สมาคมฯ มีแผนให้สโมสรใน โตโยต้า ไทยลีก ใช้งาน VAR ต่อไปจนจบฤดูกาล 2018

สมาคมฯ มีแผนให้สโมสรใน โตโยต้า ไทยลีก ใช้งาน VAR ต่อไปจนจบฤดูกาล 2018
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีแผนช่วยเหลือให้สโมสรในระดับ โตโยต้า ไทยลีก สามารถใช้เทคโนโลยี Video Assistant Referee หรือ VAR ต่อไปได้อีกอย่างน้อยสโมสรละ 2 นัด จนกระทั่งจบฤดูกาล 2018

ช่วงที่ผ่านมา ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ บริษัท ไทยลีก จำกัด ได้นำเทคโนโลยี VAR รวมถึงการมีผู้ตัดสินที่ 5 และ 6 ทำหน้าที่หลังประตู (Additional Assistant Referee หรือ AAR) มาทดลองใช้เพื่อช่วยผู้ตัดสินในการทำหน้าที่ โดยตลอด 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา ระบบ VAR ได้ถูกนำมาใช้ทั้งหมด 8 แมตช์ และ AAR ทั้งหมด 17 แมตช์

ซึ่งหลังจากที่สมาคมฯได้สิ้นสุดระยะเวลาทดลองเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อรอประกาศใช้อย่างเป็นทางการจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ก็ได้มีเสียงตอบรับจากสโมสรให้มีการใช้เทคโนโลยี VAR และ AAR ต่อไปจนจบฤดูกาล 2018

โดยทาง พล.ต.อ.ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ก็มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "ในการประชุมร่วมกับตัวแทนสโมสรจาก เราก็ได้มีการพูดคุยหารือกันเพราะว่ายังมีข้อจำกัดในการใช้ เนื่องจากทรัพยากรยังมีจำกัด”

“ผู้ตัดสินในประเทศไทยมี 40 คนที่ผ่านการทดสอบร่างกาย และภาคทฤษฎี จนสามารถทำหน้าที่ VAR และ AAR ได้ ซึ่งการใช้ VAR แมตช์หนึ่ง เราต้องใช้ผู้ตัดสินเพิ่มอีกสองคน ถ้าหากต้องใช้ทั้งหมดทุกคู่ต่อสัปดาห์ แม้เราจะมีอุปกรณ์ครบ แต่เราก็ยังใช้ไม่ได้ เพราะจำนวนบุคลากรไม่พอ”

โดยผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ VAR จะเป็นผู้ตัดสินระดับเดียวกับผู้ตัดสินที่ 1 ที่ทำหน้าที่กลางสนาม เนื่องจากจะต้องให้สัญญาณแก่ผู้ตัดสินที่ 1 รับทราบถึงจังหวะปัญหา ทำให้จำนวนผู้ตัดสิน VAR ยังมีไม่เพียงพอ ขณะที่ AAR คือหนึ่งในทีมงานผู้ช่วยผู้ตัดสินเช่นเดียวกับผู้กำกับเส้น

และด้วยเหตุผลนี้เอง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จึงพยายามสนับสนุนผู้ตัดสินหน้าใหม่ที่มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น

“นี่คือสิ่งที่สมาคมฯ ต้องเร่งดำเนินการ ในการอบรมผู้ตัดสิน และพยายามผลักดันผู้ตัดสินล่างๆขึ้นมา ทำหน้าที่ในระดับสูงสุด ซึ่งมันก็ต้องใช้เวลาในการสร้างประสบการณ์" พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กล่าวเสริม

ส่วน กรวีร์ ปริศนานันทกุล รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด กล่าวว่า "สำหรับระบบ VAR และ AAR เราได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ว่าในวันที่ 1 เมษายน เป็นนัดสุดท้ายในการทดลองใช้ ซึ่งได้ข้อสรุปว่าทางสมาคมฯ จะมีนโยบายให้ทุกสโมสร ได้ใช้ในการเล่นเป็นทีมเหย้าสองครั้งหลังจากนี้จนจบฤดูกาล 2018 โดยทางไทยลีกเองก็จะจัดหาผู้ให้บริการเทคโนโลยี VAR มาให้ได้ตามที่ร้องขอ หลังจากในช่วงที่่ผ่านมาได้มีการทำหนังสือสอบถามกับทางสโมสรถึงจำนวนนัดที่จะใช้"

“ซึ่งหากสโมสรใดต้องการมากกว่าสองนัดก็ให้ทำหนังสือมายัง บริษัท ไทยลีก จำกัด โดยในส่วนของค่าใช้จ่าย ทางสมาคมฯก็จะมีการหักจากเงินสนับสนุนงวดสุดท้าย เพื่อให้ทุกสโมสรมีโอกาสใช้อย่างเท่าเทียมกัน"

"เรามีข้อจำกัดหลายเรื่องที่ใช้ไม่ได้ทุกคู่ ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ และ จำนวนผู้ตัดสิน เพราะการใช้ VAR ต้องมีผู้ตัดสินที่่ไปประจำในห้อง VAR ดังนั้นเราก็ต้องวางแผนเพื่อให้ทุกสโมสรได้ใช้อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อยกระดับฟุตบอลอาชีพ ในประเทศไทย"

"ในส่วนของ AAR ทางสโมสรสามารถแสดงความจำนงเพื่อให้ทางสมาคมฯพิจารณา และจัดสรรตามที่สโมสรร้องขอมาต่อไป"

ส่วนทางด้านของ พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ กล่าวเสริมว่า "สำหรับ VAR หลังผ่านโตโยต้า ไทยลีก ไปแล้ว 8 สัปดาห์ เราใช้ไปแล้วทั้งหมด 8 คู่ และ AAR 17 คู่ ซึ่งหลังจากนี้ตามนโยบายเราจะหยุดใช้ทั้งสองเทคโนโลยีดังกล่าว และเตรียมปรับเป็นว่าหากสโมสรใด ต้องการจะใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ให้แสดงความต้องการมา ซึ่งตอนนี้มี 29 แมตช์ที่ทำการร้องขอใช้เทคโนโลยี VAR ขณะที่ AAR มีที่ยื่นแสดงเจตจำนงมา 16 แมตช์ด้วยกัน"

"ในส่วนของทางสมาคมฯเองก็มีความสนใจที่จะใช้เทคโนโลยี VAR เพราะทำให้ทุกคนสบายใจมากขึ้น เนื่องจากมีหลักฐานในการตัดสิน และทำให้ผู้ตัดสินมีผู้ช่วยเพิ่มเติม"

"ทางสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า จะมีการประเมินว่าควรนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้หรือไม่หลังจบฟุตบอลโลก ซึ่งหากผ่านการพิจารณา ก็จะมีการระบุลงไปในหนังสือ Laws of the game จะมีการอัพเดตอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนสิงหาคม และทางประเทศไทยก็จะนำมาใช้ในฤดูกาลถัดไป"