เมื่อ "เพชร" กลายเป็น "พลุ"

เมื่อ "เพชร" กลายเป็น "พลุ"
Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อเล็กซานเดร ปาโต้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวบราซิล กำลังจะย้ายไปค้าแข้งให้กับ โครินเธียนส์ ทีมดังในบ้านเกิด เจ้าของแชมป์สโมสรโลก รายล่าสุด

มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก ถ้าหากว่า เป็นวัยของนักเตะไม้ใกล้ฝั่ง แต่นี่ การผจญภัยของ ปาโต้ ในแผ่นดินยุโรป กำลังจะยุติลงอย่างรวดเร็ว โดยตอนนี้เขามีอายุเพียงแค่ 23 ปี เท่านั้น แต่กลับต้องระเห็จกลับไปเรียกความมั่นใจที่บ้านเกิดเมืองนอน

มิลาน เคยทุ่มเงินมหาศาล คว้าตัวปาโต้ มาเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ในฐานะวอนเดอร์คิดของโลกลูกหนัง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เพชรเม็ดงามอย่างปาโต้ กลับโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นพลุ ที่โด่งมาวูบเดียวและก็ดับลงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จากที่เคยเป็นว่าที่ตำนานของ มิลาน รวมทั้งควงกับ บาร์บาร่า แบร์ลุสโคนี่ ลูกสาวของ ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ ประธานสโมสรของทีม "ปีศาจแดงดำ" ที่เคยเป็นถึง นายกรัฐมนตรีของประเทศอิตาลีด้วยซ้ำ แต่สถานะทุกอย่างของปาโต้ นั้นเปลี่ยนไปหมดสิ้นภายในเวลาช่วงข้ามปี

ปัญหาอาการบาดเจ็บของ ปาโต้ นับวันจะยิ่งร้ายแรงขึ้นไปทุกขณะ โดยนับตั้งแต่ปี 2009 ไม่เคยมีปีไหน ที่เขาลงสนามในลีกเกินกว่า 25 นัด แถมสองปีที่ผ่านมายิ่งแล้วใหญ่ เล่นรวมกันแค่ 15 นัด โดยปีนี้ได้ลงสนามแค่ 4 และยังยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียวในศึกกัลโช่

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ปารีส แซงต์แชร์กแมงต์ ที่อภิอัครมหาเศรษฐีแห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส นั้นพร้อมทุ่มเงินมหาศาลดึงตัวดาวเตะรายนี้ไปร่วมทัพ แต่มิลานก็กลั้นใจรั้งตัว "เดอะ ดั๊ก" เอาไว้ เพราะเป็นที่รู้กันว่า ถ้าหากเขาไม่เจ็บ เขาก็คือหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในศึกกัลโช่ เซเรีย อา เช่นเดียวกัน

แต่ในปีนี้ มันมีปัจจัยหลายๆ อย่าง ที่ทำให้ มิลาน ตัดสินใจยอมปล่อย ปาโต้ ออกไปจากทีม อย่างแรกเลยก็คือการขึ้นมาของ เจ้า "ฟาโรห์น้อย" สเตฟาน เอล ชาราวี่ ที่โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงเกินห้ามใจนำเป็นดาวซัลโวของศึกกัลโช่ เซเรีย อา อยู่ในตอนนี้ เรียกได้ว่าแทนที่ของปาโต้ ได้อย่างสบายๆ

อย่างที่สอง ซึ่งอันนี้สำคัญมากๆ คือ เมื่อปาโต้ หายเจ็บกลับมาลงสนามแล้ว เขาไม่ใช่ "เดอะ ดั๊ก" ที่ปราดเปรียวคนเดิม สปีด ความเฉียบขาดที่เคยมีล้วนหายไปหมด กลายเป็นตัวถ่วงในแนวรุกของเพื่อนร่วมทีมไปซะอย่างนั้น ถึงขนาดที่ ประธานที่รักเขามากอย่าง แบร์ลุสโคนี่ ยังยอมรับเลยว่า ปาโต้ กลายเป็นปัญหาของทีมไปซะแล้ว

ที่สำคัญ พอเล่นไปไม่นานก็ดันมาเจ็บเพิ่มอีก แถมเจ็บแต่ละที ก็ยาวเป็นเดือน ทำให้ มิลาน มองว่า ต่อให้ปาโต้เก่งขนาดไหนแต่มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าไม่ได้ใช้งาน รวมทั้งในตอนนี้ทีมก็มีปัญหาทางการเงินพอสมควรด้วย ซึ่งบางทีการปล่อยตัวปาโต้ออกไปคือสิ่งที่ดีที่สุดก็เป็นได้

แม้หลายคนมองว่า ปาโต้ จะล้มเหลวกับการมาค้าแข้งในยุโรป แต่ถ้ามองอีกทางก็อาจจะเป็นเหมือนการกลับไป เตรียมความพร้อมที่บ้านเกิด เพื่อจะกลับมาใหม่ให้ไฉไลกว่าเก่าก็เป็นได้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากเต็มที

ซี่งนั่นคือสิ่งที่ "เดอะ ดั๊ก" ต้องพิสูจน์ว่าเขาจะเป็นเพชรแท้ของวงการลูกหนัง อย่างที่ถูกกล่าวขานเมื่อสมัยเป็นวอนเดอร์คิด หรือจะกลายเป็นพลุทีมอดดับลงในเวลาอันสั้น เพราะไม่ใช่ของจริงแบบที่เราเห็นกันดาษดื่น

เรื่องโดย "The Nut"