5 สิ่งที่น่าสนใจจากเกม เรือใบ ถล่ม หงส์ขาว ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก

5 สิ่งที่น่าสนใจจากเกม เรือใบ ถล่ม หงส์ขาว ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

นับเป็นนัดแรกหลังการได้แชมป์พรีเมียร์ลีกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งประจวบเหมาะกับการได้ลงเล่นใน เอติฮัด สเตเดี้ยม ต่อหน้าแฟน ๆ พร้อมผู้มาเยือนที่เหมือนจะมาช่วยให้งานฉลองของเหล่า เดอะซิตี้เซนส์ นั้นสนุกสนานขึ้นไปอีก

 นี่คือ 5 สิ่งจากเกมฉลองแชมป์ของทีม เรือใบสีฟ้า

1. นี่คือฟุตบอลของเป๊ป !PAUL ELLIS/GettyImages

เมื่อไม่ต้องกังวลและไม่ต้องลงเล่นภายใต้ความกดดันอะไรทั้งสิ้น ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ก็ได้โชว์ฟุตบอลในแบบฉบับของตัวเองตลอด 90 นาที

 2 ปีที่นายใหญ่ชาวคาตาลันเข้ามาทำทีม ได้ปลูกฝัง DNA ของฟุตบอลแบบ ติกี้-ตาก้า เหมือนที่เขาเคยสร้างให้ บาร์เซโลนา ยิ่งใหญ่จนถูกขนานนามว่าเป็นทีมจากต่างดาวมาแล้ว

 สถิติการครองบอล 83% ยิงเข้ากรอบ 12 ลูก เป็นประตู 5 ลูก ที่มาจากนักเตะ 5 คน คงจะเพียงพอต่อการที่จะทำให้ผู้มาเยือนทำได้แค่มาเป็นเค้กฉลองแชมป์ให้กับทีมเจ้าบ้านเท่านั้น

2. ขออีก 2 ประตู และ 6 คะแนนOLI SCARFF/GettyImages
จากชัยชนะนัดนี้ ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ยิงประตูไปแล้ว 98 ลูก และเก็บได้ 90 คะแนน ดังนั้นเหลืออีกเพียง 2 ประตู และ 6 คะแนน จาก 4 นัดที่เหลือ จะทำให้พวกเขากลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่สามารถทำได้ถึง 100 ประตู และทำลายสถิติคะแนนสูงสุดที่ โชเซ มูรินโญ เคยทำไว้ในการคุมทีมเชลซีที่ 95 คะแนน ในปี 2004-2005 ลงอย่างราบคาบ

 และเมื่อมาดู 4 นัดที่เหลือ ที่จะเจอกับ เวสต์แฮม, ฮัดเดอร์สฟิลด์, ไบรท์ตัน และปิดท้ายด้วย เซาแธมป์ตัน ก็ดูเหมือนว่าพวกเขาพร้อมจะสร้างสถิติใหม่ และอาจจะเป็นสถิติที่ยากจะมีใครมาทำลายในอนาคตก็เป็นได้

3. ปีที่ดีที่สุดของ ซิลบาClive Brunskill/GettyImages

แม้ ดาบิด ซิลบา จะเคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาแล้ว 2 ครั้ง แต่ต้องถือว่าการคว้าแชมป์ครั้งที่ 3 ในซีซันนี้ของเขา เป็นปีที่สามารถระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ต้นฤดูกาลจนถึงตอนนี้

ซิลบา เป็นหัวใจในเกมรุกของทีมเรือใบสีฟ้า มิดฟิลด์วัย 32 ปี วิ่งพล่านต่อบอลไปทั่วแดนหน้า เหมือนคนอายุ 20 ต้น ๆ แถมยังมีลูกทีเด็ดจากการสอดขึ้นไปยิงประตู เหมือนในลูกแรกที่ยิงให้ทีมขึ้นนำในนาทีที่ 12 ที่เขาทำให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ในหลายนัด

 ไม่ต้องแปลกใจที่ทำไมเขากลับมามีชื่อเข้าชิงรางวัล PFA แม้จะไม่ใช่ตัวเต็งก็ตาม แต่คุณภาพที่แสดงออกมาคือ หัวใจสำคัญ ที่ทำให้ ซิตี้ คว้าแชมป์ในซีซันนี้ได้สำเร็จ

4. การกลับมาของ เบนจามิน เมนดี้PAUL ELLIS/GettyImages
หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่เอ็นไขว้หน้าหัวเข่าฉีกขาดจากการปะทะกับ แอนดรอส ทาวน์เซนต์ ในนัดที่พบกับ คริสตัล พาเลซ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ผ่านมา 6 เดือน เบ็นฌาแม็ง เมนดี้ ก็ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามอีกครั้งท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับจากแฟน ๆ เดอะซิตี้เซนส์ และคงโล่งใจกันอีกเปลาะ เนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้มีอาการบาดเจ็บอะไรเพิ่มเติมหลังจบเกม

 เมนดี้ ย้ายมาจาก โมนาโก ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 55 ล้านปอนด์ และลงเล่นให้กับ แมนฯ ซิตี้ ได้เพียงไม่กี่นัด ก็ได้รับอาการบาดเจ็บอย่างรุนแรง จนต้องพักรักษาตัวเกือบครึ่งปี 

5. ยังไม่มีทีมใดตกชั้น 100%Clive Brunskill/GettyImages

จากความพ่ายแพ้นัดนี้ของ สวอนซี ทำให้พวกเขามีแต้มห่างจากโซนตกชั้น 4 คะแนน โดยเหลือการแข่งขันอีกเพียง 4 นัด สถานการณ์ยังถือว่าล่อแหลมพอสมควร

เพราะในทางคณิตศาสตร์ ทีมอันดับ 18-20 อย่าง เซาแธมป์ตัน, สโต๊ค ซิตี้ และ เวสต์บรอมวิช ก็ยังสามารถพลิกสถานการณ์กันได้แบบนัดต่อนัด 

 

ทีมที่ยังไม่ถือว่าปลอดภัยมาก เช่น ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และครัสตัล พาเลซ ก็ยังต้องเร่งเก็บแต้มให้ได้เช่นกัน ทำให้การลุ้นตกชั้นในฤดูกาลนี้อาจจะต้องมีทีมลุ้นในนัดสุดท้ายกันเกือบ 10 ทีมเลยทีเดียว