"1,000นัด" บอลมีงานของเวนเกอร์

"1,000นัด" บอลมีงานของเวนเกอร์
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

 

หลายคนรู้แล้วว่าเกมที่พลพรรค “เดอะ กันเนอร์ส” ยกพวกบุก “สิงโตน้ำเงินคราม” เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นการคุมทีมนัดที่ 1,000 ของ อาร์แซน เวนเกอร์ และหลายคนก็รู้อาถรรพณ์ของ “บอลมีงาน” ดีอยู่แล้ว เจ้าของงานมักเจอเรื่องปวดเฮ้ดตลอดเกม และนัดนี้ก็ไม่ยกเว้น

 

“ขุ่นเจ้” รับงานมาคุมทีมอาร์เซน่อล เมื่อปี 1996 รับเก้าอี้ต่อจาก บรูช รอยช์ เกมแรกพาทีมบุกชนะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ได้ 2-0 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมในปีนั้น เวลาผันผ่านล่วงเลยมาแว๊บเดียว ก็ถึงวันฉลองครบรอบ 1,000 นัดที่ เวนเกอร์ นั่งกุมบังเหียนทีม “เดอะ กันเนอร์ส” เป็นที่เรียบร้อย 
 
 
สีหน้าของคนคุมทีมครบ 1,000 มันหน้าจะมีความสุขไม่ใช่หราาาาา
 
กุนซือผู้คร่ำหวอดกับการทำงานบนแผ่นดินอังกฤษกำลังจะครบ 18 ปี หมายมั่นปั้นมือจะพาลูกทีมเก็บชัยชนะที่สำคัญนี้ให้ได้ อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้ทีมต้องหลุดวงโคจรจากการลุ้นแชมป์ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้จับหูถ้วยไหนๆ ขึ้นชูเลยมากว่า 8 ปีแล้ว แม้งานจะหนักเนื่องจากต้องบุกไปเยือนรังแสตมฟอร์ด บริดจ์ ของอริร่วมเมือง เชลซี
แต่งานเริ่มได้ไม่นานก็แทบจะอยากเก็บของกลับบ้านกันแล้ว เพราะเวลาผ่านไปเพียง 7 นาที ก็โดนไปแล้วสองดอกเน้นๆ 10 นาทีต่อมาก็เจอฝันร้ายซ้ำสองเมื่อต้องมาเสียจุดโทษกับอีก 1 ใบแดงของ คีแรน กิ๊บบ์ส ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่โดนไล่ออกฟรีๆ เพราะผู้ตัดสินดันไปจำผิดฝาผิดตัวกับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่เป็นผู้ร้ายตัวจริงไปซะอย่างงั้น
 
 
ก่อนเริ่มเกมสาวก เดอะ กันเนอร์ส ชูป้ายแสดงความยินดีกับ "ขุ่นเจ๊"
 
สุดท้าย “ขุ่นเจ้” ของผมเข่าแทบทรุดกลับ เอมิเรตส์ ไม่ถูก เมื่อโดน มูรินโญ่ ทิ้งบอมเสียงานฉลอง 1,000 นัดแทบจะกลายเป็นงานศพ เมื่อ “ไอ้ปืนใหญ่” โดนปิดประตูตียับไป 0-6 เรียกได้ว่าโอกาสลุ้นแชมป์ลีก
แม้จะยังมีแต่ก็ต้องบอกว่ายากยิ่งแล้วหากมองกันบนหน้ากระดาษ ที่ยิ่งดูก็ยิ่งเป็นเรื่องเกือบจะอิมพอสซิเบิ้ล การนึกภาพที่ เชลซี, ลิเวอร์พูล และแมนฯ ซิตี้ ต้องรถผ้าป่าคว่ำพร้อมๆ กัน แล้ว “ปืนใหญ่” ฉวยโอกาสแซงได้ ดูจะเป็นไปได้แค่ในจินตนาการเท่านั้น
 
แต่แม้งานฉลอง 1,000 จะเละไม่เป็นท่า แต่คุณภาพที่ เวนเกอร์ ถ่ายทอดผ่านทีมตลอด 18 ปี ไม่ใช่การปั้นน้ำเป็นตัวอย่างแน่นอน การวางรากฐาน ปูโครงสร้างสโมสรหนึ่งมาเป็นเวลาหลายขวบปีจนแข็งแกร่งดุจหินผา เป็นทีมลุ้นแชมป์ได้ทุกฤดูกาลอย่างที่เห็นเช่นทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องโกหกอย่างแน่นอน 
 
 
สถิติของ "ขุ่นเจ๊" ในการคุมทัพ "ไอ้ปืนใหญ่"
 
ผมน้อยใจแทน เวนเกอร์ ที่ “กันเนอร์ส” หลายๆ คน มักหยิบเอาเรื่องการไร้แชมป์ถึง 8 ปี หรือการแพ้ยับต่อ แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล หรือ เชลซี ในนัดล่าสุดมาเป็นเครื่องมือในการขับไล่ให้ผู้สร้างตำนานคนนี้ลงจากเก้าอี้
ซึ่งผมกล้าพูดได้เลยว่าหากเรื่องนั้นเกิดขึ้นจริงๆ เอมิเรตส์ จะโดนเมฆดำเข้าครอบงำ และมีสภาพไม่ต่างอะไรจาก โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในตอนนี้แน่นอน 
 
แมนฯ ยูไนเต็ด และอาร์เซน่อล มีวัฒนธรรมใกล้เคียงกันในยุคหลัง เนื่องด้วยเป็นสองทีมในลีกแดนผู้ดีที่ไม่เคยเปลี่ยนตัวกุนซือมานานกว่า 10 ปี “ไอ้ปืนใหญ่” ก็เป็นอีกทีมที่ไม่เคยใช้กุนซือนอกเกาะอังกฤษมาก่อน เช่นเดียวกับ “ปีศาจแดง” โดย เวนเกอร์ เป็นคนแรกที่ผู้จัดการทีมต่างชาติ 
 
 
การต่อสู้ของ 2 กุนซือที่คุมทีมนานที่สุดในลีกผู้ดีต้องจบลง
เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ความเคารพซึ่งกันและกันไม่มีวันเปลี่ยน
 
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตบรมกุนซือผู้ขับเคี่ยว เป็นไม้เบื่อไม้เมากับ เวนเกอร์ มาตลอดการทำงานของเฮดโค้ชเฟร้นช์แมน จนถึงเมื่อปีก่อนที่ “เฟอร์กี้” วางมือไป เขาเคยหย่อนคำชื่นชมถึงกุนซือเลือดน้ำหอมของ อาร์เซน่อล ว่าเป็นยอดบุคลากรของวงการฟุตบอล เป็นคนที่เสียสละอย่างยิ่ง และยอมรับจริงๆ ว่าตนอาจไม่ได้มาถึงจุดนี้ก็ได้ หากไม่มีคู่แข่งที่ดีอย่าง อาร์แซน มาคอยเบียด คอยแย่ง คอยขับเคี่ยวกันมา
 
เวนเกอร์ และ “เฟอร์กี้” เรียกว่าเป็นบุคลากรรุ่นเก๋าที่ตกค้างมาจากยุค 90 และ 2000 มีความคลาสสิก มีเอกลักษณ์ มีความยืดหยุ่นและผันแปรไปได้ตามสภาวะและเกมฟุตบอลที่เปลี่ยนไป ประสบการณ์และการผ่านร้อนผ่านหนาวเรียกว่าเป็นเอกอุ แม้จะแพ้บรรดากุนซือรุ่นหลังอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ หรือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อยู่บ่อยครั้งก็จริง แต่สิ่งที่สองคนหลังยังเทียบปูชนียบุคคลสองท่านแรกไม่ได้คือการวางรากฐาน การสร้างสโมสรหนึ่งๆ ให้เป็นที่ชื่นชอบของบุคคลทั่วโลก ปั้นดาวรุ่งชั้นดีมากับมือเพื่อมาประดับวงการลูกหนัง มีทีมชุดสุดยอดที่ได้รับการกล่าวขวัญว่าปั้นมาเองกับมือ แม้สิ่งเหล่านี้จะไม่ได้การันตีด้วยถ้วยแชมป์มากมายก่ายกองกับหลายสโมสร แต่คำว่าตำนานต่างหากที่เป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็นจอมคนของทั้ง เวนเกอร์ และเฟอร์กี้ อย่างแท้จริง
 
 
“สุกรโลกันต์”