5 เรื่องต้องรู้หลัง "ปืนใหญ่" ได้แค่เสมอ "ตราหมี" 10 คน 1-1

5 เรื่องต้องรู้หลัง "ปืนใหญ่" ได้แค่เสมอ "ตราหมี" 10 คน 1-1
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ไม่ใช่ค่ำคืนที่น่าจดจำเท่าไหร่สำหรับ อาร์เซน เวนเกอร์ กับเกมนัดสุดท้ายที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในรายการยุโรปของเขา หลัง อาร์เซนอล เป็นฝ่ายที่มีผู้เล่นมากกว่าราว ๆ 80 นาที

แถมอีกฝ่ายเล่นแบบไม่มีโค้ชคุมข้างสนาม แต่พลพรรคปืนใหญ่กลับทำได้เพียงเสมอ แอตเลติโก มาดริด 1-1 เท่านั้น 

 ไปดูกันว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่น่าสนใจในเกมนี้ หลังจากที่พวกเขาครองบอลเหนือกว่าเกือบ 80 นาที แต่โดนตีเสมอท้ายเกมทำเอาแฟนบอลเจ้าบ้านเซ็งไปตาม ๆ กัน

5. ลากาแซตต์ กลับมาแล้วIAN KINGTON/GettyImages

ลากาแซตต์ มีความทรงจำกับ อาร์เซนอล ช่วงต้นฤดูกาลไม่ดีเท่าไหร่ หลังยิงได้ในวันเปิดตัว แต่ก็ไม่สามารถเรียกความประทับใจจากแฟนบอลและโค้ชได้เลย จนเมื่อการมาถึงของ โอบาเมย็อง เขาก็ถูกคาดหมายว่าน่าจะย้ายออกจากรั้วปืนโตในซีซั่นหน้า

 แต่หลังจากหายจากอาการบาดเจ็บเป็นต้นมา อเล็กซิงเดร ลากาแซตต์ ดูจะกลับมาเป็นเขาคนเดิมสมัยอยู่กับ ลียง อีกครั้ง เกมนี้เขามีโอกาสได้จังหวะยิงถึง 2 ครั้งในช่วงไม่ถึง 8 นาทีแรก  การวอลเลย์ของเขาแฉลบเสาออกอย่างน่าเสียดาย

ส่วนครั้งที่ 2 ก็บังคับให้ โอบลัค ต้องออกแรงเซฟแบบได้เหงื่อ และโอกาสครั้งที่ 3 ของเขาแบบจัง ๆ ก็ทำให้ทีมได้ประตูขึ้นนำสำเร็จ

 ประตูดังกล่าวเป็นลูกที่ 7 ของเขาจาก 7 เกมหลังสุด และในขณะที่ ลากาแซตต์ มีประสบการณ์ตกรอบเซมิไฟนอลกับ โอลิมปิก ลียง ใน ยูโรป้าลีก ฤดูกาลที่แล้ว ฤดูกาลนี้เขาก็คงหวังว่าจะพา อาร์เซนอล ไปให้ไกลกว่านั้นแน่นอน

4. โอบลัค กำลังเข้าฝักMike Hewitt/GettyImages

นับตั้งแต่เสีย ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ไป ยาน โอบลัค ก็ได้รับโอกาสให้เจิดจรัสในลีกสูงสุดของสเปนเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และก่อนเกมนี้จะเริ่มต้นขึ้น เขาเก็บคลีนชีทไปแล้ว 90 นัด จาก 156 เกม

ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวกับนายทวารที่มีบ้านเกิดเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ไปเตะบอลโลก

การเสียแบ็คขวาอย่าง ซิเม เวอร์ซัลย์โก้ ไปตั้งแต่ยังไม่ถึง 10 นาทีดีได้สร้างปัญหาให้กับแนวรับของ แอตเลติโก้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ โอบลัค ก็ยังโชว์ความเหนียวออกมาให้เห็น

โดยเริ่มตั้งแต่การเซฟจังหวะทำประตูของ ลากาแซตต์ ในต้นครึ่งแรก ลากยาวจนไปถึงการเซฟลูกโหม่งของ อารอน แรมซีย์ ช่วงท้ายเกม ซึ่งสถิติขิงเกมนี้ชี้ว่า แอตเลติโก ควรเสียประตูถึง 3 ลูกเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่ 1 ลูกอย่างที่เป็นจริง

 ใครจะรู้ หาก โอบลัค เลือกหันหลังให้กับ ตราหมี แล้วย้ายไปร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ในฤดูกาลหน้า แอตเลติโก้ มาดริด ยังจะบินสูงได้ขนาดนี้อยู่อีกหรือเปล่า

3. กรีซมันน์ ยังสำคัญRichard Heathcote/GettyImages

แม้ชื่อเสียงของเขาจะแผ่วลงไปบ้าง นับตั้งแต่ได้ยืนเคียงข้าง 2 เอเลี่ยนในเวทีบัลลงดอร์ แต่ กรีซมันน์ ยังคงเป็นกองหน้าระดับท็อปของยุโรปอยู่เสมอ

 แอตเลติโก มาดริด แทบไม่มีโอกาสได้เปิดเกมรุกใส่ อาร์เซนอล เลยในเกมนี้ เหตุเพราะพวกเขาเหลือตัวผู้เล่นน้อยกว่านั่นแหละ แต่ กรีซมันน์ ก็ทำให้ทีมได้ลุ้นถึง 2 ครั้งในครึ่งแรก แต่บอลยังไม่ผ่านเซฟของ ออสปินา

 ในนาทีที่  82 ของเกม โอกาสอีกครั้งของเจ้าตัวก็มาถึง เมื่อบอลถูกโยนยาวจากแดนหลังของ แอตเลติโก ขึ้นหน้ามาแบบวัดดวง ซึ่งศูนย์หน้าวัย 27 ปี ก็ฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของ กอสเซียลนี ได้สำเร็จ ได้โชคนิดหน่อยที่บอลกระดอนกลับมาหาเขาจากจังหวะสกัดของ ออสปินา และโชคก็ยังเข้าข้างอีกที่ มุสตาฟี ดันลื่นล้มก่อนเข้าถึงตัวเขาในจังหวะสุดท้าย เปิดช่องประตูโล่ง ๆ ให้ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้สำเร็จ

2. อาร์เซนอล พลาดเพราะกองหลัง (อีกครั้ง)ADRIAN DENNIS/GettyImages

การที่พวกเขามีผู้เล่นในสนามมากกว่าคู่ต่อสู้ 80 นาทีเศษ ได้เล่นในบ้าน แถมอีกฝ่ายยังไม่มีโค้ชข้างสนาม ยังไงพวกเขาก็ควรเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในเกมนี้ 

 โอเค การที่ แอตเลติโก มาดริด มี ยาน โอบลัค เฝ้าเสาอาจทำให้พวกเขาเจาะประตูทีมเยือนได้เพียงลูกเดียวเท่านั้น แต่อย่างน้อยมันก็ไม่มีเหตุผลเลยที่พวกเขาจะเสียประตู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาสามารถกดแนวรับของ แอตเลติโก ไว้ได้ และมีเพียงแค่ กรีซมันน์ คนเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้ลงไปช่วยเกมรับของ ตราหมี

 แต่ก็นั่นแหละ ในขณะที่ อาร์เซนอล ทิ้งแนวรับไว้ 2 คน เพื่อรอเก็บ กรีซมันน์ แต่กลับกลายเป็นแนวรุกชาวฝรั่งเศส ที่ทำได้ดีกว่าในจังหวะเกมสวนกลับของ แอตเลติโก้ มาดริด กรีซมันน์ มีทั้งความนิ่ง คอยบอลจนจังหวะสุดท้ายถึงค่อยทำประตูได้ ซึ่งนั่นน่าชื่นชมมาก ในขณะที่คู่หูเซ็นเตอร์ของ ปืนใหญ่ กลับทำพลาดแบบไม่น่าให้อภัย เริ่มจาก กอสเซียลนี ที่ลนลานจนเตะบอลติดหน้าตัวเอง ก่อนที่ มุสตาฟี จะพลาดดาบสองด้วยการสะดุดยอดหญ้าล้ม แถมยังลุกไม่ขึ้นอีกต่างหาก 

 ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวทั้งเกม ทั้ง ๆ ที่ทำมาดีตลอดอาจจะส่งผลให้พวกเขาต้องมือเปล่าในฤดูกาลนี้ก็เป็นได้

1. โอกาสครั้งสุดท้ายของ เวนเกอร์

Richard Heathcote/GettyImages

ก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้น อาร์เซน เวนเกอร์ ผู้กำลังจะลา อาร์เซนอล ไปหลังจบฤดูกาลได้ออกมากล่าวว่า สิ่งที่เขาเสียดายที่สุดตลอด 22 ปี ในการคุมทีม อาร์เซนอล ก็คือ การพลาดคว้าถ้วยยุโรปแบบน่าเสียดายในฤดูกาล 2003/04 และ 2005/06

โอกาสกลับมาอีกครั้งในฤดูกาลนี้ แม้จะเป็นถ้วยเล็ก แต่ ยูโรป้าลีก ก็คือถ้วยยุโรปใบหนึ่ง และนี่ก็จะเป็นการคว้าถ้วยสุดท้ายในการอำลาสโมสรได้อีกด้วย

แต่ตอนนี้ เวนเกอร์ กำลังจะพลาดโอกาสนั้นอีกครั้ง หลังลูกทีมของเขาทำได้แค่เปิดบ้านเสมอผู้มาเยือน 10 คน ที่ไร้โค้ช 1-1 

หากไม่อยากอำลาสโมสร แบบไม่มีอะไรติดมือแล้วละก็ อาร์เซนอล ต้องฮึดเฮือกสุดท้ายที่ มาดริด เพื่อถ้วยยุโรปใบแรกและใบสุดท้ายของ เวนเกอร์ ให้ได้