ไปให้ถึงฝัน! ท็อป "9 นักเตะ" ที่ก้าวข้ามอุปสรรคจนชื่อก้องโลก

ไปให้ถึงฝัน! ท็อป "9 นักเตะ" ที่ก้าวข้ามอุปสรรคจนชื่อก้องโลก
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

กว่าที่คนคนหนึ่งจะกลายมาเป็นนักฟุตอาชีพไม่ว่าจะในระดับใดก็แล้วแต่ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งการฝึกปรือฝีเท้าให้เป็นที่ยอมรับได้นั้นต้องผ่านอะไรมากมาย โดยเฉพาะอย่างเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาที่ฉุดรั้งในการก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของเส้นทางลูกหนัง

นักเตะ 9 คนนี้รู้ซึ้งถึงความยากลำบากดังกล่าวดี และพวกเขาก็สามารถก้าวข้ามมันไปได้จนขึ้นมาอยู่บนยอดของพีระมิดในการค้าแข้งของพวกเขา

 อเล็กซิส ซานเชซ

AlexisImage by Tomorn
การทำงานหนัก ทุ่มเท และความทะเยอทะยานของเขาช่วยให้ อเล็กซิส ซานเชซ หลบพ้นแหล่งเสื่อมโทรมในเมือง โตโกพิยาร์ ทางตอนเหนือของประเทศ ชิลี ได้สำเร็จ เขามักเล่นฟุตบอลด้วยเท้าเปล่าบนท้องถนนเมื่อในอดีตกับความเชื่อที่ว่าสามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะระดับท็อปของโลกได้

ซานเชซ แทบจะไม่รู้จักพ่อของตัวเอง ขณะที่แม่ของเขาประกอบอาชีพ 2 อย่างในเวลาเดียวกันทั้งเป็นพนักงานทำความสะอาดและแม่ค้าขายปลาเพื่อเลี้ยงดูลูกของเธอ โดยเมื่อครั้งที่ดาวเตะรายนี้ยังเยาว์เขามักรับจ้างล้างรถอยู่บริเวณสุสานท้องถิ่นเพื่อนำเงินที่ได้มาช่วยเหลือครอบครัว

แม้กระทั่งเขาได้รับสัญญาอาชีพเมื่ออายุ 16 ปี ตามด้วยการย้ายไป อูดิเนเซ, บาร์เซโลนา, อาร์เซนอล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเวลาต่อมา เขาก็ไม่เคยลืมรากเหง้าของตนเองโดยได้ช่วยเหลือเด็กๆ ใน โตโกพิยาร์ ด้วยการมอบรองเท้าสตั๊ดและลูกฟุตบอลให้กับพวกเขาเป็นประจำ รวมทั้งสร้างสนามฟุตบอลสำหรับเด็กๆ ที่นั่นอีกด้วย

ซาดิโอ มาเน

ManeImage by Tomorn
ซาดิโอ มาเน เคยใช้ชีวิตอยู่ในแหล่งเสื่อมโทรมที่ประเทศ เซเนกัล โดยพักอาศัยในบ้านที่มีคนอยู่ถึง 9 ชีวิต ซึ่งในตอนนั้นไม่มีใครคาดคิดว่าเจ้าหนู ซาดิโอ ที่เต็มไปด้วยความฝันจะสามารถกลายมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้สำเร็จ

ด้วยความอยากหวดลูกหนัง มาเน ขอเงินจากเพื่อนของครอบครัวเขาเพื่อให้สามารถเดินทางออกจากเมืองหลวงอย่าง ดาการ์ เพื่อไปตามหาความฝันได้ เขาใช้เวลาที่ครอบครัวไม่สามารถติดต่อได้ราว 10 วันกระทั่งได้รับข่าวคราวจากคำบอกเล่าของเพื่อนของครอบครัวเขา

มาเน กลับสู่บ้านของเขาหลังจากนั้นและครอบครัวของเขาก็อนุญาตให้เจ้าตัวเดินทางในเส้นทางอาชีพค้าแข้งเมื่อสำเร็จการศึกษา และในตอนนี้เขาก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดของทวีป แอฟริกา

เดวิด เบคแฮม

BeckhamImage by Tomorn
ผู้ป่วยเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive Compulsive Disorder) มักถูกล้อเลียนและต้องพบกับความเจ็บปวดจากการถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด ในแง่เลวร้ายที่สุดคือมันสามารถทำลายจิตใจของผู้ป่วยให้พังทลายลงได้อย่างง่านดาย

อดีตกัปตันทีมชาติ อังกฤษ เคยเผยว่าเขาต้องเผชิญกับอาการป่วยดังกล่าวเป็นเวลาหลายปีหลังจากฟุตบอลโลก 2006 จบลง เขาปิดบังมันเอาไว้และไม่เปิดเผยต่อเพื่อนร่วมทีม เรอัล มาดริด ในเวลานั้น แต่เพื่อนร่วมทีมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะหยอกล้อกับเขาด้วยความระมัดระวังเสมอ

เบคแฮม สามารถรับมือกับอาการดังกล่าวได้เป็นอย่างดีและมีเส้นทางการค้าแข้งอันยอดเยี่ยมตลอดมา

คาร์ลอส เตเบซ
TevezImage by Tomorn
เตเบซ ถูกรับเลี้ยงดูโดยป้าและลุงของเขา ดาวเตะ อาร์เจนตินา เติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งในย่าน ฟูเอร์เต้ อปาเช ใน บัวโนส ไอเรส ซึ่งเต็มไปด้วยความรุนแรงและอาชญากรรม

เขาเคยต้องเขารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลา 2 เดือนเมื่อครั้งยังเด็กหลังจากถูกน้ำร้อนลวกและเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เขามีรอยแผลเป็นที่คอกับหน้าอกจนถึงปัจจุบัน

นับตั้งแต่ที่เขาเล่นฟุตบอลอาชีพ เตเบซ ได้ค้าแข้งใน 5 ประเทศ, 3 ทวีป คว้าเหรียญรางวัลระดับนานาชาติมาครองได้รวมทั้ง แชมเปี้ยนส์ลีก และ โคปา ลิเบอร์ตาโดเรส

วิคเตอร์ โมเสส
MosesImage by Tomorn
ดาวเตะที่ตอนนี้เคยคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก และ ยูโรป้าลีก กับ เชลซี รวมทั้ง แอฟริกาคัพออฟเนชันส์ กับทีมชาติ ไนจีเรีย ชีวิตของ วิคเตอร์ โมเสส เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือในตอนที่เขาอายุได้ 11 ปีหลังจากที่พ่อแม่ของเขาถูกฆาตกรรมและเด็กชาย โมเสส เดินทางมายังอังกฤษในฐานะเด็กกำพร้าที่ต้องการสถานบำบัดอาการบอบช้ำทางจิตใจ

เขาทิ้งความทุกข์โศกจากเหตุการณ์ในวัยเยาว์ไว้เบื้องหลังก่อนจะเริ่มต้นเตะฟุตบอลในโรงเรียนทางตะวันออกเฉียงใต้ของ ลอนดอน กระทั่งฝีเท้าไปเตะตา คริสตัล พาเลซ และได้รับการจับตาในระดับชาติด้วยวัยเพียง 14 ปีหลังจากซัลโว 50 ประตูใน 1 ฤดูกาล

โมเสส ก้าวขึ้นมาเป็นแข้งของ วีแกน เมื่อปี 2010 ก่อนจะย้ายมาร่วมทีม เชลซี ในเวลาต่อมา และกลายเป็นกำลังหลักของ สิงห์บลู ภายใต้การคุมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้

โรนัลดินโญ่
RonaldinhoImage by Tomorn
เด็กชาย โรนัลดินโญ เคยใช้ชีวิตช่วงหนึ่งในวัยเด็กในแหล่งเสื่อมโทรมที่เมือง ปอร์โต้ อัลเลเกร ทางตอนใต้ของ บราซิล ก่อนที่จะย้ายไปในที่ที่มีคุณภาพชีวิตดีกว่าเมื่อพี่ชายของเขาเซ็นสัญญากับ เกรมิโอ

เขาต้องพบกับความเศร้าสลดใจในครอบครัวเมื่อพ่อของ โรนัลดินโญ เสียชีวิตจากอาการหัวใจวายเฉียบพลันที่สระว่ายน้ำในขณะที่เจ้าของแชมป์โลก 2002 มีอายุได้เพียง 8 ขวบ แต่ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ไต่ระดับทีมเยาวชนของ เกรมิโอ ขึ้นมาได้ก่อนจะได้ไป ปารีส แซ็งต์ แชร์กแมง และ บาร์เซโลนา ตามลำดับ

เป็นที่ถิ่น คัมป์นู นี่เองที่ดาวเตะแซมบ้ารายนี้จารึกชื่อของตัวเองเป็นหนึ่งในตำนานลูกหนังระดับโลก

กาก้า

KakaImage by Tomorn
กาก้า สามารถคว้าแชมป์โลก, แชมเปี้ยนส์ลีก และ บัลลงดอร์ มาครองได้สำเร็จในเส้นทางอาชีพที่สวยหรูของเขา แต่ทั้งหมดนั่นจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยหากเขาไม่พบกับปาฎิหาริย์หายจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเจ้าตัวในวัย 18 ปีเมื่อเดือนกันยายน 2000

จากนั้นดาวเตะชาว บราซิล ประกาศศักดาฝีเท้าของเขากับสโมสรในวัยเด็กอย่าง เซา เปาโล และต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังที่อาจทำให้เขาไม่สามารถเดินได้อีกตลอดชีวิต เขาได้สรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าที่ได้ทำให้เขาหายจากอาการบาดเจ็บดังกล่าวมาได้และสามารถมีเส้นทางค้าแข้งที่สวยงาม หลังจากนั้นอีกไม่เกิน 2 ปีเขาก็สามารถชูถ้วยแชมป์โลกกับทีมชาติ บราซิล ได้สำเร็จ

กาก้า เป็นนักเตะรายสุดท้ายที่นอกเหนือจาก ลิโอเนล เมสซี และ คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่สามารถคว้า บัลลงดอร์ มาครองได้สำเร็จ

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

RonaldoImage by Tomorn
คริสเตียโน โรนัลโด้ เติบโตขึ้นมาจากเกาะ มาไดรา ในส่วนหนึ่งของ โปรตุเกส และต้องจากบ้านเกิดออกมาผจญสีสันของเมือง ลิสบอน ด้วยวัยเพียง 12 ปี เพื่อที่จะตามรอยความฝันบนเส้นทางลูกหนังของเขา

เวลานั้นหลายๆ อย่างดูไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่นักสำหรับซูเปอร์สตาร์ในอนาคตอย่าง โรนัลโด้ เขาเคยถูกพักการเรียนจากเหตุการณ์ทุ่มเก้าอี้ใส่อาจารย์ที่โรงเรียนจากเหตุผลที่ว่าอาจารย์คนดังกล่าวพูดจาให้ร้ายเจ้าตัว โรนัลโด้ ยังเคยถูกวินิจฉัยว่ามีความเสี่ยงจะมีอาการหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติและต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อให้เขาสามารถเล่นฟุตบอลต่อไปได้ก่อนที่มันจะแสดงอาการออกมา

และเขาก็ได้เซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวัยเพียง 18 ปี กระทั่งกลายเป็นหนึ่งในขุนพล เรอัล มาดริด ในปัจจุบัน

ลิโอเนล เมสซี่

MessiImage by Tomorn
เป็นเด็กที่มีรูปร่างเล็กกว่าปกติมาโดยตลอด โดย เมสซี ได้รับการวินิจฉัยว่ามีปัญหากับ โกรวธฮอร์โมน เมื่ออายุได้ 10 ขวบซึ่งต้องเข้ารับการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงเกินกว่าประกันสุขภาพจากครอบครัวของเขาจะจ่ายได้ ต้นสังกัดของเขาในตอนนั้นอย่าง นีเวลล์ส โอลด บอยส์ ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลค่าใช้จ่ายอาการป่วยของเจ้าตัวเพียงเพื่อให้เขากลายเป็นเด็กที่มีสุขภาพดี

ยักษ์ใหญ่แห่ง บัวโนส ไอเรส อย่าง ริเวอร์เพลท ต้องการตัวเขาในเวลาต่อมาแต่พวกเขาก็ไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายในการรักษาได้ ก่อนที่เขาเลือกทางเดินที่ดีที่สุดโดยการทดสอบฝีเท้ากับ บาร์เซโลนา แม้ว่ายากที่จะเชื่อว่าเขาจะประสบความสำเร็จที่ คัมป์นู แต่บอร์ดบริหารก็คว้าตัว เมสซี มาร่วมทีมในวัย 13 ปี

ทัพอาซูลกรานา มอบสัญญาฉบับแรกให้กับ เมสซี ผ่านกระดาษทิชชูเช็ดปากพร้อมกับการย้ายถิ่นฐานของครอบครัวของเขาสู่แผ่นดินสเปน และเวลาต่อมาทุกอย่างก็กลายเป็นตำนาน