My Liverpool : เก็บตกหงส์แดงเชือดวิลล่า

My Liverpool : เก็บตกหงส์แดงเชือดวิลล่า

ฟุตบอล : ประตูตีเสมอจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ในช่วงต้นครึ่งหลัง และจุดโทษแซงนำของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด หลังจาก หลุยส์ ซัวเรซ โดนทำฟาวล์ยังต่อความหวังให้กับ ลิเวอร์พูล ในการจะลุ้นคว้าโควตาไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรปในฤดูกาลหน้าอยู่ต่อไป

เมื่อพวกเขามีแต้มตามหลังทีมอันดับ 5 อย่าง อาร์เซน่อล อยู่ 5 คะแนนขณะเดียวกันก็ห่างจาก เชลซี ของ ราฟา เบนิเตซ ที่หล่นมาอยู่ในอันดับ 4 อยู่ 7 คะแนนขณะที่เหลืออีกเพียง 7 เกมเท่านั้นสำหรับการแข่งขันของพวกเขาที่เหลืออยู่ในฤดูกาลนี้

ความพ่ายแพ้ต่อ เซาแธมป์ตัน ในเกมลีกล่าสุดก่อนหน้าโปรแกรมทีมชาติเข้ามาแทรกกลางทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องเจอกับความยากมากขึ้นสำหรับการจะหวังลุ้นไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปในฤดูกาลหน้าโดยเฉพาะกับการหวังจะติดเป็นท็อปโฟว์ของตารางคะแนนเพื่อไปเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นั้นถือว่าหนักทีเดียว

ลิเวอร์พูลลุ้นไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปในฤดูกาลหน้า

เพราะคะแนนของ ลิเวอร์พูล นั้นพอจะลุ้นได้เพียงแค่อันดับ 4 เท่านั้น ขณะเดียวกันอันดับสุดท้ายในลีกที่จะได้ไปเล่นในยุโรปก็คืออันดับ 5 ก็ยังมีก้างขวางคออยู่อย่าง อาร์เซน่อล และ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งฤดูกาลที่แล้วทีมคู่ปรับร่วมเมอร์ซี่ยไซด์สีน้ำเงินทีมนี้ก็ทำอันดับจบฤดูกาลได้สูงกว่าพวกเขามาแล้วนั่นเอง

โดย ลิเวอร์พูล ยังมีโอกาสจะตัดแต้มกับทั้ง เอฟเวอร์ตัน และ เชลซี เมื่อพวกเขาจะได้เปิดบ้านรอเจอกับทั้งสองทีมนี้ใน แอนฟิลด์ ของตัวเอง

ความพ่ายแพ้ของ เชลซี ที่ เซนต์ แมรี่ส์ ต่อ เซาแธมป์ตัน บวกกับชัยชนะที่ได้มาของ ลิเวอร์พูล ที่ วิลล่า ปาร์ค พอจะทำให้ช่องห่างของคะแนนระหว่างทีมอันดับ 4 ซึ่งก็คือ เชลซี กับ ลิเวอร์พูล นั้นห่างกันอยู่ประมาณ 7 คะแนน

อย่างไรก็ดีทีมในกลุ่มที่ลุ้นพื้นที่ยุโรปด้วยกันอย่าง อาร์เซน่อล และ เอฟเวอร์ตัน ต่างก็ไม่พลาดในการเก็บชัยชนะได้ทั้งคู่ ทำให้ ลิเวอร์พูล ยังจำเป็นจะต้องเร่งเดินหน้าเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุดกับโปรแกรมที่เหลือ

ในเกมกับ แอสตัน วิลล่า ที่ วิลล่า ปาร์ค นั้น ทั้งเจ้าถิ่น วิลล่า และ ลิเวอร์พูล ต่างก็มองไปที่สามคะแนนเหมือนๆกันจากเกมนี้ ลูกทีมของ พอล แลมเบิร์ต กำลังเล่นด้วยความมั่นใจหลังจากทำผลงานชนะติดต่อกันมาในลีก

ด้าน ลิเวอร์พูล สะดุดแพ้ เซาแธมป์ตัน หลังจากก่อนหน้านั้นชนะมาสามเกมติดในลีก ทำให้ดูแล้วเป็นเกมที่สูสี ยิ่งผลการเจอกันในนัดแรกที่ แอนฟิลด์ นั้น วิลล่า เคยสร้างความเจ็บแสบด้วยการบุกมาอัด ลิเวอร์พูล แบบหมดสภาพมาแล้ว ยิ่งทำให้แฟนๆ "หงส์แดง" เองก็ลุ้นอยู่เช่นกันว่าทีมรักของพวกเขาจะเอาตัวรอดออกมาจาก วิลล่า ปาร์ค ในสภาพใด

ครึ่งแรก คริสเตียน เบนเตเก้ ประสานงานกับ กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์ เข้าไปทำประตูให้กับ วิลล่า ขึ้นนำอยู่ด้วยสกอร์ 1-0 โดยเป็นการทำประตูกับ ลิเวอร์พูล ได้อีกครั้งสำหรับกองหน้าทีมชาติเบลเยียมผู้นี้ ซึ่งหาก วิลล่า เพลี่ยงพล้ำตกชั้นขึ้นมาก็คงยากจะรั้งตัว เบนเตเก้ เอาไว้กับทีมต่อได้แน่

ฤดูกาลหน้ากองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมผู้นี้สามารถยิงประตูใส่ ลิเวอร์พูล ได้ทั้งในบ้านและนอกบ้านเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี ลิเวอร์พูล ก็กลับสู่เกมได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่เพียงสองนาทีของครึ่งหลังผ่านไปเมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทำประตูที่สามในลีกของเขาในฤดูกาลนี้ตีเสมอให้กับ ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ ตอกย้ำความเชื่อมั่นก่อนหน้านี้ที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ได้ออกมากล่าวว่า เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 21 ปี เป็นนักเตะที่อยู่ในแผนการสร้างทีมในอนาคตของเขา

เมื่อตีเสมอได้ ลิเวอร์พูล พยายามเดินหน้าบุกต่อและเมื่อผ่านเข้าสู่หนึ่งชั่วโมงของเกม นาธาน เบเกอร์ ปราการหลังดาวรุ่งของเจ้าถิ่นก็พลาดท่าไปทำฟาวล์ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าตัวสำคัญของ ลิเวอร์พูล เสียลูกจุดโทษ ผู้ที่รับหน้าที่ยิงก็คือ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ซัดผ่าน แบร๊ด กูซาน เข้าไปไม่พลาดทำให้ ลิเวอร์พูล แซงกลับมาขึ้นนำได้สำเร็จก่อนจะประคองตัวรักษาสกอร์นี้เอาไว้ได้จนจบเกมพร้อมกับเก็บสามคะแนนสำคัญรั้งอันดับ 7 เอาไว้และยังพอมีความหวังเหลืออยู่กับการลุ้นพื้นที่ยุโรป

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทำประตูที่สามในลีก

หลังเกม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ให้สัมภาษณ์ว่าลูกทีมของเขาเสียประตูไปจากความผิดพลาดแม้จะเล่นได้ดีแล้วในครึ่งแรกก็ตาม ทว่าในครึ่งหลังทีมก็โหมจังหวะของเกมให้ดุดันมากขึ้นและเป็นชัยชนะที่สำคัญสำหรับทีม ร็อดเจอร์ส ย้ำว่าเขารู้สึกพอใจกับผลงานของลูกทีมโดยเฉพาะการผ่านบอลที่แสดงออกมาให้เห็น

ทั้งนี้ ร็อดเจอร์ส ยังได้พูดถึงทิศทางของการจับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไปหลังจากสัญญาฉบับเดิมของกัปตันทีมชาติอังกฤษผู้นี้กับ ลิเวอร์พูล กำลังจะหมดลงหลังจบฤดูกาล 2013/14 โดยในเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น เจอร์ราร์ด วัย 32 ลงสนามให้กับ ลิเวอร์พูล เป็นเกมที่ 625

ก่อนเกมกับ แอสตัน วิลล่า นั้น มีการเผยว่า เจอร์ราร์ด ต้องฉีดยาระงับความปวดที่ส้นเท้าเพื่อลงเล่นในเกมนี้ แต่สิ่งที่แฟนบอลได้เห็นจากเขาก็คือผลงาน และ ประตูชัยที่ เจอร์ราร์ด มอบให้กับทีมอีกครั้ง

โดยส่วนตัวของ เจอร์ราร์ด เอง เขาก็เชื่อมั่นว่า ลิเวอร์พูล พร้อมจะกลับมาท้าทายความสำเร็จอีกครั้งในฤดูกาลอย่างแน่นอนเนื่องจากทีมจะมีการปรับปรุงเสริมทัพอีกครั้งในช่วงปิดฤดูกาล นอกจากนี้ทุกคนในทีมต่างก็ทราบดีว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องมาดิ้นรนลุ้นทำอันดับเพื่อจะได้ไปเล่นในถ้วยยุโรปสำหรับฤดูกาลหน้าก็คือเรื่องของฟอร์มการเล่นที่ไม่สม่ำเสมอ

สัญญาฉบับปัจจุบันของ สตีวี่ จี จะหมดลงหลังจบฤดูกาลหน้าทำให้ ลิเวอร์พูล รีบจะจับเจ้าตัวต่อสัญญาใหม่ออกไป

ช่วงซัมเมอร์นี้ ลิเวอร์พูล ได้ประกาศการทัวร์ในช่วงปรีซีซั่นของพวกเขาออกมาเรียบร้อยแล้วและที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับแฟนบอลชาวไทยเราก็คือ ลิเวอร์พูล ได้เลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกสำหรับการมาทัวร์ครั้งนี้ซึ่งนับเป็นครั้งที่สี่ของพวกเขากับการมาเยือนประเทศของเราด้วย

ในปีนี้ ลิเวอร์พูล จะลงเล่นกับเราในวันที่ 28 ก.ค. ที่สนาม ราชมังคลา กีฬาสถานโดยนอกเหนือจากนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชที่ระดมกันมาเต็มที่แล้ว ในส่วนของมูลนิธิของ ลิเวอร์พูล ก็จะร่วมเดินทางมาด้วยเช่นกันเพื่อมาทำกิจกรรมกับชุมชนต่างๆในบ้านเราตามที่ฝ่ายจัดงานได้วางแผนไว้

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ได้กล่าวว่าทันทีที่ทราบว่าจะได้กลับมาที่เมืองไทยอีกครั้ง บรรดาผู้เล่นต่างก็รู้สึกคึกคักกันไม่น้อยโดยเฉพาะกับผู้เล่นที่เคยร่วมเดินทางมาที่ประเทศไทยหนที่แล้วเมื่อสีปีก่อน ขณะที่ตัวของ ร็อดเจอร์ส เองก็พอจะรู้ว่าในประเทศไทยนั้นสนใจและคลั่งไคล้ฟุตบอลกันมากๆซึ่งตัวเขาก็หวังว่าจะได้นำการเล่นที่สวยงามในสไตล์ของ ลิเวอร์พูล มาเป็นของขวัญให้กับแฟนบอลชาวไทยได้ชมกันอีกครั้ง

เจมี่ เร้ดแนนป์ เชื่อว่า หลุยส์ ซัวเรซ มีโอกาสจะคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีจากทั้งสองสถาบัน

ทิ้งท้ายวันนี้ด้วยมุมของอดีตมิดฟิลด์สุดหล่อของ ลิเวอร์พูล, สเปอร์ส และ ทีมชาติอังกฤษอย่าง เจมี่ เร้ดแนปป์ กันสักนิด ทั้งนี้ เร้ดแนปป์ ได้แสดงมุมมองต่อนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2012-13 ว่า หลุยส์ ซัวเรซ คือผู้เล่นที่ทำผลงานได้น่าประทับใจที่สุดแม้ดาวเตะรุ่นน้องในทีม สเปอร์ส อย่าง แกเร็ธ เบล จะเป็นอีกคนที่ทำผลงานได้โดดเด่นอย่างมากก็ตาม

เร้ดแนปป์ พูดถึง ซัวเรซ ว่าแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของนักเตะระดับเวิลด์ คลาส และทำทุกอย่างในการนำทีมคว้าชัยชนะทั้งการยิงประตู, การเรียกจุดโทษให้กับทีมได้, วิ่งไล่เอาบอลคืนกลับมาให้กับทีม รวมถึงเป็นพลังขับเคลื่อนให้กับทีมได้อย่างโดดเด่น

แม้ว่าจำนวนประตูในพรีเมียร์ลีกจะไม่ขยับเพิ่มขึ้น แต่ดาวยิงชาวอุรุกวัยก็ยังนำเป็นดาวซัลโวของลีกอยู่เช่นเดิม โดยในซีซั่นนี้ดาวเตะทีมชาติอุรุกวัยผู้นี้ทำประตูรวมในทุกรายการไปแล้วทั้งสิ้น 29 ประตู