เก็บตกหลังเกม! "ราชัน" บุกย้ำแค้น "เปแอสเช" ลิ่ว 8 ทีม UCL

เก็บตกหลังเกม! "ราชัน" บุกย้ำแค้น "เปแอสเช" ลิ่ว 8 ทีม UCL
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด แชมป์เก่าจากสเปน สามารถตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ หลังเป็นฝ่ายบุกไปย้ำชัยเหนือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่แห่งฝรั่งเศส 2-1 ทำให้รวมผลสองนัด ผ่านเข้ารอบด้วยประตูรวม 5-2 เราลองไปดู 5 เรื่องน่ารู้ของเกมคู่นี้กัน

5. ติอาโก้ มอตต้า สร้างสมดุลในแดนกลางให้ เปแอสเชPIERRE-PHILIPPE MARCOU/GettyImages
เกมในครึ่งแรกของเจ้าบ้านดูดีกว่าในนัดที่แล้วที่ ซานติเอโก้ เบอร์นาเบว อยู่มากเมื่อมี ติอาโก้ มอตต้า บัญชาเกมที่กลางสนามแทนที่แข้งดาวรุ่งในนัดที่แล้วอย่าง โล เซลโซ

แม้จะไม่มีจังหวะหวือหวาให้เห็นจากการยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ แต่ในทางเดียวกันเจ้าตัวก็ไม่ได้แสดงความผิดพลาดให้เห็นเช่นกัน ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนตัวออกในครึ่งหลังเมื่อทึมตกอยู่ในสถานการณ์ต้องการประตูอย่างยิ่งยวด

4. ความไว้ใจแข้งอายุน้อยของ ซีดานPIERRE-PHILIPPE MARCOU/GettyImages
นายใหญ่ ราชันชุดขาว เลือกดร็อปผู้เล่นตัวเก๋าอย่าง ลูกา โมดริช, โทนี โครส และ แกเร็ธ เบล ไว้บนม้านั่งสำรอง หันไปส่ง ลูคัส, มาร์โก อเซนซิโอ และ มาเตโอ โควาซิช ลงเล่นเป็นตัวจริง

ซึ่งพวกเขาก็ตอบแทนความไว้วางใจของ ซ๊ดาน ได้อย่างดีเยี่ยมเมื่อสามารถรับมือสตาร์พันล้านของเจ้าบ้านได้เป็นอย่างดี

3. คีย์แมนของ เปแอสเช เมื่อไร้ เนย์มาร์GEOFFROY VAN DER HASSELT/GettyImages
เนย์มาร์ มีบทบาทค่อนข้างมากในเกมเลกแรกที่ ซานติเอโก้ เบอร์นาเบว แต่การบาดเจ็บทำให้เขาไม่สามารถลงเล่นฝนเกมนี้ได้ โดยเป็น อังเคล ดิ มาเรีย กับ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่รับบทหนักในการทำเกมรุกให้กับทีม

บอลมักไปขึ้นที่ริมเส้นฝั่งใดฝั่งหนึ่ง โดยมีหนึ่งในสองคนนั้นยืนติดริมเส้นขณะที่อีกคนจะพยายามเคลื่อนที่เข้ามาบริเวณกลางสนามเพื่อเปิดทางให้แบ็คอย่าง อัลเวส หรือ แบร์ชิช เติมเกมขึ้นมา

ซึ่งทั้ง ดิ มาเรีย กับ เอ็มบัปเป้ ก็สามารถทำได้ดีในช่วงครึ่งแรก มีจังหวะได้บอลที่เขตอันตรายของทีมเยือน รวมทั้งได้เปิดป้อนจากริมเส้นหลายครั้งเพียงแต่บอลไม่เข้าเป้า กระทั่งมาเจอจุดเปลี่ยนจากประตูของ คริสเตียโน โรนัลโด้ และ ใบแดงของ มาร์โก แวร์รัตติ ที่ทำให้พวกเขาช็อตไปในที่สุด

2. อเซนซิโอ ไต่ระดับขึ้นไปได้เรื่อยๆCHRISTOPHE SIMON/GettyImages
ในช่วงที่แรงม้าของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ถูกจำกัดด้วยอายุที่มากขึ้น แกเร็ธ เบล วุ่นอยู่กับการจัดแต่งทรงผมของเขาบนม้านั่งสำรอง เป็น อเซนซิโอ้ คนนี้ที่ยกระดับการเล่นของตนเองขึ้นมาได้อยู่เรื่อยๆ

เขาเป็นจุดเริ่มต้นจังหวะได้ประตูของ เรอัล มาดริด โดยเป็นคนที่ตัดบอลจาก อัลเวส ได้ที่กลางสนามก่อนจะพาบอลมายังแดนหน้าและส่งต่อให้กับ ลูคัส เปิดให้ โรนัลโด้ โหม่งพังประตูตามลำดับ

1. เอ็มบัปเป้ ยังคงเป็นเพียงนักเตะวัย 19 ปีTHOMAS SAMSON/GettyImages
ไม่ปฎิเสธถึงทักษะ ฝีเท้าอันยอดเยี่ยมของดาวเตะวัย 19 ปีรายนี้ เขามีโอกาสที่จะมีชื่อบนพาดหัวข่าววันนี้ทว่าก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จ หนึ่งในการตัดสินใจที่เราคิดว่าเขาทำพลาดไปคือจังหวะหลุดขึ้นมาบริเวณกรอบเขตโทษด้านขวา มี คาวานี ยืนรอเข้าฮอสอยู่กลางประตู แต่เขาเลือกจบสกอร์ด้วยตนเองซึ่งก็ไปติดเซฟของ นาบาส ทั้งที่การผ่านให้หัวหอก อุรุกวัย น่าจะมีโอกาสมากกว่า

จังหวะดังกล่าวสะท้อนเกมนี้ทั้งเกมของเขา เอ็มบัปเป้ ยังต้องใช้เวลาเพื่อพัฒนาการตัดสินใจในจังหวะทีเด็ดทีขาดให้ดียิ่งกว่านี้ ไม่อย่างนั้นแล้วเขาจะไม่สามารถพาทีมคว้าความสำเร็จใดๆ ได้เลย