แค่เปิดตลาด...

แค่เปิดตลาด...

ฟุตบอล : หลังจากตลาดซื้อขายหน้าหนาวเปิดทำการเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ถึงตอนนี้ต้องยอมรับว่ากระแสซื้อขายตัวผู้เล่นเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้หลายสโมสรยักษ์ใหญ่ยังดึงเชิง รอปิดดีลใหญ่ให้ได้ก่อนก็ตาม

ดีลใหญ่ ณ เวลานี้ ย่อมหนีไม่พ้น โมนาโก ที่ทุ่มเงินกว่า 100 ล้านยูโร เช็กบิล 4 ดาวดัง อย่าง ราดาเมล ฟัลเกา, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, เจา มูตินโญ่ และ เจมส์ โรดริเกวซ มาเสริมทัพ

ส่วน บาร์เซโลน่า จัดการตบหน้า เรอัล มาดริด คว้าตัว เนย์มาร์ ดาวรุ่งอนาคตไกลของ ซานโต๊ส มาร่วมทัพ พร้อมวลีเด็ด "เงินซื้อความสำเร็จไม่ได้เสมอไป"

เนย์มาร์ ย้ายเข้าสู่อ้อมอกบาร์เซโลน่า

ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่น้อยหน้าเช่นกัน แม้จะยังไม่มีการแต่งตั้งกุนซือคนใหม่มาคุมทัพอย่างเป็นการ แต่รวบ 2 ดาวดัง อย่าง แฟร์นานดินโญ่ และ เฆซุส นาบาส เข้าสู่ทีมอย่างรวดเร็ว

นอกนั้นรองลงมาก็มีพวกอดีตดาวดังอย่าง โชซูเอ้ ที่ลา โวล์ฟสบวร์ก กับ ไปค้าแข้งในบ้านเกิดกับ แอตเลติโก มิเนโร่ แบบไร้ค่าตัว หลังอยู่รับใช้ทีมมานาน 5 ปี

เฟร็ดดี้ อาดู อดีตวันเดอร์คิดสัญชาติอเมริกัน เจ้าของฉายา "นิว เปเล่" ได้โอกาสเดินทางไปค้าแข้งยังบราซิลกับ บาเฮีย เป็นการถาวร หลังยืมตัวมาแล้วทำผลงานได้น่าประทับใจ

ติโน่ คอสต้า ห้องเครื่องตัวเก่งของ บาเลนเซีย หลังจากต้นสังกัดชวดโควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ตัดสินใจเดินทางใครทางมัน ด้วยการโยกไปรับทรัพย์กับ สปาร์ตัก มอสโก ที่รัสเซีย

บรูโน่ อัลเวส อดีตปราการหลังยักษ์โขมดของ ปอร์โต้ ยังคงเดินหน้ากวาดเงินโดยไม่แยแสความสำเร็จ เมื่อตัดสินใจย้ายจาก เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ไปร่วมทัพ เฟเนอร์บาห์เช่ ด้วยค่าตัว 5.5 ล้านยูโร ทั้งที่ฝีเท้าดีพอจะโชว์เพลงแข้งบนลีกระดับท็อปของยุโรปได้สบาย

แมนฯ ซิตี้ คว้าปีกความเร็วสูง เฆซุส นาบาส มาร่วมทีม

เฟร์นานโด อโมเรเบียต้า ปราการหลังเนื้อหอมของ แอธเลติก บิลเบา ตัดสินใจเซ็นสัญญา 4 ปี ย้ายจาก แอธเลติก บิลเบา เข้ารัง ฟูแล่ม แบบไร้ค่าตัว

เช่นเดียวกับ เฟร์นานโด ญอเรนเต้ ที่ลา แอธเลติก บิลเบา แบบไม่สวยนักในซีซั่นสุดท้าย ก่อนย้ายไปร่วมรัง ยูเวนตุส แชมป์กัลโช่ เซรี่ อา ฤดูกาลล่าสุด

ส่วนในรายของ ลิเวอร์พูล สโมสรที่มีแฟนบอลชาวไทยบูชามากที่สุดทีมหนึ่ง แม้จะพลาดตัว มานูเอล อิตูร์ร่า มิดฟิลด์ชิลีของ มาลาก้า ที่โยกเข้ารัง กรานาด้า แต่ยังเช็กบิล โคโล่ ตูเร่ และ ยาโก้ อาสปาส เข้ารังได้สำเร็จ แต่ก็สุ่มเสี่ยงต่อการเสีย หลุยส์ ซัวเรซ ออกจากทีมเช่นกัน

พูดถึงพรีเมียร์ลีก ต้องยอมรับว่าซีซั่นนี้เหล่ายักษ์ใหญ่ยังไม่มีทีมใดกระโตกกระตากมากนัก ไล่ตั้งแต่แชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีการเปลี่ยนแปลงหัวเรือใหญ่จาก เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มาเป็น เดวิด มอยส์

ถึงเวลานี้เพิ่งได้ตัว กิลเยร์โม่ วาเรล่า แบ็กขวาดาวรุ่งชาวอุรุกวัย มาเสริมทัพเพียงรายเดียว แต่ตกเป็นข่าวกับเขาไปทั่ว โดยเฉพาะแดนกลางที่เชื่อว่าเป็นจุดอ่อนของทีม

ชั่วโมงนี้ มารูยาน เฟลไลนี่ เนื้อหอมเหลือเกิน

การหายไปของ พอล สโคลส์ ที่ประกาศแขวนสตั๊ดทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์เพียงไม่กี่ราย ไล่ตั้งแต่ ไมเคิล คาร์ริค, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ และ ฟิล โจนส์ ส่วน อันแดร์สัน คงโดนลอยแพพ้นทีม ขณะที่ ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ ยังไม่ทราบว่าจะหายป่วยกลับมาฟิตสมบูรณ์เมื่อไร

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ มอยส์ จะกาหัว มารูยาน เฟลไลนี่ อดีตศิษย์รักที่ เอฟเวอร์ตัน เป็นเป้าหมายเบอร์ 1 แม้ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ จะขีดเส้นไม่ยอมขาย แต่งานนี้เข้าตำราเงินมาผ้าหลุดแน่นอน

เช่นเดียวกับในรายของ เลจ์ตัน เบนส์ ที่ มอยส์ หวังดึงมาแทนที่ ปาทริซ เอฟร่า ที่เริ่มโรยรา และตกเป็นข่าวกับ 2 ยักษ์ใหญ่ในบ้านเกิดอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และ โมนาโก ซึ่งผมเชื่อว่าหาก มอยส์ เอาจริง 2 ดีลนี้ไม่น่าพลาด

ขยับมาที่ เชลซี หลังประกาศแต่งตั้ง โจเซ่ มูรินโญ่ เข้ามารับตำแหน่งกุนซืออย่างเป็นทางการ พวกเขาก็ไม่รอช้าเช็กบิลแข้งรายแรกเข้าสู่ทีมทันที ซึ่งไม่ใช่ใครอื่น อังเดร ชูร์เล่ นั่นเอง

ดีลนี้ตอนแรกผมคิดว่าล่มปากอ่าวเสียแล้ว เพราะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ต้องการได้ตัว เควิน เดอ บรุน ไปเป็นส่วนหนึ่งในสัญญา แต่ มูรินโญ่ ปฏิเสธ เพราะต้องการใช้งาน ดาวรุ่งเบลเยียม ในฤดูกาลหน้า

กอนซาโล่ อิกวาอิน จะมาอาร์เซนอล

สุดท้าย เลเวอร์คูเซ่น ไม่มีทางเลือก ต้องตอบรับข้อเสนอ 18 ล้านปอนด์ ของ เชลซี แล้วเจียด 10 ล้านยูโร ดึงตัว เฮือง-มิน ซอน มาจาก ฮัมบวร์ก ถือว่าวินวินทั้ง 2 ฝ่าย

นอกจากนี้ เชลซี ยังตกเป็นข่าวกับ 2 หัวหอกระดับท็อปของยุโรปอย่าง เอดินสัน คาวานี่ และ มาริโอ โกเมซ ซึ่งเชื่อว่ารายแรกมีโอกาสโยกมาค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ถึง 90% เลยทีเดียว

ส่วนทีมรักของผมอย่าง อาร์เซนอล ไม่ต้องพูดถึง หลังมีกระแสจ่อปิดดีลคว้าตัว กอนซาโล่ อิกวาอิน มาจาก เรอัล มาดริด สุดท้ายเรื่องราวเงียบหายไปอีกครั้ง จนหวั่นว่าท้ายที่สุดจะล่มปากอ่าวเอาเสียจริง

ด้าน สเตวาน โยเวติช ไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้กระแสความสนใจพุ่งเข้าหา ดาวเตะเลือดเซิร์บ ชนิดหัวกระไดไม่แห้ง ค่าตัวพุ่งพรวดแตะหลัก 30 ล้านยูโร งานนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่เล่นด้วยแน่นอน

ปิดท้ายกันที่การโยกย้ายสังกัดของ 2 ดาวเตะระดับตำนานแห่งเวทีลา ลีกา สเปน อย่าง มาร์กอส เซนน่า และ ดาวิด อัลเบลด้า หลังหมดสัญญากับสโมสร

โชเซ่ มูรินโญ่ ย้ายมาเชลซี เตรียมช็อปกระจายแน่นอน

โดย เซนน่า ตัดสินใจอำลา บีญาร์เรอัล ไปหาโกยเงินช่วงบั้นปลายชีวิตที่เมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์ สหรัฐอเมริกา หลังอยู่รับใช้ทีมมานาน 11 ปี

นับตั้งแต่ย้ายจาก เซา คาเอตาโน่ มาค้าแข้งกับ บีญาร์เรอัล เมื่อปี 2002 เซนน่า พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดของวงการสเปน และติดธง "กระทิงดุ" ไป 28 นัด

ตลอดระยะ 11 ปี ในถิ่นเอล มาดริกัล เซนน่า อาจทำได้ดีที่สุดเพียงช่วยทีมคว้าแชมป์อินเตอร์โตโต้ คัพ ในปี 2003 และ 2004 แต่ก็ช่วยยกระดับ บีญาร์เรอัล ขึ้นมาเป็นทีมระดับท็อปของสเปน

เช่นเดียวกับ อัลเบลด้า ที่โบกมือลา บาเลนเซีย หลังอยู่รับใช้ทีมมานานถึง 17 ปี เรียกได้ว่าถวายใจให้ "ค้างคาวไฟ" เพียงทีมเดียวตลอดเส้นทางพ่อค้าแข้งที่ผ่านมา

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะย้ายไปทีมไหน ?

โดย อัลเบลด้า ประสบความสำเร็จมากมายกับ บาเลนเซีย ไล่ตั้งแต่แชมป์ลา ลีกา 2001/02 และ 2003/04, แชมป์ยูฟ่า คัพ 2003/04, แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2004, แชมป์โคปา เดล เรย์ 2007/08

รวมถึงเป็นหนึ่งในทีมชุดรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 1999/00 และ 2000/01 และแชมป์ซูเปอร์ โคปา เด เอสปันญ่า 1999 ด้วย

นี่เป็นภาพรวมของตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์หลังผ่านพ้นไปประมาณ 14 วัน ที่ผมนำมาฝากท่านผู้อ่าน ฉบับหน้าจะมีเรื่องราวอะไรดีๆ รออยู่ในพื้นที่คอลัมน์นี้...รอติดตามชมนะครับพี่น้อง

เรื่องโดย "julesrime"