คืนความมั่นใจก่อน

คืนความมั่นใจก่อน
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : งวดเข้ามาทุกขณะ สำหรับศึกลูกหนังแห่งมวลมหาประชาชนอย่าง "พรีเมียร์ลีก"

โดย ณ เวลานี้ สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมี.ค.สาวก "เดอะ ค็อป" ได้เฮฮาร่าเริงกันถ้วนหน้า เมื่อ ลิเวอร์พูล ผงาดง้ำค้ำฟ้า คั่วตำแหน่งจ่าฝูงมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่

ด้วยฟอร์มการเล่นอันคงเส้นคงวา บวกกับเกมรุกอันน่าเกรงขาม ทำให้ฤดูกาลนี้ "หงส์แดง" ขยับเข้าใกล้สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าแชมป์พรีเมียร์ลีก มากขึ้นทุกขณะ นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจาก ดิวิชั่น 1 เก่า เมื่อฤดูกาล 1992-93

เหลือระยะทางให้พิสูจน์อีกแค่ 6 นัดเท่านั้น ความฝันของ "เร้ด แมชชีน" ก็จะเป็นจริงภายใต้เงื่อนไขให้ แมนฯ ซิตี้ ที่เหลือเกมในมืออีก 2 นัด พลาดบ้างอะไรบ้าง แล้วต้องไม่สะดุดขาตัวเองล้มด้วย

เดวิด มอยส์ The Chosen One

เหมือนดังบทนิยายจากเบื้องบนเสกสรรค์ปั้นแต่งเรื่องให้ 2 คู่ปรับตัวฉกาจเดินใน 2 เส้นทางที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยมีความสำเร็จ และอันดับตารางคะแนนเป็นเดิมพันธ์

ในขณะที่ ลิเวอร์พูล กำลังเดินทางเข้าสู่ยุคทองผ่องอำไพ สว่างไสวไปทั่วเมือง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับกำลังตกต่ำย่ำแย่หลังสิ้นยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

"โรงละครแห่งความฝัน" เหมือนจะสิ้นมนต์ขลัง กลายเป็น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รีสอร์ท & สปา ของบรรดาผู้มาเยือนได้เหยียบย่ำซ้ำเติมกันมันเท้า

แต่ก็ใช่ว่าจะเสร็จสมอารมณ์หมายแด่ "กลุ่มเพื่อนมอยส์" เสมอไป ในเมื่อเกมล่าสุด แมนฯ ยูฯ เพิ่งเปิดบ้านซัดไม่ยั้งใส่ แอสตัน วิลล่า ไปแบบสบายอุรา 4-1

แฟนบอลจ้างเครื่องบินติดป้ายขับไล่ มอยส์ ก่อนเกมกับ วิลล่า

จากการที่ได้โอกาสเซิ้งแข้งเป็นคูแรกในวันเสาร์ กอปรกับการที่ เดวิด มอยส์ หมดความชอบธรรมที่จะคุมทีมต่อไปในสายตา "เร้ด อาร์มี่" บางกลุ่มถึงขั้นลงขันจ้างเครื่องบินติดป้ายประท้วงขับไล่ "ผู้ถูกเลือก" ในใจความว่า "Wrong one - Moyes out"

และนั่นกลายเป็นไฮไลท์ก่อนเกมที่ทุกคนต่างเฝ้ารอ แต่ก็คงไม่สลักสำคัญเทียบเท่าเกมการแข่งขันในสนาม

เหมือนดังฟ้าผ่าเปรี้ยงกลางกบาล มอยส์ ในเมื่อ วิลล่า ขึ้นนำแต่ต้นเกมจากฟรีคิกของ แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด ตอกย้ำป้ายขับไล่เหมือนจะใช้ได้ผล ความกดดันถาโถม รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า แดดส่องเต็มฟ้า กลับปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกครึ้ม

แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด ยิงฟรีคิกให้ วิลล่า นำแต่ต้นเกม

แต่หลังจากที่ เวย์น รูนี่ย์ โขกประตูตีเสมอให้หลังอีก 7 นาที สัญญาณชีพที่อ่อนระโหยโรยแรงเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาขึ้น แววตาเป็นประกายส่งสัญญาณเตือน "สิงห์ผงาด" ว่า "กูกลับมาแล้ววว"

เป็นไปตามคาดแข้ง "อสูรแดง" พยายามเดินหน้าบุกใส่ทุกทิศทาง การประสานงานกันอย่างลงตัวระหว่าง ชินจิ คากาวะ ซามูไรผู้ถูกลืม กับ ฆวน มาต้า กระทิงค่าตัวแพง นำมาซึ่งจุดโทษเป็นประตูนำ 2-0 ก่อนจบครึ่งแรก

งานเริ่มง่ายในช่วง 45 นาทีหลัง แม้สถานการณ์เหมือนกับบีบให้ต้องยิงเพิ่ม เมื่อลูกกลางอากาศของ คริสติย็อง เบนเตเก้ ยังเล่นงานแนวรับของ "ผีแดง" อยู่ได้เรื่อยๆ

ฆวน มาต้า ยิงประตูแรกในสีเสื้อแมนฯ ยูไนเต็ด

แต่ยิ่งลูกทีมของ พอล แลมเบิร์ต บุกแลกสู้มากเท่าไหร่ ยิ่งเหมือนเป็นการเปิดพื้นที่ให้แนวรุก แมนฯ ยูฯ ทำงานได้สะดวกโยธินมากยิ่งขึ้น กระทั่ง ฆวน มาต้า ยิงประตูปลดล็อกในนาที 57 ซึ่งเป็นลูกแรกของเจ้าตัว นับตั้งแต่เปลี่ยนเสื้อเป็นสีแดงในช่วงปลายเดือนม.ค.

เกมของ แมนฯ ยูฯ เริ่มผ่อนคลาย วิลล่า หมดมุกจะตอบโต้ เดวิด มอยส์ ได้โอกาสหมุนตัวผู้เล่นสำรองลงสนาม ส่ง อัดนาน ยานาไซ ลงมาเลื้อยแทน ชินจิ คากาวะ แทนที่จะเป็น แอชลี่ย์ ยัง ที่น่าจะถูกถอดมากกว่าตามความเห็นของสาวก

แต่หากมองในทางกลับกัน การถอด คากาวะ ออกมาพัก เหมือนเป็นการวางแผนล่วงด้วยมันสมองอันแยบคายของ มอยส์ เพื่อให้ร่างกายของเพลย์เมกเกอร์เลือดปลาดิบ พร้อมที่จะดวลแข้งกับทีมต่างดาวสาขาสองอย่าง บาเยิร์น

เจอ บาเยิร์น เอาไงดีคับ ป๋ากิ๊กส์?

เช่นเดียวกับ เวย์น รูนี่ย์ ได้โอกาสพักหายใจหายคอในช่วง 15 นาทีสุดท้าย หลังกรำศึกหนักมาหลายแมตช์ ซึ่งผู้ทดแทนก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ฮาเวียร์ ชิชาริโต้ ยิงประตูปิดกล่องให้ทีมในช่วงทดเจ็บ เป็นประตูที่ 3 ในซีซั่นนี้ของเจ้าตัวเท่านั้น จากโอกาสลงสนามอันน้อยนิด

จากชัยชนะ ณ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เหนือทีม "สิงห์ผงาด" ท่วมท้น 4-1 อาจมิใช่ดัชนีชี้วัดว่าขุนพล "ปีศาจแดง" มีพลังทำลายล้างเหนือกว่าแข้ง "เสือใต้" แชมป์ลีกเบียร์ที่ตกอยู่ในอาการ "แฮงค์โอเวอร์" หลังทำได้แค่เสมอ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 3-3 คา อัลลิอันซ์ อารีน่า

เหนือสิ่งอื่นใด สภาพจิตใจสำคัญกว่าเป็นไหนๆ ชัยชนะนัดล่าสุดเหมือนเป็นการเติมพลังเติมเชื้อไฟภายในตัวให้คุกรุ่นเตรียมรับบททดสอบสำคัญกับ บาเยิร์น 1 เม.ย.นี้

บาเยิร์น มิวนิค ด่านหินของ แมนฯ ยูฯ ใน ชปล.

ในเมื่อจะไปหวังกับอันดับ 4 บนตารางคะแนนไม่ได้แล้ว จำต้องฆ่า "เสือใต้" ให้ดิ้นเท่านั้นถึงจะอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ "ยูซีแอล" เพื่อปูทางไว้ลุยถ้วยนี้ต่อในซีซั่นหน้า

แม้โอกาสไปต่อจะน้อยนิดริบหรี่ โดยมีฝันลมๆ แล้งๆ เป็นตัวกำหนด แต่ในเมื่อสงครามยังไม่สิ้นสุด ก็อย่าหยุดซึ่งความหวัง

-จ่าตุ๊-

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!