"6 เรื่องต้องรู้" หลัง "ปีศาจแดง" พลิกเชือด "เรือใบสีฟ้า" ดับฝันฉลองแชมป์ชั่วคราว

"6 เรื่องต้องรู้" หลัง "ปีศาจแดง" พลิกเชือด "เรือใบสีฟ้า" ดับฝันฉลองแชมป์ชั่วคราว
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

จบลงไปแล้วกับเกมดาร์บี้เมืองแมนเชสเตอร์รอบที่ 2 ของฤดูกาลนี้ และก็เป็นลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เอาคืนได้สำเร็จ หลังบุกมาเชือด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ 3-2 และกลายเป็นทีมแรกที่ยัดเยียดความปราชัยในบ้านของซิตี้ ในฤดูกาลนี้เป็นครั้งแรกด้วย

จากการพ่ายแพ้ในนัดนี้ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังต้องรอการฉลองแชมป์ต่อไป หลัง ยูไนเต็ด ขยับช่องว่างเข้ามาเป็น 13 แต้ม แต่ยังเหลืออีก 18 แต้มให้เก็บ ด้านลูกทีมของ มูรินโญ่ ยิ่งเริงร่าเข้าไปใหญ่ เพราะพวกเขาหนี ลิเวอร์พูล เป็น 4 แต้มเข้าไปแล้ว และยังมีนัดเหลือให้แข่งมากกว่าอีก 1 นัดด้วยกัน

และนี่คือ 6 เรื่องที่คุณไม่ควรพลาดในเกมดาร์บี้เมืองแมนเชสเตอร์ในคืนที่ผ่านมา

6. ก็อมปานี เกือบทำสำเร็จอีกครั้ง

 5ac91db33a9ff1323c000001

ในฤดูกาล 2012 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทัพของกุนซือ โรแบร์โต้ มันชินี่ สามารถเปิดรังเอติฮัด เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ 1-0 โดยได้ประตูโทนจาก แว็งซ็องต์ ก็อมปานี

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ประตูขึ้นนำของ ก็อมปานี ในเกมนั้นเกิดขึ้นในนาทีที่ 25 เร็วกว่าประตูขึ้นนำของเขาในปีนี้เพียงไม่กี่วินาที และยังเกิดจากการโหม่งเหมือนกันอีกต่างหาก

ประตูดังกล่าวช่วยให้ซิตี้ ขึ้นมามีแต้มเท่ากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปีนั้น แต่ด้วยสกอร์ได้เสียที่เหนือกว่า พวกเขาจึงนำเป็นจ่าฝูง และขณะนั้นเหลืออีกเพียง 2 นัดให้เตะเท่านั้น

ในปีนี้ ประตูของ ก็อมปานี ก็ดูจะเป็นแลนด์มาร์กอีกครั้ง แถมทีมยังได้ประตูนำห่าง 2-0 ในอีกไม่กี่นาทีต่อมาอีกต่างหาก แต่จนแล้วจนรอด พวกเขาก็ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้

อย่างไรก็ตาม ดูท่าปีนี้ ก็อมปานีก็จะได้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีกอยู่ดีล่ะนะ

5. ป็อกบา ตอกกลับ เป๊ป สำเร็จ

 5ac921d22ff541e9ea000004

ก่อนเกมดาร์บี้จะเริ่มขึ้น มีข่าวลือหนาหูมาจาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ว่า มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ส่วนตัวของป็อกบา เคยเสนอขายมิดฟิลด์เลือดเฟร้นช์ให้กับนายใหญ่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้  

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริง หรือเป็นแค่แผนในการปั่นหัวแข้งราคาแพงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ตาม ปอล ป็อกบา ก็ต้องทำให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผิดหวัง เมื่อเขาจัดการคนเดียว 2 ประตูในเวลาต่างกันไม่ถึง 2 นาที ช่วยให้ทีมยกเลิกความได้เปรียบในครึ่งแรกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปจนหมด

และไม่ใช่เพียงแต่ เป๊ป เท่านั้นที่โดนตอกกลับในเกมนี้ แต่นักวิจารณ์และเหล่าแฟนบอลทั้งหลายที่ยังคงมองเขาว่าเป็นของปลอมต่างก็โดนไปเต็มๆเช่นกัน และแฟนๆผีแดงคงรอวันที่เขาจะเฉิดฉายแบบสมัยที่ยังอยู่กับ ยูเวนตุส อีกครั้ง

4. สเตอร์ลิ่ง ใช้โอกาสเปลืองเกินไป

 5ac922721d79cd1a43000003

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้อัพเกรดปีกชาวอังกฤษผู้นี้ให้กลายเป็นจอมถล่มประตูประจำทีมไปแล้ว หลังเจ้าตัวซัดไปถึง 21 ประตูด้วยกันในฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตาม สเตอร์ลิ่งกลับชวดโอกาสที่จะเบิกสกอร์ให้ซิตี้ หนีห่างเป็น 4-0 ในเกมนี้ หลังมีโอกาสได้ยิงเต็มๆถึง 2 ครั้งด้วยกัน

เชื่อเถอะว่า ผลเกมนี้คงกลายเป็นอีกแบบไปแล้ว หากไม่ใช่ว่าเขาใช้โอกาสเปลืองเกินไปหน่อย นี่ยังไม่นับจังหวะชนเสาตอนท้ายเกมที่ทำให้ทีมพลาดประตูตีเสมออีกนะ

3. อเล็กซิส ปรับตัวได้มากขึ้นเรื่อยๆ

 5ac92445c461225180000001

ตอนที่มาถึงใหม่ๆ ปีกชาวชิลีผู้นี้ไม่สามารถงัดฟอร์มแบบที่เล่นให้กับ อาร์เซน่อล และ บาร์เซโลน่า ออกมาได้ จนโดนคำวิจารณ์ต่างๆนานาโหมใส่จนไม่รู้จะถอยไปทางไหน แต่ ณ ตอนนี้ เขากำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ยูไนเต็ด แผลงฤทธิ์ได้อย่างน่าเกรงขามอีกครั้ง

อเล็กซิส มีส่วนเต็มๆกับทั้ง 3 ประตูที่เกิดขึ้นในเกมนี้ หลังจ่ายให้ อันเดร เอร์เรร่า ได้พักบอลก่อนต่อให้ ป็อกบา ยิงตีไข่แตกได้ ก่อนโชว์สกิลลากหลบกองหลังซิตี้ แล้วแอสซิสต์ให้ ป็อกบา ยิงตีเสมอใน 1 นาทีถัดมา และปั่นฟรีคิกสวยๆให้ คริส สมอลลิ่ง ได้โฉบมาแปแบบรู้ใจ ไม่นับความขยันและความทุ่มเทที่เขามีให้ ยูไนเต็ด ตลอดเกือบ 75 นาทีที่เขาลงเล่น แค่นี้ก็พอจะเห็นอนาคตแล้วว่าเขาจะกลายเป็นฟันเฟืองที่สำคัญที่สุดชิ้นนึงของ ผีแดง อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

2. โชคดีของ ยัง ที่ยังไม่มี VAR ให้ใช้ในเกมพรีเมียร์ลีก

 5ac9299f3a9ff1cfcb000003

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกือบได้ลูกจุดโทษตั้งแต่ไก่โห่ เมื่อ แอชลี่ย์ ยัง ทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ แต่กลับรอดสายตาผู้ตัดสิน มาร์ติน แอทคินสัน ไปได้

จังหวะดังกล่าวเป็นการครอสบอลเข้าในเขตโทษของซิตี้ แอชลีย์ ยัง ที่วิ่งเข้ามาจะเคลียร์บอลกลับลื่นล้มลงไป บอลกำลังจะเลยตัวเขาไปอยู่แล้วจนกระทั่งเขาใช้มือบังทางวิ่งของบอลเอาไว้ บอลแฉลบเปลี่ยนทิศออกไปก่อนที่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง จะเข้าชาร์จได้ทัน

แน่นอนว่าผู้เล่นของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประท้วงทันทีทันใด แต่ในเมื่อผู้ตัดสินทั้ง 4 ไม่มีใครว่าอะไร แถม VAR ก็ไม่มีให้ใช้ จังหวะดังกล่าวจึงเป็นความโชคดีล้วนๆของ ยัง และความโชคร้ายเต็มๆของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ยังไม่นับจังหวะเข้าโฉ่งฉ่างใส่ เซร์คิโอ อเกวโร่ ช่วงปลายครึ่งหลังอีก ซึ่งอาจจะนำไปสู่การพลิกเกมอีกก็ได้

1. เด เคอา ช่วยทีมเอาไว้ได้อีกครั้ง

 5ac928e7d39b87bc4a000001

อาจจะไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเขาในเกมนี้ แต่เมื่อถึงเวลาจำเป็น เด เคอา ก็ทำได้สำเร็จอีกครั้ง

ในครึ่งแรก เด เคอา มีจังหวะเตะเปิดเกมพลาด จนนำมาซึ่งการเสียประตูที่ 2 ของทีมในที่สุด แต่เมื่อทีมของเขาพลิกขึ้นนำ 3-2 เด เคอา ก็ยังสามารถรักษาสกอร์นำให้กับทีมได้สำเร็จด้วยการบินปัดลูกโหม่งของอเกวโร่ได้แบบเหลือเชื่อ

จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 89 ของเกม และถ้ามันกลายเป็นประตูขึ้นมาจริงๆ ซิตี้ไม่น่าพลาดที่จะเก็บแต้มไปได้อย่างแน่นอน