10 เจ็บ... ไม่น่าเจ็บ (2)

10 เจ็บ... ไม่น่าเจ็บ (2)
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : ผ่านไปแล้ว 5 กับเรื่องเจ็บๆ ไม่น่าจะเจ็บเลยสักนิด บางเรื่องก็เป็นอุบัติเหตุ -แม้ต้นเหตุมันจะดูน่าสมเพชเกินไปนิด - ขณะที่บางเรื่องก็ดูจะฉลาดน้อยเกินไปหน่อยถึงได้เป็นเกิดเรื่องงามไส้แบบนั้นขึ้นมาได้

แต่หากใครนึกไม่ออก จำกันไม่หวาดไม่ไหวก็ย้อนกลับไปดูได้ผ่านลิงค์นี้ คลิก เลย
 
ส่วนอีก 5 กรณีที่เหลือนั้น ไอ้เคสที่ดัง ดังสนั่นจนหยิบมาเล่ากันซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่าง ซานติอาโก้ กานยิซาเรส อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติสเปนกับขวดอาฟเตอร์เชฟ ก็คงไม่จำเป็นที่จะต้องยกมาให้เปลืองพื้นที่อีก
 
และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ว่าแล้วก็ไปดูอีก 5 เรื่องเจ็บ ไม่น่าเจ็บที่เหลือกันเลยดีกว่า
 
มาร์ติน ปาแลร์โม่
 
 
อดีตดาวยิงทีมชาติอาร์เจนติน่ากลายเป็นความหวังใหม่ของพลพรรค "เรือดำน้ำสีเหลือง" บียาร์เรอัล หลังย้ายมาด้วยค่าตัว 7.6 ล้านยูโร ซึ่งก็ถือว่าแพงโขในช่วง 10 กว่าปีที่แล้ว (2001) โดยในฤดูกาลที่ 2 เจ้าตัวก็ตอบแทนด้วยการซัดประตูชัยให้ทีมเฉือนชนะ เลบันเต้ ใน โกปา เดล เรย์ ตอนท้ายเกมพอดิบพอดี
 
อารามสะใจแบบสุดๆ จะไปถึงระดับไหนไม่ได้หากไม่ไปสรวลเสเฮฮากับแฟนๆ ว่าแล้ว ปาแลร์โม่ ก็ปรี่เข้าหาสาวก "เยลโล่ซับมารีน" ฝั่งหลังประตูทันที เจ้ากรรมที่รั้วกั้นสนามบอบบางพอๆ กับแผ่นป้ายที่แปะเอาไว้ข้างหน้ามัน
 
 
 
กำแพงอิฐฉาบปูนบางเฉียบเลยถล่มลงมาทับขา ปาแลร์โม่ อย่างจัง - ขาหัก - พักยาว 6 เดือน และนับตั้งแต่นั้นมาหัวหอกร่างใหญ่ก็ไม่เคยฉายแววว่าจะคุ้มค่าตัวได้อีกเลย
 
เยอโรม บัวเต็ง
 
 
กองหลังดาวรุ่งพรสวรรค์สูงผู้ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเพชรเม็ดงามแห่งวงการลูกหนังเมืองเบียร์ ไม่ใช่และไม่เคยเป็นเขาผู้นี้ ก็มันจะใช่ไปได้อย่างไรในเมื่อหมอนี่คือ เยอโรม บัวเต็ง แม้ว่าครั้งหนึ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะทุ่มทุนซื้อตัวมาร่วมทีม และจากนั้น บาเยิร์น มิวนิค ก็ยังอุตส่าห์หน้ามืดทุ่มเงินเซ้งต่อไปอีกก็ตาม
 
เรื่องเจ็บๆ ของ เยอโรม เกิดขึ้นในครั้งที่เจ้าตัวนั่งเครื่องบินกลับจากภารกิจกับทีมชาติเยอรมันไปเปิดตัวกับ "เรือใบสีฟ้า" แต่ก็เคราะห์ซ้ำกรรมซัด หลังลุกพรวดพราดไม่ดูตาม้าตาเรือจนชนเข้ากับรถเข็นเครื่องดื่มของสาวๆ แอร์โฮสเตส - เจ็บเอ็นเข่า - ต้องพักยาวและทำให้ต้องเลื่อนกำหนดการประเดิมสนามอย่างเป็นทางการให้กับต้นสังกัดไปร่วม 2 เดือน
 
โลมาโน่ ลัวลัว
 
 
ในยุคหนึ่งนั้น ลัว ลัว โด่งดังสุดๆ กับท่าทางการฉลองประตูอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ด้วยลีลาตีลังกาซัมเมอร์ซอลต์บวกใส่เกลียวกลางอากาศ 38 รอบครึ่ง ก่อนจะกลับตัวลงมาฉีกขา 180 องศา พร้อมยืดแขนและลำตัวเหยียดตรงโปรยรอยยิ้มสดใส  ถรุยยส์ ไม่ใช่ละ ก็แค่ตีลังกากลับหลังรัวๆ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ จนนับไม่ทันก็เท่านั้นเอง
 
 
แต่ก็นั่นล่ะ ไอ้สิ่งที่หลายคนน่าจะเคยล้อกันเล่นๆ ว่าหากวันไหนพลาดแล้วเดี้ยงขึ้นมาก็คงจะโดนถล่มหัวเราะเยาะน่าดูนั้นมันได้เกิดขึ้นจริง ลัว ลัว ลงพื้นผิดจังหวะไปนิดจากการฉลองประตูตีเสมอ อาร์เซน่อล 1-1 เมื่อ เม.ย.2004 ส่งผลให้เจ็บข้อต่อเท้าซ้าย พลาดช่วยทีมในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล
 
จากนั้นมา ลัว ลัว ก็ไม่ขยันตีลังกากลับหลังเหมือนเก่าก่อน ไม่ใช่เพราะเข็ดขยาดอะไร แต่เป็นเพราะทำประตูไม่ค่อยได้ต่างหาก
 
ยารี่ ลิตมาเน่น
 
 
ตำนานกองหน้าทีมชาติฟินแลนด์ซึ่งโด่งดังมาจากสมัยอยู่กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม และกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างสมัยอยู่กับ บาร์เซโลน่า และลิเวอร์พูล ถึงคิวต้องมาเสียหน้าในสกู๊ปนี้ก็ด้วยเหตุการณ์เมื่อปี 2005 สมัยที่เจ้าตัวย้ายไปเล่นให้กับ มัลโม่ เอฟเอฟ ใน ออลล์สเวนส์คาน สวีเดน
 
 
ด้วยความเป็นนักเตะรุ่นใหญ่ "ลิตตี้" จึงสนิทสนมกับเฮดโค้ชในยุคนั้นอย่าง รอย ฮ็อดจ์สัน และผู้อำนวยการกีฬาสโมสรเป็นอย่างดี และในระหว่างที่คุยกันอย่างออกรสนั้น ผอ.เจ้ากรรมก็พยายามจะเปิดกระป๋องน้ำดำยี่ห้อดัง แต่งัดไปงัดมาก็ยังเปิดไม่อีก แล้วพอออกแรงสุดๆ ก็โป๊ะ ฝากระป๋องดีดเข้าลูกตาดาวเตะจอมคลาสสิกเต็มจัง
 
เอแวร์ บาเนก้า
 
 
รายนี้จะเรียกว่า "ซวย" ไม่ได้ มันต้องมีอะไรที่มากกว่านั้น อาจจะเป็นพลังงานอะไรบางอย่างที่ตามสิงสู่เจ้าตัวอยู่... ก็เป็นได้
 
เริ่มแรกนั้น บาเนก้า ก็แวะเติมน้ำมันรถตามปกติ พร้อมกับเดินเข้าไปจ่ายเงินให้กับผู้ดูแลปั๊มเหมือนเคยๆ แต่วันนั้นดันลืมใส่เบรกมือ ทำให้รถไหล และด้วยสัญชาติกองกลางเชิงสูง ดาวเตะอาร์เจนไตน์เลยใช้เท้า "จับรถ" ประหนึ่ง "จับบอล" เหมือนอย่างที่ทำในสนาม - กระดูกเท้าแตก - ต้องพักยาว 6 เดือน
 
 
 
ไม่พอ เท่านั้นยังไม่พอ หลังหายเจ็บกลับมาแล้ว บาเนก้า ซื้อรถคันใหม่ไฉไลกว่าเดิม เข้าปั๊มแวะเติมน้ำมัน ใส่เบรกมือเรียบร้อย ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนจนกระทั่งขับมาใกล้ถึงสนามซ้อม (บาเลนเซีย ณ เวลานั้น) ปรากฏว่าจู่ๆ ไฟฟ้าก็ลัดวงจรหน้าตาเฉย ไฟลุกพรึ่บท่วมรถทั้งคัน เคราะห์ดีที่ บาเนก้า ดูหนังอาหลองจำพวกระเบิดภูเขาเผากระท่อมมาเยอะก็เลยไหวตัวทันและหนีเอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
 
'นนท์