อุ่นไอ(รัก)จากโดฮา

อุ่นไอ(รัก)จากโดฮา
Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล: หลังเสียงนกหวีดแรกของ มาร์ค แคล็ทเท่นเบิร์ก เท่านั้นแหละพ่อคุณเอ้ย !! ขุนศึกลูกเจ้าพ่อ "เฟอร์กูสัน" เปิดเกมบุก รุก เร็ว ดั่งสายฟ้าฟาด ใส่อาคันตุกะผู้มาเยือนชนิดที่ไม่ให้ตั้งตัวทัน

ประตูขึ้นนำจากจุดโทษของ ไรอัน กิ๊กส์ แค่นาทีที่ 3 บอกได้ถึงความกระเหี้ยนกระหือรือของพลพรรค "ปีศาจแดง" ที่ต้องการฝัง "เจ้าสัวแห่งลอนดอน" ลงโลงตั้งแต่ต้นเกม

การกลับมาจากสูดไออุ่นสุดแสนบริสุทธิ์ ที่โดฮา ประเทศกาตาร์ ทำให้เห็นถึงวิวัฒนาการแฝงจากแข้งพันธุ์อสูร ราวกับรับพรมาจากผู้เฒ่าเต่า ก่อนที่ "โงกุน" จะปล่อยพลังซูเปอร์ไซย่าออกมาก็บ่ปาน....

ฮ่าๆ เรื่องจริงที่ต้องอิงนิยาย อย่างน้อยเหล่านักฆ่าสายพันธุ์ปีศาจ ก็ทำงานกันอย่างแข็งขัน ดีกว่าเกมลีกที่เพิ่งเสมอกับ สเปอร์ส 1-1 เป็นไหนๆ

จากที่ได้ฟังด้วยหู ดูด้วยตา และสัมผัสที่ใจ เห็นได้ชัดเจนว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี ในเกม เอฟเอ คัพ รอบที่ 4 ที่เห็นและเด่นเป็นบุญตาก็คือ นำแล้วแต่ก็ยังบุก เอาใจแฟนบอลไปเต็มๆ

แต่สำหรับใครที่ไม่ได้ติดตามชมเกม อาจจะยังสงสัย และเกิดคำถามตามมาว่าทำไม แมนฯ ยูฯ ถึงได้จุดโทษตั้งแต่ต้นเกม พร้อมกับมีชื่อของ มาร์ค แคล็ทเท่นเบิร์ก เป็นผู้พิพากษาในสนาม

ถ้ายังจำกันได้ แคล็ทเท่นเบิร์ก กลายเป็นประเด็น "ทอร์ค ออฟ เดอะ ทาวน์" ที่เหล่าสาวก "สิงห์บลูส์" รวมถึงทีมอื่นๆ มองว่ามีส่วนช่วยให้ แมนฯ ยูฯ บุกไปควัก 3 แต้มถึง สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อปลายเดือน ต.ค.ปี่ที่แล้ว

แถมยังพ่วงคดีเหยียดผิว จอห์น โอบี มิเกล รวมทั้งเหยีดเชื้อชาติ ฆวน มาต้า มาเป็นพรวน ถึงขั้นโดน "เอฟเอ" สั่งพักงาน 1 เดือนเต็ม ก่อนที่จะพ้นมลทินในภายหลัง

ชื่อของ "สิงห์เชิ๊ตดำ" วัย 37 ปี ที่ได้รับสมยานามว่าเป็นผู้เล่นคนที่ 13 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด (ต่อจาก ฮาเวิร์ด เว็บบ์) จึงมีส่วนให้เกิดอาการงงงวยเล็กน้อยถึงปานกลาง

ว่าเป่าเอนเอียงและเข้าข้างทีมเจ้าของสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกหรือเปล่า แต่หลักฐานมัดตัวผู้กระทำความผิดชนิดที่ดิ้นยังไงก็ไม่มีหลุด ยืนยันว่า อารอน ฮิวจ์ส จงใจใช้มือปัดบอลชัดเจน

คลายปมไปเรียบร้อย

ขณะที่ขุมกำลังที่ถูกส่งลงสนาม เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ประกาศแล้วว่าถ้วยนี้ยังไงก็ต้องเอา หลังจากที่ร้างตู้โชว์มาตั้งแต่ปี 2004 เลยจัดชุดผสมกึ่งๆ ไปทางชุดเต็ม

โดยเปิดโอกาสให้ ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ "ชิชาริโต้" ลงล่าตาข่ายคู่กับ เวย์น รูนี่ย์


หัวใจในแดนกลางยังเป็นหน้าที่ของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่ฟอร์มสม่ำเสมอกว่าปีผ่านๆ มา ยืนคู่กับ อันแดร์สัน ขนาบข้างด้วย นานี่ และ ไรอัน กิ๊กส์

ฟิล โจนส์ ได้ร่วมฟิตเจอริ่งต่อเนื่องกับ คริส สมอลลิ่ง ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟในเกมบอลถ้วย แล้วก็เข้าขารู้ใจกันเป็นอย่างดี มีส่วนสำคัญให้งานของ ดาบิด เด เคอา ง่ายเสียยิ่งกว่าการดึงกางเกงในออกจากง่ามตุ๊ด

พูดถึง เด เคอา แล้วให้นึกเป็นห่วงไม่ได้ มือกาววัยยิบสอง กลายเป็นของเล่นของสื่อเมืองผู้ดีที่เสี้ยมกันอย่างเมามัน บอกว่าป๋าจะเฉดหัวบ้างล่ะ, ฝีมือไม่ถึงขั้นกับทีมอย่าง แมนฯ ยูฯ บ้างล่ะ หรือ เอดูร์เน่ การ์เซีย แฟนสาว กวักมือหยอยๆ ชวนกลับสเปนบ้างล่ะ

ต่างๆ นานา ก็ว่ากันไป แต่ยังไงเสีย "ป๋า เฟอร์กี้" จะปกป้องลูกคนนี้เอง พร้อมกับสวนกลับทันควัน "คนโง่เท่านั้นที่ด่า เด เคอา" ทำเอาอดีตศิษย์ก้นกุฎิอย่าง แกร์รี่ เนวิลล์ ผู้กลายพันธุ์เป็นนักวิจารณ์ปากตลาดหน้าหงายในบัดดล

แต่ก็อย่างว่าแหละอยู่กับทีมใหญ่มันต้องโดนแบบนี้บ้างล่ะน้องเอ้ย ... ดูอย่าง "เฮียกิ๊กส์" ที่เพิ่งสอยประตูที่ 3 ในบอลถ้วยซี่ซั่นนี้สิ ผ่านร้อน ฝน หนาว มาไม่รู้กี่ฤดู โดนวิจารณ์ฟอร์มการเล่นมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

แต่พี่แกก็ยังรักษามาตรฐานและสภาพร่างกาย จนยืนระยะในเวทีระดับสูงถึงอายุย่างจะ 40 แล้ว

ทัศนคติคือสิ่งสำคัญในการนำพาตัวออกจากเสียงวิจารณ์ ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ใครจะว่าเช่นไรช่างศีรษะเขาประไร

นั่นแหละ เช่นเดียวกัน ทัศนคติที่ดี นำทีมปราบ ฟูแล่ม แบบขาดลอย ถางเส้นทางไปหยิบถ้วยแชมป์ ศึกน็อคเอ้าท์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยมี เร้ดดิ้ง รออยู่ในด่านต่อไปในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

สาวก "เร้ด อาร์มี่" น่าจะยิ้มกริ่มกันไปตามๆ กัน เมื่อเห็นเหล่าแข้ง "ผีแดง" ต่างพากันโชว์ผลงานกันได้ดีแทบทุกราย แม้จะไร้เงา โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ก็ตาม แต่ รูนี่ย์ - ชิชาริโต้ ก็ยังสามารถผลิตสกอร์ตอบแทนความไว้วางใจ เซอร์ อเล็กซ์ ได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะ นานี่ ปีกจอมเลื้อย ที่โชว์สเต็ปลากเลื้อยตามจังหวะเพลง "นา นี่ นา นิ หน่าวว" งัดฟอร์มเด็ดออกมาเอาชนะใจแฟนบอลได้หลายชอต ราวกับว่าเป็นวันสุดท้ายในการลงสนามให้ แมนฯ ยูฯ

แน่นอนว่าการกระชากตัว วิลเฟร็ด ซาฮา มาร่วมทีมในฤดูกาลหน้า มีผลต่อตำแหน่งภายในทีมของ นานี่ แน่นอน เจ้าตัวเลยจัดเต็ม เค้นพลังเท่าที่มีภายในตัวออกมาแสดงได้เป็นอย่างดี แม้ไม่ดีที่สุด แต่ก็เข้าขั้นโอเค

คนที่น่าเป็นห่วงมากกว่าเห็นจะเป็น อันโตนิโอ วาเลนเซีย ที่ได้ลงมาเป็นตัวสำรองในเกมนี้ คงเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองสวมเสื้อเบอร์ 7 เบอร์แห่งตำนาน เลยรู้สึกกดดันขึ้นมา ถึงขั้นฟอร์มเดิมหายเข้ากลีบเมฆไปซะงั้น

ภาวนาล่ะครับว่า เวลาไม่ถึง 20 นาทีในสนามของ วานเลนเซีย อาจจะยังไม่เพียงพอให้เจ้าตัวได้โชว์ฝีเท้าเต็มที่ แม้ว่าหลายๆ คนภายในทีมจะเล่นดีมีสไตล์แทบทุกคน หลังกลับจากซดไออุ่นที่ กาตาร์

อุ่นไอแดดที่โดฮา ช่วยให้แข้ง "ผีแดง" กระชุ่มกระชวย มีชีวิตชีวา เล่นได้น่าชมน่าเชียร์ งั้นว่างเมื่อไหร่ มาสังเคราะห์แสงที่ กรุงเทพมหานคร บ้างก็แล้วกันนะ ที่นี่ ร้อนแทบทั้งปี !!


เรื่องโดย: จ่าตุ๊