"หาหอก อัซซูรี่"

"หาหอก อัซซูรี่"
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

หากไม่มีอะไรผิดพลาด ฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลช่วงกลางปีนี้ โผกองหน้าทีมชาติอิตาลีคงจะถูกกำหนดเอาไว้คร่าวๆ แล้ว 2-3 ตำแหน่งโดยไม่ต้องแก่งแย่งแข่งขันเสี่ยงจับใบแดงใบดำกันให้เมื่อยตุ้ม
หลัง 2-3 รายที่ว่านั่น มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้ามหาเกรียนจาก เอซี มิลาน ซึ่ง เชซาเร่ ปรันเดลลี่ อิล ชิที ชื่นชอบเป็นการส่วนตัวนั้นจองไว้แล้ว 1 พื้นที่ ไม่ว่าผลงานและพฤติกรรมในช่วงที่เหลือของฤดูกาลจะเป็นอย่างไร
 
ส่วน จูเซ็ปเป้ รอสซี่ ดาวยิงคู่บุญจาก ฟิออเรนติน่า หากรักษาหืดหอบ เอ๊ย อาการบาดเจ็บได้สำเร็จแล้วล่ะก็การันตีถูกเรียกเข้ากรมอีก 1 คนเช่นกัน โดยมี ปาโบล ออสวัลโด้ หัวหอกพันธุ์ระห่ำจาก ยูเวนตุส คว้าตั๋วใบที่ 3 ไว้ในครอบครอง
 
ฟาดไปแล้ว 3 จากทั้งหมดซึ่ง ปรันเดลลี่ "น่าจะ" เจียดไว้ให้กองหน้า 4-5 คน เหลือตั๋วอย่างมากที่สุดอีกแค่ 2 ใบสำหรับหน้าร้อนนี้ที่เมืองกาแฟ
 
ตั๋วเหลือแค่ 1 หรือหากโชคดีอาจจะเป็น 2 ใบ
 
ทุกอย่างยังไม่แน่นอน หลัง ปรันเดลลี่ ไม่เคยยึดแผนไหนเป็นแหล่งเป็นหลัก ใช้มันมั่วซั่วไปหมดไม่ว่าจะ 4-2-3-1, 4-3-3 หรือสูตรยอดฮิตประจำฤดูกาล 3-5-2
 
แต่กองหน้า "อัซซูรี่" ทั้งที่เคยและไม่เคยรับใช้ชาติมาแล้วนั้นเหมือนนัดกันเข้าฝักโดยมิได้นัด หมาย หลังพาเหรดกันถล่มประตูเป็นว่าเล่นจนขึ้นมาคั่วตำแหน่งดาวซัลโวหรือ "คาโปคันโนนิเอรี่" กันให้สลอน
 
แคนดิเดต ณ เวลานี้ หากตัดตัวออกมาโดยคัดจากผลงานและจำนวนประตูที่ทำได้ก็น่าจะเหลือ... อีกตั้ง 6 คน และจากทั้งหมดนี้สุดท้ายแล้วจะเหลือใครบ้างที่ได้รับเกียรติถูกเรียกตัวเป็น หัวหอกให้กับทีมชาติอิตาลี
 
1. ชิโร่ อิมโมบิเล่ (18 ประตู/ โตริโน่)
 
 
ไอ้หนุ่มวัย 24 กะรัตจากสังกัด "กระทิงหิน" ซึ่งจู่ๆ ก็เก่งขึ้นมาพราดพราวเหมือนเด็กเนิร์ดเล่นเกมออนไลน์แล้วเติมเงินให้ตัว ละครอย่างไรอย่างนั้น หลักฐานเห็นกันอยู่หลัดๆ หลังฤดูกาลที่แล้วลงเตะให้ เจนัว 33 นัด ทำได้ 5 ประตู - หมูตู้โคตรๆ
 
อย่างไรก็ตามไอ้เด็กอ่อนด๋อยในวันนั้นกลับกลายเป็นดาวยิงไฟพะเนียงในวันนี้ อิมโมบิเล่ ซัดเอาๆ จนนำเป็นดาวซัลโวร่วม (กับ คาร์ลอส เตเวซ ของ ยูเวนตุส)ด้วยจำนวน 18 ประตู ช่วยให้ต้นสังกัดรั้งอันดับ 10 รอดตกชั้นแบบสบายๆ แน่นอนแล้ว
 
สถิติที่น่าทึ่งอีกอย่างของหัวหอกรายนี้คือไม่มีจุดโทษเจือปนเลยแม้แต่ประตู เดียว มาจากฝีเท้าล้วนๆ แถม 12 จาก 18 ประตูยังเป็นประตูแรกของเกมอีกต่างหาก
 
2. ลูก้า โทนี่ (16 ประตู/ เวโรน่า)
 
 
เสือเฒ่าซึ่งเคยเป็นตัวหลักให้ "อัซซูรี่" ในครั้งเถลิงบัลลังก์แชมป์เวิลด์คัพ 2006 กลับมาอาละวาดอีกครั้งด้วยผลงาน 16 ประตูกับ เวโรน่า ทีมน้องใหม่ผลงานสุดไฉไล ทั้งที่หากพลิกดูฉลากด้านหลังตัวเลขวันหมดอายุน่าจะล่วงเลยมานานมากกกก... แล้ว
 
ในเมื่อจุดพีคสุดท้ายของเจ้าตัวคือฤดูกาล 2008/09 หรือปีที่ 2 ที่เล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่ดาวยิงร่างโย่งทำประตูในลีกได้มากกว่า 10 ประตู จากนั้นก็พยายามกลับมาค้าแข้งในบ้านเกิดกับอีกหลายสโมสร แต่ก็เข้าอีหรอบเดิม - ไปไม่รอด
 
ที่ไหนได้ บนวัย 36 ปี โทนี่ กลับมาดาหน้าไล่สอยตาข่ายชาวบ้านชาวช่องเขาดื้อๆ นับจนถึงตอนนี้ลงเล่นไปแล้ว 28 นัด ทำได้ 16 ประตู ขาดอีกแค่ 5 ประตูเท่านั้นก็จะเทียบเท่ากับจำนวนประตูทั้งหมดที่ทำได้นับตั้งแต่ย้ายออก จากรั้ว "เสือใต้" เมื่อปี 2009 
 
3. มัตเตีย เดสโตร (13 ประตู/ โรม่า)
 
 
นี่คือตัวอย่างของคนสู้ชีวิตอย่างแท้จริง เดสโตร เดี้ยงไปนานเป็น 10 เดือนเหมือนๆ กันกับ รอสซี่ แต่แตกต่างกันตรงที่รายหลังนั้นพิสูจน์ตัวเองมาแล้วทำให้การจะกลับมายืนบน แถวหน้าอีกครั้งจึงมีแรงสนับสนุนอยู่เพียบ
 
ส่วนกับ เดสโตร แม้แรงหนุนจะน้อยชนิดเทียบกันไม่ได้ แถมการเล่นกับ โรม่า ซึ่งในทีมก็แต่กองหน้าระดับพระกาฬด้วยกันทั้งนั้น แต่เจ้าตัวก็ยังพิสูจน์ให้เห็นจนได้ว่า "มีของ" เหมือนกัน หลังได้โอกาสลงเล่น 18 นัด เป็นสำรองไป 6 แต่ก็ยังอุตส่าห์ทำได้ถึง 13 ประตู
 
ว่าไปแล้วค่าเฉลี่ยของดาวยิงวัย 23 กะรัตนั้นนับว่าไม่ใช่เล่นๆ หากคำนวณเป็นตัวเลขเป๊ะๆ เดสโตร ได้ลงเล่นไปทั้งสิ้น 1,079 นาที เฉลี่ยแล้วจะลั่นไกสลุตตาข่ายได้ 1 ประตูต่อทุก 83 นาที หรือนัดละ 1 ประตูนิดๆ เลยทีเดียว
 
4. อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ (13 ประตู/ เจนัว)
 
 
ดาวยิงสารพัดพิษประสบการณ์สูงจากสังกัดเจนัว มีครบทั้งลูกเทคนิค ลูกตุกติก จังหวะวิ่งไปพุ่งล้มดื้อๆ โดยไม่มีใครอยู่ใกล้ตัวในรัศมี 1 เมตรยังคงติดตา
 
แถมฤดูกาลที่มี ฟุตบอลโลก รออยู่ จิลาร์ดิโน่ มักจะเล่นดีเป็นพิเศษ หลังติดธงมาตลอดทั้งชุดปี 2006 และ 2010 ตรงข้ามกับ ยูโร ซึ่งเจ้าตัวยังไม่เคยได้ไปแม้สักครั้งเดียว
 
"จิลาร์" ทำไป 13 ประตู แม้จะมาจาก 4 จุดโทษ คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 จากทั้งหมดที่ทำได้ แต่หากมองในมุมกลับแล้วไอ้หมอนี่ถือเป็นอีกคนที่ไว้วางใจได้ทีเดียว เพราะ เจนัว ในเวลานี้เรียกได้ว่าถูกแบกไว้บนไหล่ของเขาคนเดียว หลังคนที่ทำประตูได้มากรองลงมานั้นเพิ่งจะทำได้เพียง 3 ประตู!!
 
5. โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ (12 ประตู/ ซัสซูโอโล่)
 
 
ด้วยวัยเพียง 19 ปี เบราร์ดี้ จึงถือว่าอ่อนประสบการณ์กว่าใครเพื่อน แถมเพิ่งจะเริ่มต้นเส้นทางอาชีพได้เพียงแค่ 2 ฤดูกาล ปีที่แล้วใน เซเรีย บี กับ ซัสซูโอโล่ ก็ซัดไปถึง 11 ประตู ทำให้ ยูเวนตุส ไม่ลังเลที่จะส่ง ลูก้า มาร์โรเน่ ตัวดีกรีทีมชาติชุด U-21 ไปแลก พร้อมกับให้สโมสรยืมตัวใช้งานต่อไปได้
 
และดูเหมือนว่าดาวยิงร่างกะทัดรัดจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง หลังสอยตาข่ายเป็นว่าเล่นจนแตะหลัก 12 ประตูเข้าไปแล้ว ทั้งที่อยู่กับทีมเล็กๆ โอกาสล่อเป้าในแต่ละนัดนั้นก็สุดจะจุ๋มจิ๋ม
 
แม้จะดูน่าสนใจด้วยความที่ฝีเท้าใหญ่เกินตัว แต่ เบราร์ดี้ ก็เสียงรังวัดไปไม่น้อยในช่วง 1-2 เดือนหลังสุดซึ่งแทบจะทำประตูไม่ได้เลย แถมผลงานของเขาในฤดูกาลนี้ก็มาจากจุดโทษถึง 5 ประตู เรียกได้ว่าเกือบครึ่งเลยทีเดียว 
 
6. อันโตนิโอ คาสซาโน่ (11 ประตู/ ปาร์ม่า)
 
 
"ปีเตอร์แพน" กลับมาทำผลงานสุดสะดิ้งได้อีกคำรบหลังปล่อยตัวปล่อยฝีเท้าไปนานเกือบ 4-5 ปี โดยเจ้าตัวสลุตตาข่ายทะลุหลัก 10 ประตูเรียบร้อยไปแล้ว อาจจะดูเป็นจำนวนไม่เยอะ แต่นี่เพิ่งจะแค่ครั้งที่ 4 เท่านั้นที่เจ้าตัวทำได้ถึงขนาดนี้กับการเล่นใน เซเรีย อา
 
แต่ด้วยวัยที่มากขึ้นถึง 31 ขวบไปแล้ว คาสซาโน่ เลยมีวุฒิภาวะสูงเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเหมือนกัน หลังๆ มานี่จึงชักจะไม่แสดงความเกรียนใส่ชาวบ้านชาวช่องเขาง่ายๆ อีกแล้วจึงส่งผลถึง ปาร์ม่า แบบเต็มๆ ซึ่งพวกเขาผลงานดีสุดๆ ถึงขั้นได้ลุ้นโควต้า ยูโรปา ลีก
 
อย่างไรก็ตามดาวยิงร่างตันหลุดจากสารบบทีมชาติไปนานจนหลายคนชักจะไม่อยาก เชื่อน้ำยา แถมที่ผ่านมาก็เคยติดทีมชาติเฉพาะชุดลุยยูโร ยังไม่เคยได้ไป ฟุตบอลโลก สักครั้ง หากหนนี้ตีตั๋วไปได้สำเร็จก็อาจจะได้กลับมาดังตอนแก่เหมือน ลูก้า โทนี่ ก็ได้
 
'นนท์