ได้รู้กันหลังจบเกมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์

ได้รู้กันหลังจบเกมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์

ฟุตบอล : ผมคงต้องเริ่มต้นด้วยการ "ขอโทษ" และขออภัยในความผิดพลาดทางเทคนิคจากคอลัมน์ฉบับเมื่อวานนะครับที่บังเอิญมี "ข้อเขียน" เก่าจากฉบับขายวันเสาร์ที่ 4 พ.ค. พ่วงติดมาด้วยกับงานใหม่จนกลายเป็นว่า มี 2 ข้อเขียนทั้งเก่า และใหม่ในวันเดียวกันซะงั้น

สำหรับวันนี้ แน่นอนครับว่า ประเด็นสำคัญจะหนีไม่พ้นแมตช์ "หยุดหายใจ" ระหว่าง เชลซี - สเปอร์ส ดังที่ผมได้เรียนให้ทราบไปเมื่อวานนี้ว่า ทีมตราไก่ต้องบุกชนะสถานเดียวหากจะหวังลุ้น "ท็อปโฟร์" แบบจริงๆ จังๆ

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญนั้นอยู่ที่แมตช์ แมนฯยูฯ - เชลซี ณ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งทีมสิงโตน้ำเงินครามบุกมาชนะเจ้าถิ่นได้ ทำให้ "ขึ้นแท่น" อันดับ 3 ทันทีโดยมี 68 แต้มจาก 35 นัด

นำหน้าอาร์เซนอล อันดับ 4 ที่เตะมากกว่า 1 นัดอยู่ 1 คะแนน และนำหน้าสเปอร์สที่เตะเท่ากันอยู่ 3 คะแนนด้วยประตูได้/เสียที่ดีที่สุด (พรีเมียร์ลีกจะใช้ลูกได้/เสียตัดสิน หากคะแนนเท่ากัน ไม่ใช่ เฮดทูเฮด)

สถานการณ์ดังกล่าว อาร์เซนอล จะ "คอยแช่ง" แค่ให้เชลซีเก็บแต้มได้ซึ่งก็จะเพียงพอให้พวกเค้าจบด้วยอันดับ 4 เป็นอย่างน้อย

ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมไม่สนใจเกมที่เหลือแล้วนะครับ เพราะชั่วโมงนี้ดูยาก และขออนุญาตคิดว่า ทั้ง 3 น่าจะเก็บชัยชนะนัดที่เหลือจากนี้ได้ทั้งหมดแล้วกัน

ครับ ใครได้ชมสเปอร์สเล่นในช่วงหลังคงต้องอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะหากไม่ได้ แกเร็ธ เบล นักเตะยอดเยี่ยมทุกสถาบันทั้งจากเพื่อนร่วมอาชีพ และผู้สื่อข่าว

ทีมตราไก่ และอังเดร วิลลาส โบอาส คงไม่ได้มีวันนี้อย่างที่ทราบๆ กัน

แต่สิ่งที่ผมสังเกตมาตลอด และทีมส่วนใหญ่ก็ "พลาด" ในการรับมือมิดฟิลด์ตัวรุกวัย 23 ปี ที่ยิงทะลุ 20 ประตู ไปแล้วก็คือ การปล่อยให้เบลลากบอล และหาจังหวะเข้าหา "เท้าซ้าย" ก่อนส่องประตูได้

ผมเข้าใจว่า มานั่งพูดแบบนี้ดูเหมือนง่าย แต่ทั้งๆ ที่รู้ หลายทีมก็ทำไม่ได้ หรือไม่ได้พยายามเพียงพอในการป้องกันวิถีกระสุนของเบล เฉพาะอย่างยิ่งการลากจากขวาเข้ากลางเหมือนที่เซาแธมป์ตันโดนแบบเจ็บกระดองใจท้ายเกม

ที่ถูกต้อง คือ ต้อง "บีบ" ให้เบล เลี้ยงไปที่เส้นหลัง หรือใช้เวลาอยู่ริมเส้นข้างสนามให้มากที่สุด..

ดังนั้น ราฟาเอล เบนิเตซ ที่มีงานใหญ่ "ยูโรป้า ลีก" นัดชิงชนะเลิศวันที่ 15 พ.ค.จะทำไม่ได้เลยหรือ? ในการป้องกันดังกล่าว

เพราะยามนี้ดาวซัลโว เจอร์เมน เดโฟ ก็ยังไม่สมบูรณ์ และอเดบายอร์ ก็ฟอร์มฝืดสุดๆ ตลอดซีซั่น

ตรงกันข้าม เชลซีที่หากไม่กรอบเกินไป น่าจะใช้ตัวผู้เล่น "โรเตชั่น" หลากหลายเฉือนเอาชนะไปได้ และทำให้ทีมตราไก่น่าจะต้องแห้วการไปเตะ UCL อีกครั้ง

หากเป็นเช่นนั้นจริง ผมถือว่า "เหมาะสม" เพราะเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์แล้ว สเปอร์สในซีซั่นนี้ "เป็นรอง" ทั้งเชลซี และอาร์เซนอล

การเดินทางมาจบอันดับ 5 น่าจะ "คู่ควร" ที่สุด และสมควรเป็น "บันได" ที่มั่นคงกว่าให้ AVB และทีมในการสร้างทัพนักเตะต่อไปในซัมเมอร์นี้

หาไม่แล้ว ผมว่า มันจะเป็นก้าวกระโดดเกินไปหากจะได้ไปเตะ UCL ปีหน้า ซึ่งในบางมุมเสมือนเป็น "ทุกขลาภ" สำหรับทีมที่ไม่พร้อม

เนื่องจากต้องมีทั้งศึกใน และนอกลีกให้ต่อสู้อย่างหนัก และเผลอๆ ก็อาจจะทำไม่ดีในทุกถ้วย

ดูอย่าง อาร์เซนอล ประไร เพราะหลังจากบุกชนะบาเยิร์น ถึงอัลลิอันซ์ อารีน่า พวกเค้าก็ไม่แพ้ใครเลย 9 นัดในทุกถ้วย เพราะไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้วนอกจาก "โฟกัส" ไปที่ "ท็อปโฟร์" เพียงอย่างเดียว

ครับ อาร์เซนอล ก็ต้อง "สร้างทีม" เพื่อคัมแบ็กกลับมาให้ดีกว่าปีนี้ที่ อาร์แซน เวนเกอร์ คงได้เรียนรู้เยอะ และเราคงได้เห็นการ "จับจ่าย" มากสุด และน่าสนใจสุดจากกุนซือเลือดเฟรนช์ในรอบเป็น 10 ปี

เชลซี ไม่ต้องการอะไรเลยครับ นอกจาก โจเซ่ มูรินโญ่ และนักเตะใหม่สไตล์โจเซ่ อีกนิดหน่อยเพื่อ "ลุ้นแชมป์"

ครับ มาร่วมลุ้นกันว่า 2 จาก 3 ทีมสุดท้าย UCL พรีเมียร์ลีกจะเป็นใคร? จบคืนนี้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ผมเชื่อว่าเราคงได้ "คอนเฟิร์ม" กันแน่นอน

เรื่องโดย "Kai Muk Dam"