แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ถดถอย...หรือยังคงยิ่งใหญ่...???

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ถดถอย...หรือยังคงยิ่งใหญ่...???

ฟุตบอล : หลังจากเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ประกาศอย่างเป็นทางการวางมือจากการทำงานกุนซือของทีมผีแดง กระแสข่าวหลากหลายเรื่องราวไหลเชี่ยวอย่างยิ่ง หนีไม่ออกจริงๆกับการไม่พูดถึง เฟอร์กี้ หรือเรื่องราวของทีมผีแดง

สื่อในอังกฤษวิเคราะห์สถานการณ์หลังจาก เฟอร์กี้ วางมือไปแล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะถึงคราวถดถอยเมื่อไม่มีป๋าชี้มือสั่งการอยู่ข้างสนาม ในขณะเดียวกันก็มีมุมตรงข้ามที่ชี้ให้เห็นว่าผีแดงยังคงเดินหน้าต่อไปได้แบบไม่มีปัญหา

ตลอดเวลาร้อยกว่าปีของสโมสร ความสำเร็จส่วนใหญ่อยู่ในยุคที่มี เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นกุนซือ เมื่อไม่มีเฟอร์กี้ สั่งการข้างสนามหลายคนย่อมหวั่นไหวเป็นธรรมดา ทุกอย่างจะสะดุดหรือเปล่า เป็นเรื่องราวที่ไม่สามารถการันตีอะไรได้เลย ไม่เชื่อก็ลองไปถามแฟนบอลลิเวอร์พูลดูก็แล้วกัน ตั้งแต่แต่งตั้ง แกรม ซูเนสส์ เป็นกุนซือในปี 1991 โครงสร้างต่างๆ ความตกต่ำทุกชนิดถาโถมเข้ามา ทุกวันนี้ก็ยังคงแย่เหมือนเดิม

ทั้งมุมถดถอยและมุมเดินหน้าต่อไปได้เหมือนเดิม เป็นอย่างไรกันบ้าง เหตุผลต่างๆเหล่านั้นดูกันเล่นๆเป็นกับแกล้มโดยไม่ต้องไปจริงจังอะไรมากมาย


มุมถดถอย...

1. งานคุมผีคือยาพิษดีๆนี่เอง : การสืบสานความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ เฟอร์กี้ ไม่ใช่ใครคนไหนก็สามารถทำได้ หลังยุคเซอร์แม็ตต์ บัสบี้ มีกุนซือเข้ามาสานงานต่อ 6 คน ล้วนแล้วแต่หาความสำเร็จได้ยากก่อนที่ เฟอร์กี้ จะเข้ามารับงานในปี 1986

กดดันสุดๆแน่นอนกับผลงานและความยิ่งใหญ่ที่ เฟอร์กี้ ทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า เชื่อได้เลยว่าแฟนบอลผีแดงก็อดหวั่นไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน

2. ภาพของฟุตบอลที่เปลี่ยนแปลงไป : หลายปีที่ผ่านมาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องต่อสู้อย่างหนักกับโลกของฟุตบอลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

มีคนโคตรรวยมากมายที่เข้ามาสู่วงการนี้ เห็นชัดเจนว่าหลายปีที่ผ่านมาเชลซีคุกคามความยิ่งใหญ่ของเฟอร์กี้และผีแดงตลอดเวลาด้วยการเข้ามาของ โรมัน อบราโมวิช นาทีนี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นอีกทีมหนึ่งที่พยายามโค่นความยิ่งใหญ่ดังกล่าวเช่นกัน

แน่นอนว่า เฟอร์กี้ คือปัจจัยสำคัญกับการรับมือเรื่องราวดังกล่าวเพื่อดึงให้ผีแดงยังคงมีความสำเร็จต่อไป วันนี้ผีแดงยังคงทำเรื่องราวเดิมๆเหมือนที่ผ่านมาได้อีกหรือเปล่า ?

3. เด็กๆจะพัฒนาได้ดีแค่ไหน : เป็นที่รู้กันว่า เฟอร์กี้ จะดูแลเด็กๆในทีมอย่างเป็นระบบและเป็นระเบียบทั้งในและนอกสนาม เพื่อให้การพัฒนาของนักเตะเป็นไปอย่างมีขั้นตอนและมั่นคง

ฤดูกาลนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่า กระดูกสันหลังของทีมที่ปูดโปนออกมาจนเห็นได้ชัดก็คือผลงานของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กับ ผลงานของไมเคิล คาร์ริค ผลงานเด็กรุ่นใหม่ยังไม่ชัดเจน ยกตัวอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค แม้ว่าอนาคตเห็นกันอยู่ แต่ผลงานเรื่องยิงประตูยังคงดูไม่จืดเหมือนกัน

4. ภาวะหนี้สินของสโมสร : ตั้งแต่ตระกูลเกลเซอร์เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร จำนวนหนี้สินไม่ได้ทำให้ผีแดงหยุดประสบความสำเร็จแต่อย่างใด หลายคนบอกเอาไว้ว่าถ้าไม่ใช่เพราะผลงานของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผีแดงอาจจะอยู่ในสภาพเดียวกับลิเวอร์พูลก็ได้

หนี้สินของสโมสรมีแนวโน้มที่จะถูกกำจัดออกไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คงต้องทบทวนสถานการณ์กันใหม่เพราะไม่มีใครแน่ใจว่า เดวิด มอยส์ จะทำได้ดีแค่ไหน

5. มิดฟิลด์ยังไม่ดีพอ : พอล สโคลส์ เลิกเล่นไปแล้วยังต้องกลับมาช่วยทีม ไรอัน กิ๊กส์ ก็ยังคงถูกใช้งานต่อไป นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่า เฟอร์กี้วางมือออกไปโดยที่ยังแก้ไขปัญหามิดฟิลด์ให้กับทีมไม่ได้

ในรอบหลายปีที่ผ่านมาแม้ว่าจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ ลีก แต่ผีแดงก็ยังคงไม่ดีพอสำหรับแชมเปี้ยนส์ ลีก เวย์น รูนี่ย์ ที่ถูกถอยลงมาช่วยงานก็ทำท่าว่าจะย้ายออกไปจากทีม มิดฟิลด์ของเฟอร์กี้ยังเทียบชั้นกับมิดฟิลด์ของบาเยิร์น มิวนิคและบาร์ซ่าไม่ได้

นั่นเป็นการมองในทางร้ายเอาไว้ก่อน ซึ่งคงไม่ใช่มุมเดียว ต้องมองในมุมที่ดีเอาไว้เช่นกันว่าผีแดงสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง


มุมเดินหน้าต่อเนื่อง...

1. วัฒนธรรมชนะ : หลังจาก เฟอร์กี้ ชูถ้วยแชมป์เอฟเอ คัพ เมื่อปี 1990 ชัยชนะและความสำเร็จไหลเข้าสู่สายเลือด เป็นดีเอ็นเอของค่ายโอลด์แทรฟฟอร์ด เรื่องหนึ่งที่ทุกคนในค่ายนี้รู้ซึ้งเป็นอย่างดีนั่นคือถ้วยรางวัล

นักเตะทุกคนที่เข้ามาสวมเสื้อผีแดงจะติดเชื้อความสำเร็จเข้าอย่างจัง เป็นวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทีมต้องประสบความสำเร็จ ทีมต้องมีถ้วยรางวัล

2. นักเตะรุ่นใหม่ : เรื่องหนึ่งที่ เฟอร์กี้ประสบความสำเร็จมาตลอดก็คือไม่ว่าทีมจะเปลี่ยนยุคเปลี่ยนสมัยในเรื่องของตัวผู้เล่น ทีมก็ยังคงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง
ก่อนที่จะตัดสินใจรีไทร์ เฟอร์กี้ วางตัวพวกรุ่นใหม่ๆเอาไว้แล้วนักเตะเหล่านั้นพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นไปอยู่ในระดับที่ทีมต้องการในวันข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็น ทอม เคลฟเวอร์ลีย์,แดนนี่ เวลเบ็คหรือฟิล โจนส์

3. เฟอร์กี้ยังคงอยู่ : เขาอาจจะไม่ใช่คนที่จะยืนตะโกนอยู่ข้างสนามอีกต่อไป ทว่ามันก็เป็นเรื่องยากที่เฟอร์กี้จะไม่มีส่วนอีกต่อไป ในฐานะไดเรคเตอร์ของสโมสรเชื่อได้เลยว่าป๋ายังคงมีบทบาทกับเกมในสนามอยู่ เพียงแต่ไม่ออกนอกหน้าโดยตรงเหมือนที่ผ่านมา

ไม่มีทางที่ เฟอร์กี้ จะปล่อยให้การทำงานอย่างหนักและยาวนานของแกจบสิ้นไปแค่ชั่วข้ามคืน โดยปล่อยให้เป็นเรื่องของ เดวิด มอยส์ เพียงคนเดียว

4. ผียังคงอยู่ในกลุ่มทีมร่ำรวยที่สุด : หลายปีที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่มีมูลค่ามากที่สุดร่ำรวยที่สุด ช่วงหลังอาจจะมีเรอัล มาดริด เบียดไปบ้าง มูลค่าปัจจุบันของทีมคือ 2 พันล้านปอนด์ แต่ละปีมีรายได้กว่า 5 ร้อยล้านปอนด์และทำท่าว่าจะมากขึ้นไปเรื่อยๆ

เป็นเหตุผลที่ผีแดงสามารถดึงนักเตะพรสวรรค์ชั้นเยี่ยมเข้ามาร่วมทีมได้ต่อเนื่อง

5. ผียังคงเป็นผี : บางช่วงเวลาอาจจะต้องรอกันนานกว่าจะประสบความสำเร็จ เมื่อเฟอร์กี้มีบทบาทเต็มที่กับผีแดงยุคใหม่ แม้ว่าภาพของฟุตบอลจะเปลี่ยนแปลงไป โลกของธุรกิจจะเข้ามามีบาบาทมากขึ้น ผีแดงยังคงมีสมดุลที่ดี

ไม่ใช่ว่าทุกทีมจะมีสมดุลที่ดีต่อเนื่องได้ แหล่งเงินทุนก็มี ความสำเร็จก็มี ทีมยังคงเดินหน้าควบคู่ไปได้ไม่ว่าโลกของฟุตบอลจะเปลี่ยนไปอย่างไร นอกจากนี้อนาคตข้างหน้าเรื่องของแฟร์เพลย์ทางด้านการเงินไม่ได้มีผลอะไรกับโครงสร้างของทีม ยิ่งส่งเสริมผีแดงมากขึ้นไปอีก

เรื่องโดย "ดามัน"