บอลทรง(จะเป็น)แชมป์!!

บอลทรง(จะเป็น)แชมป์!!
Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

ได้มีโอกาสรายงานสด ทาง สปอร์ตเรดิโอ เอฟเอ็ม 96 ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็รู้สึกว่าเจอกับเรื่องเดิมๆ ที่เจอมาตลอดทั้งฤดูกาล นั่นก็คือ ชัยชนะของทีม "ปีศาจแดง"

แน่นอนครับ จากชัยชนะดังกล่าว ก็ยิ่งทำให้พวกเขา เข้าใกล้กับการคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 20 เข้าไปทุกขณะ เพราะว่าตอนนี้ นำโด่งเหนือทีมรองจ่าฝูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแล้วถึง 15 คะแนน

ก่อนที่ในวัดถัดมา "เรือใบสีฟ้า" จัดการอัด เชลซี ในช่วงหัวค่ำของคืนวันอาทิตย์ ซึ่งทำให้ความห่างของแต้มยังเท่าเดิมที่ 12 แต้ม
 
ปีนี้ จุดเด่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างที่เราได้เห็นกันก็คือพวกเขาเป็นทีมที่รู้วิธีที่จะเอาชนะ เพราะว่าจากชัยชนะในหลายๆ เกมของพวกเขาในฤดูกาลนี้ ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้คุมเกมเหนือวาคู่แข่งแบบชัดเจน แต่ว่ามีโอกาสแล้วพวกเขาไม่พลาด
 
อย่างล่าสุดในเกมกับ คิวพีอาร์ พวกเขาก็ไม่ได้เล่นดีกว่ามากนัก ดูจะเป็นเจ้าถิ่นที่มีความมุ่งมั่น เพื่อทำแต้มหนีตายจะาหาทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ แต่ทุกอย่างก็จบ ด้วยลูกยิงสูดงามของ ราฟาเอล ดา ซิลวา ที่เป็นแบ็กขวา ซึ่งมันช่างมาในเวลาที่ประจวบเหมาะเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่สุดท้ายจะเอาชนะไปได้ 2-0 เมื่อ ไรอัน กิ๊กส์ มาบวกเพิ่มอีกประตู


 
ถ้าหากว่าเราไปดูรายชื่อของทีม "ปีศาจแดง" ในฤดูกาลนี้ อาจจะดูเป็นรองทีมมหาเศรษฐี อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า และเชลซี ที่จัดหนักในช่วงตลาดนักเตะที่ผ่านมา ด้วยการคว้าสตาร์ดังค่าตัวแพงเข้ามามากมาย แต่ว่า กลับกลายเป็นพวกเขากำลังจะคว้าแชมป์ ด้วยแต้มที่อาจจะห่างที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกอีกด้วย
 
เครดิตทั้งหมด นั้นต้องยกให้กับ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือของทีม "ปีศาจแดง" ที่ทำให้สโมสร ยังคงวนเวียนกับการลุ้นแชมป์ในทุกๆ ปี ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพไหน อย่างปีที่แล้วหลังจากที่พลาดแชมป์ลีก ให้กับ แมนฯ ซิตี้ ในวินาทีสุดท้าย พวกเขาก็กลับมาได้อย่างสุดยอดในปีนี้
 
ตลอดพงศาวดารของ พรีเมียร์ลีก มีเพียงแค่ ครั้งเดียว ที่ แมนฯ ยูฯ เสียแชมป์แล้ว ไม่สามารถทวงแชมป์ได้ทันควัน ก็คือ ช่วงอาร์เซน่อล ยุคไรพ่าย กับ ช่วงเชลซี ยุคโชเซ่ มูรินโญ่ ครองเมือง

โดยตอนนั้น "ปีศาจแดง" ต้องใช้เวลา 3 ปี ในการฟูมฟัก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เจ้าหนุ่มจอมสับจากโปรตุเกส และเวย์น รูนี่ย์ ที่เพิ่งดึงมาจาก เอฟเวอร์ตัน และผลมันก็คือคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
 
หลังจากนั้น พวกเขาก็ต่อยอดความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ลีก 3 สมัยซ้อน รวมไปถึงการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2008 ด้วยการเอาชนะ เชลซี ในการดวลลูกโทษอีกด้วย
 
มาในปีนี้ เฟอร์กี้ เสริมแค่จุดที่จำเป็น และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการได้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ มาจาก อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัว 24 ล้านปอนด์ ซึ่ง การได้ตัว อาร์วีพี มานี่ล่ะ เป็นกุญแจสำคัญ ให้ทีม "ปีศาจแดง" กำลังมีลุ้น 3 แชมป์อยู่ในฤดูกาลนี้


 
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ แมนฯ ยูฯ เหนือกว่าทีมอื่นๆ ในซีซั่นนี้คือ ไม่ว่าพวกเขาจะเล่นฟอร์มไหนพวกเขาก็สามารถเป็นฝ่ายชนะคู่แข่งได้เสมอ ต่อให้เล่นแย่ขนาดไหนก็ตาม
 
ปัจจัยสำคัญอีกอย่างก็คือ การบอกลาทีมชาติอังกฤษของ ริโอ เฟอร์ดินานด์ และหันมาทุ่มเทการเล่นให้กับทีม "ปีศาจแดง" อย่างเต็มที่ ทำให้ต้นสังกัดได้ประโยชน์เต็มๆ เพราะว่า นับตั้งแต่ หันหลังให้ทีม "สิงโตคำราม" ริโอ ไม่ใช่ดาวเตะจอมเจ็บอีกต่อไป
 
การกลับมาสมบูรณ์แข็งแรงของ ริโอ นั้นมีส่วนช่วย ยูไนเต็ด ได้มากเลยทีเดียว โดยเฉพาะในเกมสำคัญๆ ที่ประสบการณ์ของเขา เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และดูแล้ว ตอนนี้ เชื่อเหลือเกินว่า ริโอ จะยังคงเป็นเสาหลักของทีมไปอีกหลายปีอย่างแน่นอน
 
ส่วนคนที่ สมควรได้รับการยกย่องมากที่สุดก็คือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เขาสามารถทำทีมที่ ชื่อชั้นนักเตะอาจจะไม่ดีที่สุด แต่เขาทำให้ทีมของเขาเป็นทีมที่เก่งที่สุดของเมืองผู้ดี ในตอนนี้ เป็นทีมที่พร้อมจะเอาชนะคู่แข่งได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน
 
และยังคงเป็นคนสร้าง "บอลทรงแชมป์" ให้กับทีมของเขาอีกต่างหาก


 
"The Nut"