หลุยส์ ซัวเรซ!

หลุยส์ ซัวเรซ!
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : เชื่อว่าหัวเรื่องนี่น่าจะอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างได้ครบถ้วนและตรงเป้าที่สุดแล้วนะครับ

หลังจากเก็บตัวเงียบมาได้สักพักหนึ่ง...ซัวเรซ ก็จัดการพาตัวเองขึ้นมาเป็นประเด็นทางสังคมลูกหนังอีกครั้ง! ไม่ว่าเขาจะอยากหรือไม่ก็ตาม

ทันทีที่สวมวิญญาณ ปลื้มจิตร์ ถิ่นขาว บรรจงใช้มือแต่งบอลให้เข้าที่เข้าทาง พร้อมส่งให้ ลิเวอร์พูล เขี่ยทีมรองบ่อนอย่าง แมนส์ฟิลด์ ตกรอบ พร้อมกรุยทางเข้าสู่รอบ 4 ของศึกเอฟเอ คัพ แบบเต็มไปด้วยข้อกังขา...เสียงประนามสาปแช่งจากทั่วทุกสารทิศก็โหมกระหน่ำใส่หัวหอกฟันจอบแบบทันควัน ประหนึ่งบริการหลอกล่อสินเชื่อเงินสด อนุมัติทันใจ อะไรเทือกนั้นเลยทีเดียว

ฟุตบอล

กระแสต่างๆ ผุดขึ้นตามมาในระบบ โซเชี่ยล เน็ตเวิร์ค และโพลสำรวจเว็บไซต์กีฬาจากทั้งไทยและเทศ ชนิดที่เรียกได้ว่าสร้างแรงกระเพื่อมขั้นรุนแรงพอตัวเลยทีเดียว

หลุยส์ ซัวเรซ ถูกตั้งคำถามพร้อมกับถูกตัดสินไปแล้วมากมาย...ซึ่งวันนี้! ผู้เขียน ยอดขวัญ! ผู้ซึ่งเป็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล! ผู้ซึ่งเพลียเต็มทีกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นบนหน้าเฟซบุ๊ค แต่ดันดวงแตก ต้องมาเขียนสกู๊ปในวันจันทร์พอดี ก็เลยไม่มีทางเลือกอะไรทั้งสิ้นนอกจากต้องพูดถึงเหตุการณ์อันสลักสำคัญนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตามประสานักข่าวที่ดี ที่ควรจะตามติดเรื่องราวซึ่งกำลังอยู่ในความสนใจของสังคมส่วนใหญ่

อนึ่ง นี่คือความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ นะครับ จากคนข่าวที่ติดตามรับชมฟุตบอลมาอย่างยาวนาน ซึ่งมันอาจจะเหมือนหรือแตกต่างจากความคิดเห็นของใครอีกหลายๆ คนก็เป็นได้

กับคำถามแรกที่ว่า "คิง หลุยส์" ตั้งใจทำแฮนด์บอลหรือไม่....เชื่อว่าพวกเราทุกคนคงได้บทสรุปเป็นที่ชัดเจนว่า "เขาจงใจเรียกใช้ปฏิบัติการโลกสวยด้วยมือเรา" แบบ 100 เปอร์เซ็นต์อย่างไม่จำเป็นต้องมีข้อสงสัยใดๆ อีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม นั่นคงไม่สำคัญเท่ากับคำถามต่อมา....ว่าเขาสมควรจะโดนกระบวนการทางสังคมลงดาบรุมจวกกระทืบซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้จริงๆ หรือเปล่า

 กีฬาฟุตบอล ถ้าไม่นับผู้รักษาประตู มันก็เป็นเรื่องของการใช้ขาล้วนๆ นะครับ การจงใจใช้มือของ ซัวเรซ ถือเป็นเจตนาที่ไม่ดีแน่นอน เขาทำผิดกฎไปเต็มๆ แต่ในเมื่อ อังเดร มาร์ริเนอร์ ผู้ตัดสินในเกมวันนั้น ดันเดินตามรอยเท้ากรรมการชั้นดีของอังกฤษ แต่สุดแสนจะห่วยในสายตาชาวโลก...กลับมองไม่เห็น ซัวเรซ ใช้มือซะอย่างนั้น...กฎมันก็ระบุไว้ชัดเจนเช่นเดียวกันว่าคำชี้ขาดของสิงห์เชิ้ตดำในสนาม ถือเป็นสิทธิ์ขาดที่เหนือกว่าทุกๆ คน

นั่นแปลว่าผู้ตัดสินก็ทำผิดพลาดด้วยเช่นกัน!

กลับมาที่เรื่องของ ซัวเรซ นะครับ...เวลาเราพูดถึงนักเตะคนนี้ พวกเราส่วนใหญ่จะนึกถึงอะไร ??? แฟนลิเวอร์พูล อาจบอกว่าเขาคือเทพเจ้าคนใหม่แห่งถิ่นแอนฟิลด์, เขาเป็นนักเตะในระดับพรสวรรค์ที่เก่งกาจ, เขาสะสมลูกตุกติกเอาไว้บาน แต่สำหรับแฟนบอลกานา ซัวเรซ อาจมีความหมายเพียงแค่อย่างเดียวก็คือ "บุคคลที่น่ารังเกียจมากที่สุดของประเทศ" โทษฐานที่ไปจงใจใช้มือปัดบอล จนทำให้ทัพ "ดาวดำ" ต้องร่วงตกรอบศึกเวิลด์คัพ 2010

สำหรับอีกหลายๆ คน ซัวเรซ คือมนุษย์เต่าล้านปีที่เหยียดผิว ปาทริซ เอวร่า และสถาปนาตัวเองเป็นจอมพุ่งล้มตลบตะแลงอันดับ 1 ของวงการลูกหนังโลก ณ เวลานี้

อันที่จริงแล้ว เราเคยได้เห็นการแฮนด์บอลมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วนนะครับ แต่ถ้าหากคุณจะถามว่าทำไม ซัวเรซ ถึงได้รับเสียงตอบรับที่ต่างออกไป...ผมก็คงบอกว่าบางทีมันคงเป็นเพราะสิ่งที่เขาเคยพัวพันในช่วง 2 ย่อหน้าข้างบนเนี่ยแหล่ะ

ที่ผ่านมาเราเคยเรียกจังหวะการทำประตูด้วยมือแบบจงใจของ ลิโอเนล เมสซี่ ว่าคือช็อตของอัจฉริยะ, เรายกฐานะ ดีเอโก้ มาราโดน่า เป็นพระเจ้า และเรียกขานการกระโดดขึ้นชกบอลเข้าประตูของเขาที่พา อาร์เจนตินา คว้าแชมป์โลก ว่าคือ แฮนด์ ออฟ ก๊อด! เราทุกคนยกเว้นชาวไอริช ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายกับการที่ เธียร์รี่ อองรี จงใจใช้มือของตัวเองพา ฝรั่งเศส ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายของ เวิลด์คัพ เวอร์ชั่นกาฬทวีป ถึงแม้มันจะเป็นการส่ง ไอร์แลนด์ ร่วงตกรอบไปแบบดราม่าสุดๆ ก็ตามที

ทั้งนี้ทั้งนั้น...อองรี เคยให้สัมภาษณ์หลังจากที่กระทำการดังกล่าวเอาไว้สั้นๆ ว่า "ใช่ ผมทำแฮนด์บอลจริง! แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะผู้ตัดสินไม่ได้เป่าหยุดเกม..."

สำหรับผู้เขียนแล้ว การแฮนด์บอลเป็นสิ่งผิดกฎนะครับ...แต่มันก็ไม่ใช่อะไรที่เลวร้ายขนาดนั้นเช่นกัน คนอย่าง อองรี หรือ "เสือเตี้ย" มีเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที ที่จะตัดสินโชคชะตาของทีมตัวเองว่าจะเป็นอย่างไรในอนาคต มันไม่สำคัญหรอกว่าเดิมพันแต่ละครั้งจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน หรือคู่แข่งของพวกเขาจะเป็นถึง สเปน หรือแค่ แมนส์ฟิลด์....เพราะสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือทุกคนต่างก็มีเวลาเพียงน้อยนิดเพื่อที่จะตัดสินใจการกระทำของตัวเอง

ถามว่าถ้าคุณเป็น ซัวเรซ คุณจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการหยุดเล่นทันที แล้วเดินกลับมาบอกผู้ตัดสินด้วยตัวเองว่า "จารย์คับ ผมทำแฮนด์บอลครับ ไม่ต้องให้ประตูนี้นะครับ และกรุณาแจกใบแดงให้ผมด้วยครับ" แบบนี้หรือเปล่า?


มิโลสลาฟ โคลเซ่ หรือ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อาจเป็นข้อยกเว้น...แต่ผมว่าคนส่วนใหญ่น่าจะเล่นไปตามเกมของตัวเองมากกว่า และผมเชื่อนะครับว่าตลอดอาชีพของนักฟุตบอลผู้ประเสริฐทั้ง 2 ท่านนี้ พวกเขาต่างก็เคยทำเรื่องเลวร้ายมาไม่น้อยเหมือนกัน

เฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ ที่คงมองเพียงด้านเดียวไม่ได้ สิ่งที่ ซัวเรซ ทำจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เราคงต้องยอมรับว่ามันยังเอนเอียงไปในทิศทางลบอยู่ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมคงจะไม่ขอนับคดีแฮนด์บอลล่าสุด เป็น 1 ในเรื่องอัปยศของชีวิตเขาอย่างแน่นอน

เรื่องโดย "ยอดขวัญ"