"ปราสาท" ลุ้นเช็คฟิต "ตูเญซ-นฤบดินทร์" ยันส่งตัวดีที่สุด, "เจ้าท่า" หวังลดช่องว่าง

"ปราสาท" ลุ้นเช็คฟิต "ตูเญซ-นฤบดินทร์" ยันส่งตัวดีที่สุด, "เจ้าท่า" หวังลดช่องว่าง
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

บุรีรัมย์ ยังต้องลุ้นเช็คฟิตสองนักเตะตัวหลัก พร้อมยืนยันว่าจะจัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม ขณะที่การท่าเรือ หวังแก้ตัวจากการแพ้มาสองนัดติดและลดช่องว่างคะแนนระหว่างตัวเองกับจ่าฝูง

วันที่ 9 เมษายน 2561 เวลา 13.00 น. ณ ห้องแถลงข่าว 127 สนามราชมังคลากีฬาสถาน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ บริษัท ไทยลีก จำกัด และ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด จัดงานแถลงข่าวก่อนการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก สัปดาห์ที่ 10 "Meet The Warriors" โดยคู่บิ๊กแมตช์หัวตาราง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องเปิดบ้านพบกับ การท่าเรือ เอฟซี

ปราสาทสายฟ้าของ โบซิดาร์ บันโดวิช เดินหน้าเก็บแต้มได้อย่างต่อเนื่องแม้ล่าสุดจะสะดุดมาในเกมกับสุพรรณบุรี เอฟซี ขณะที่ สิงห์เจ้าท่าของ จเด็จ มีลาภ ฟอร์มเริ่มสะดุดหลังแพ้มาสองเกมติดจนตกมาอยู่ที่ 5 แล้ว

โดยทาง มนเสศร์ ธีรภานนท์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า "สำหรับความพร้อมของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เกมที่ได้ไปเยือนสุพรรณบุรี เอฟซี นั้นไม่ง่ายเลย เพราะพวกเขามีเกมรับที่ดีและเหนียวแน่นมาก การได้หนึ่งคะแนนจากเกมดังกล่าวถือว่าน่าพอใจ ตอนนี้เราก็โฟกัสที่เกมต่อไปกับ การท่าเรือ เอฟซี อย่างที่เราเคยบอกว่าเป้าหมายของเราคือการเอาชนะให้ได้ทุกเกม สำหรับผู้เล่นไม่มีใครติดโทษแบน ส่วนบาดเจ็บก็ยังต้องเช็ค อันเดรส ตูเญซ รวมถึง นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ที่เจ็บจากเกมที่แล้ว ซึ่งเรายังไม่สามารถบอกได้ว่าต้องพักนานแค่ไหน แต่ที่ทราบคือไม่หนักมาก"

"สำหรับรายของ ประวีณวัช บุญยงค์ เขาโชว์ฟอร์มการเล่นที่ดีออกมา ซึ่งทางผู้บริหารก็มีการพูดคุย ถึงความเป็นไปได้ในการดึงตัวมาร่วมทีมแบบถาวร

"ตอนนี้เราโฟกัสทีละนัดเกมนี้เราจะส่งคนที่ดีที่สุดลงเล่นเหมือนเดิม หลังจบเกม เราก็จะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ก่อนที่จะทำการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย กับ เจจู ยูไนเต็ด"

ขณะที่ วีรยุทธ์ บินอับดุลเลาะมาน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน สโมสร การท่าเรือ เอฟซี กล่าวว่า "การไปเยือน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นจ่าฝูง ถือว่าเป็นเกมที่หนัก นักเตะทุกคนและสตาฟฟ?โค้ชก็พยายามบอกว่าให้ลืมเกมทีผ่านมาให้ได้ เราก็ต้องพยายามเก็บแต้มกลับมาให้ได้ในนัดนี้ เกมกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นั้น เราจะขาด คิม ซุง ฮวาน ที่ติดโทษแบน แต่ยังมีคนที่พร้อมทดแทนที่มีคุณภาพอยู่"

"สำหรับจเด็จ มีลาภ ก็พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคน ก็ขึ้นอยู่กับการซ้อมว่าใครทำได้ดีก็จะได้โอกาส ซึ่งเราเชื่อมั่นเสมอว่านักเตะทุกคนสามารถทดแทนกันได้ เราไปเยือนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เป็นจ่าฝูงก็กดดัน เพราะเขาก็ต้องการแต้ม เช่นเดียวกับเรา เราก็หวังว่าจะเก็บแต้มเกมนี้เพื่อลดช่องว่างลงมาให้ได้"

"สำหรับเรื่องตำแหน่งเฮดโค้ชนั้น เรายังไม่กดดัน เพราะที่ผ่านมา สองเกมที่ผ่านมาเราทำได้ดีมีโอกาสจบสกอร์หลาย แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ อย่างเช่นในเกมกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เรามีโอกาส 20 ครั้ง ตอนนี้เราก็พยายามแก้ไขและใส่รายละเอียดในการฝึกซ้อมให้แม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม"

"ขณะเดียวกัน ทางมาดามแป้ง หรือ คุณ นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสร ก็กำชับเสมอ และเกมนี้ก็เป็นเกมที่สำคัญ โดยเฉพาะปีนี้มีการแข่งขันสูงก็บอกให้ทุกคนเต็มที่เสมอ แม้จะแพ้มาสองแมตช์ แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อเก็บแต้มให้ได้"

"ในเกมนี้เรายังไม่มี เซร์คิโอ ซัวเรซ ที่เจ็บยังไม่หาย แต่เราก็ยังมีตัวทดแทน อย่าง บดินทร์ ผาลา และ เทเรนซ์ ปูฮิริ มันก็ขึ้นอยู่กับการฝึกซ้อมว่าใครทำได้ดี คนนั้นก็จะได้โอกาสไป"

"ส่วนแผนรับมือดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ เราก็ติวเข้มกองหลังทั้งเรื่อง การกดดัน และสนับสนุน เป็นหลัก เราก็พยายามติวทั้งเกมรับและเกมรุก ให้มีความละเอียดมากขึ้น ส่วนในผู้รักษาประตู ทั้ง รัตนัย ส่องแสงจันทร์ และ วรวุฒิ ศรีสุภา ทางโค้ชผู้รักษาประตูยอมรับว่าตัดสินใจลำบาก เพราะอย่างเกมล่าสุด รัตนัย ส่องแสงจันทร์ จะเสียประตูไปสามประตู ในเกมกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด แต่ก็เราก็ไม่ได้เสียความมั่นใจ"

โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก สัปดาห์ที่ 10 มีดังนี้
วันพุธที่ 11 เมษายน 2561
เวลา 17.45 น. ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบกับ พีที ประจวบ เอฟซี ที่สนาม มิตรผล สเตเดียม ถ่ายทอดสด ทาง ทรู สปอร์ต 2
เวลา 17.45 น. บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบกับ การท่าเรือ เอฟซี ที่สนาม ช้าง อารีนา ถ่ายทอดสด ทาง ทรูสปอร์ต เอชดี 2
เวลา 18.00 น. ชัยนาท ฮอร์นบิล พบกับ ราชนาวี ที่สนาม เขาพลอง สเตเดียม ถ่ายทอดสด ทาง ทรูสปอร์ต 6
เวลา 18.00 น. สุโขทัย เอฟซี พบกับ บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่สนาม ทุ่งทะเลหลวง ทรูสปอร์ต เอชดี 1 และ ทรูวิชันส์ ช่อง 358
เวลา 19.00 น. พัทยา ยูไนเต็ด พบกับ ชลบุรี เอฟซี ที่สนาม เทศบาลหนองปรือ ถ่ายทอดสด ทาง ทรูสปอร์ต 7
เวลา 19.00 น. โปลิศ เทโร เอฟซี พบกับ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ที่สนาม บุญยะจินดา ถ่ายทอดสด ทาง ทรููวิชันส์ ช่อง 445
เวลา 19.00 น. ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด พบกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่สนาม ทรู สเตเดียม ถ่ายทอดสด ทาง ทรูสปอร์ต เอชดี 3
เวลา 20.00 น. แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี พบกับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่สนาม ธูปเตมีย์ ถ่ายทอดสด ทาง ทรูสปอร์ต 2
เวลา 20.00 น. เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบกับ สุพรรณบุรี เอฟซี ที่สนาม เอสซีจี สเตเดียม ถ่ายทอดสด ทาง ทรูสปอร์ต เอชดี 2