิงแบบมาๆ ไปๆ ซึ่งถ้านับประตูของกองหน้าอาร์เซนอลที่มีตอนนี้รวมกันยังสู้ ลีโอเนล เมสซี่ หรือ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ได้เลย หรือจะให้เท่ากับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ในสีเสื้อแมนฯ ยูเองก็อาจจะต้องใช้สองสามคนมาบวกรวมกัน

ดังนั้นไม่แปลกใจที่ช่วงนี้เวงเกอร์ก็จะต้องกระโจนเข้าสู่ตลาดนักเตะเพื่อหานักเตะในตำแหน่งกองหน้าคมๆ อีกครั้งและที่กำลังเป็นข่าวอยู่หนีไม่พ้น กอนซาโล่ อีกัวอิน นักเตะอาเจนไตน์ ที่ดูเหมือนจะเล่นให้กับมาดริดได้ไม่เต็มที่ไม่ฟิน



เพราะถูกคนอื่นแย่งยิงไปหมด หรือคนใกล้ตัวอย่าง เวย์น รูนีย์ ที่กำลังมีปัญหาไม่มีความสุขกับต้นสังกัดในปัจจุบันคือแมนฯ ยูไนเต็ดในยุคกำลังเปลี่ยนแปลง

ทั้งสองคนถือว่าเป็นกองหน้าสไตล์โป้งปิดบัญชี ที่มาอาร์เซนอลหน้าที่คงหนีไม่พ้นการมาเป็นมือปืนคอยยิงเป้าเพียงอย่างเดียว ซึ่งแฟนบอลของทีมคงต้องรู้สึกพอใจอย่างแน่นอน ถ้าได้ใครคนใดคนหนึ่งมาร่วมทีมในฤดูกาลหน้า

อีกทั้งยังพอมีหลักประกันว่าจะไม่มาแล้วบู่เหมือนพวกที่มีอยู่ตอนนี้ เนื่องจากมีประสบการณ์กับทีมใหญ่และลีกใหญ่มาแล้ว แค่มาเป็นคนปิดบัญชีเท่านั้น

ฟังดูแล้วเหมือนง่าย แต่กองหน้าสไตล์นี้ที่เป็นของจริง ไม่ใช่ของปลอมทำเหมือนนั่นหายากมากๆ เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาปืนใหญ่อย่างอาร์เซน่อลมีกระสุนกองหน้าในทีมหลายคนก็เป็นเพียงกระสุนพลาสติกเด็กเล่นเท่านั้นจึงหวังความสำเร็จไม่ได้

ทำให้โจทย์ยาก คือการได้กระสุนเงินปลิดวิญญาณนัดใหม่มาสู่ทีมอย่างสองตัวเลือกข้างต้น

ถ้าปืนดันกระบอกแตกซะก่อน ก็คงไม่มีความหมายเหมือนที่ผ่านๆ มาครับ


"หมอเมา"