5 เรื่องต้องรู้ หลังปืนฟอร์มหรู อำลา "เวนเกอร์" ในบ้านสุดยิ่งใหญ่

5 เรื่องต้องรู้ หลังปืนฟอร์มหรู อำลา "เวนเกอร์" ในบ้านสุดยิ่งใหญ่
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ก่อนเกมจะเริ่มขึ้น อาร์เซน เวนเกอร์ และลูกทีมไม่มีอะไรจะเสียในเกมนี้ หลังพวกเขาเสียทุกอย่างมาหมดแล้วในฤดูกาลสุดท้ายของบรมกุนซือสายเลือดเฟรนช์

โดยเฉพาะโอกาสคว้าถ้วยยุโรปครั้งสุดท้ายของเขาก็เพิ่งจะหลุดลอยไป และนั่นทำใ้ห้เหมนี้ อาร์เซนอล กลับมาเล่นอย่างไม่มีพันธะและโชว์ฟอร์มได้ดีสุด ๆ อย่างที่ควรเป็นมาทั้งฤดูกาล

 ไปดูกันว่าในเกมนัดสุดท้ายของ อาร์เซน เวนเกอร์ ในบ้านของ อาร์เซนอล มีอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นบ้าง

5. อำลาอย่างสมเกียรติClive Mason/GettyImages

นอกจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีการตั้งขบวนรอปรบมือให้กับแชมป์พรีเมียร์ลีกแล้ว ก็มีเกมนี้ของ อาร์เซนอล นี้แหละที่มีการตั้งขบวนเกียรติยศรอปรบมือเหมือนกัน แต่เป็นการอำลาให้กับชายที่ชื่อว่า อาร์เซน เวนเกอร์

เวนเกอร์ คุมเกมในบ้านลีกอังกฤษมา 414 นัด มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาตั้งแต่ก่อตั้งลีก และเกมนี้ซึ่งกำลังจะเป็นเกมสุดท้ายของเขาก้ได้รับเกียรติจากผู้เล่นทั้ง 2 ทีมในการตั้งขบวนรอปรบมือให้กับยอดโค้ชผู้กวาด 3 แชมป์ลีก มาแล้ว และเป็นโค้ชที่ได้ถ้วย พรีเมียร์ลีก มากเป็นอันดับ 2 ร่วม (กับ มูรินโญ) ในตอนนี้

4. วิเอรา เป็นตัวเต็งEDUARDO MUNOZ ALVAREZ/GettyImages

เวลาของ เวนเกอร์ ใกล้หมดกับ อาร์เซนอล เข้าไปทุกที บอร์ดบริหารก็ต้องรีบคัดตัวผู้จัดการทีมคนใหม่เข้ามาได้แล้ว แต่ใครกันล่ะจะได้สิทธิ์นั้นไป

ซีเนอดีน ซีดาน, คาร์โล อันเชล็อตติ, ลีโอนาร์ดู ชาร์ดิม, หลุยส์ เอ็นริเก้, โยอาคิม เลิฟ และ มัสซิมิลิอาโน อัลลเกรี คือชื่อผู้จัดการทีมชื่อดังที่กำลังมีข่าวพัวพันกับ อาร์เซนอล ในตอนนี้ และนี่ยังไม่นับเหล่าชื่อที่อยู่ในเกรดรอง ๆ ลงไปอีกด้วย

แต่จากเกมกะบ เบิร์นลีย์ ชื่อเหล่านี้ดูจะไม่มีความหมายกับแฟนบอล อาร์เซนอล เท่าไหร่ เพราะหลังเกมเริ่มไม่นาน กลับเป็นชื่อของ ปาทริค วิเอรา ที่ถูกขับขานออกมาจากอัฒจรรย์

 กองกลางจอมแกร่งชาวฝรั่งเศสเป็นที่ชื่นชอบของแฟน ๆ มานานหลายปีตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ และแม้จะแขวนสตั๊ดไปแล้ว เขาก็ยังแวะเวียนมาให้แฟน ๆ นึกถึงบ่อย ๆ แม้การคุมทีม นิวยิร์ก ซิตี้ ของเขาจะไม่ค่อยราบรื่นนักก็ตาม

 "วิเอรา, โว โอ โอ โอ, วิเอรา, โว โอ โอ โอ, เขามาจากเซนเนกัล, เขาเล่นให้ อาร์เซนอล"

3. เบิร์นลีย์ ทิ้งเกมไปเลยMike Hewitt/GettyImages

ก่อนหน้านี้ไม่มีใครคิดว่า เบิร์นลีย์ จะมาได้ขนาดนี้ ฤดูกาลที่แล้วพวกเขายังหนีตกชั้นกันอยู่เลย (โอเค จริง ๆ แล้วไม่มีใครเทียบ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้หรอก แต่มันก็ไม่มีใครจะคิดเรื่องแบบนี้อยู่ดีนั้นแหละ) แต่วันนี้ก่อนเกมจะเริ่ม พวกเขามีโอกาสจะทำแต้มเท่า อาร์เซนอล อยู่แล้ว หากเก็บ 3 แต้มมาจาก ไอ้ปืนใหญ่ ได้

 แต่จากผลคู่ เอฟเวอร์ตัน กับ เซาแธมป์ตัน เมื่อคืนวันเสาร์ทำให้ เบิร์นลีย์ จะได้ไปเตะ ยูโรป้า ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร และนั่นก็ทำให้งานหนักในช่วงทีผ่านมาสิ้นสุดลงเรียบร้อย  

 ไม่รู้ว่าหลังจากรู้ผลจะมีการปาร์ตี้กันเลยหรือเปล่า แต่ฟอร์มการเล่นของ เบิร์นลีย์ นั้นน่าใจหายสุด ๆ นักเตะแต่ละคนเล่นเหมือนกลัวเจ็บ (แต่สุดท้ายก็เจ็บจริงไปหนึ่ง) เล่นเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ และเข้าขั้นหายนะ อย่าว่าแต่ตอนต้นฤดูกาลเลย มันแย่กว่าตอนหนีตกชั้นในฤดูกาลที่แล้วเสียอีก

 แต่เอาเถอะ ยังไงพวกเขาก็ควรได้รับเสียงชื่นชมสำหรับผลงานการคว้าอันดับ 7 อยู่ดีแหละนะ และถ้าพวกเขาแพ้ อาร์เซนอล แบบนี้ตั้งแต่ต้นฤดูกาล มันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกด้วยซ้ำ

 แสดงความยินดีกับ เบิร์นลีย์ ด้วยครับ !

2. อนาคตอันสดใสของ อาร์เซนอลMike Hewitt/GettyImages

ประตูทั้งหมดในเกมนี้ของ อาร์เซนอล ชวนให้นึกถึงยุคที่พวกเขาประสบความสำเร็จอีกครั้ง การต่อบอลที่รวดเร็ว แม่นยำ การจบสกอร์ที่คม ใช้โอกาสไม่เปลือง คือหัวใจหลักของพวกเขาในยุคตั้งไข่ของ เวนเกอร์ และนับตั้งแต่ การจากไปของ ฟาน เพอร์ซี แนวรุกของ อาร์เซนอล ก็แทบจะไม่มีใครเล่นแบบนั้นอีกแล้ว

การมีนักเตะอย่าง โอบาเมย็อง, ลากาแซตต์, มคิทาร์ยาน, อิโวบี้, เบเยริน หรือ แจ็ค วิลเชียร์ คือเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้การต่อบอลดังกล่าวนั้นเป็นผลสำเร็จ และขอแค่พกเขาได้ผู้จัดการทีมที่สามารถปลดล็อกเหตุการณ์แบบวันนี้ให้เกิดขึ้นได้ในทุกแมตช์ เชื่อได้เลยว่าพวกเขาจะเป็นทีมนึงที่มีแนวรุกที่น่ากลัวสุด ๆ ไม่ต่างกับ แมนฯ ซิตี้ หรือ ลิเวอร์พูล เลย

1. ไม่มี เออซิล ก็ไม่เห็นเป็นไรPIERRE-PHILIPPE MARCOU/GettyImages

ช่วงตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา แฟนบอล อาร์เซนอล ต่างเป็นกังวลที่พวกเขาจะเสียสตาร์ของพวกเขาไปถึง 2 คน ได้แก่ อเล็กซิส ซานเชซ และ เมซุต เออซิล และเมื่อสุดท้าย เออซิล กลับลำไม่ย้ายทีมและต่อสัญญาออกไป ทุกคนก็ดูจะพอใจสุด ๆ กับเรื่องนั้น

แต่การอยู่ของสตาร์ทีมชาติ เยอรมนี กลับไม่ได้ช่วยให้ทีมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนัก การเพิ่มค่าเหนื่อยในสัญญาฉับบใหม่ไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนไปแต่อย่างใด เขายังคงเป็น เมซุต เออซิล คนเดิม เดินเอื่อย ๆ รอจังหวะจ่ายบอลงาม ๆ ดึงเกมช้า และไม่ค่อยตามบอลเมื่อเสียมันไป

เกมที่แพ้ แอตเลติโก 0-1 ในยูโรป้าลีก เขาถูกตำหนิอย่างหนัก แม้ว่าจะเป็นไม่กี่คนทีไ่ด้หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษคู่แข่งก็ตาม หลาย ๆ ครั้งเขาไม่กล้าเปิดเสี่ยง ดึงบอลกลับหลัง ไม่ค่อยหาที่ว่างแต่เน้นเดินอยู่ตรงแถวสอง และที่หนักที่สุดคือเมื่อเสียบอลแล้วก็ไม่ค่อยกระตือรือร้นอยากเอาบอลหกลับมาเท่าไหร่ โดยเฉพาะช่วงท้ายเกมที่ควรจะต้องยิ่งบี้มากขึ้นด้วยซ้ำ

 เออซิล ยังคงเป็นนักเตะดีกรีแจ่มอีกคนในยุโรป แต่หาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังอ้างได้ว่า เกมรับแบบ มูรินโญ ไม่เข้ากับ ปีศาจแดง ได้ บางทีสไตล์การเล่นของ เออซิล ก็คงไม่เข้ากับ อาร์เซนอล เช่นกัน