เลกสองว่ากันใหม่! "โคนม" เจ๊า "ยักษ์เขียว" ไร้สกอร์ 0-0

เลกสองว่ากันใหม่! "โคนม" เจ๊า "ยักษ์เขียว" ไร้สกอร์ 0-0
Rakball

สนับสนุนเนื้อหา

การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก รอบเพลย์ออฟ โซนยุโรป นัดแรก คู่ระหว่าง เดนมาร์ก รองแชมป์กลุ่ม E เปิดสนาม ปาร์คเก้น ต้อนรับการมาเยือนของ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ รองแชมป์กลุ่ม D

เจ้าถิ่นฟอร์มดีไม่แพ้ใคร 5 นัดหลังสุด เกมนี้ เอจ แฮรีด กุนซือวางหมากมาในระบบ 4-3-3 ประกอบไปด้วยดาวเด่นอย่าง แคสเปอร์ ชไมเคิล , ซิมง เคียร์,คริสเตียน อีริคเซน และ นิโคไล ยอร์เกนเซน นำทัพ

ทีมเยือนคืนฟอร์มในสองเกมล่าสุด นัดนี้ มาร์ติน โอนีล เทรนเนอร์จัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 นำมาโดยแผงแนวรุกอย่าง เจมส์ แม็คคลีน,เจฟฟ์ เฮนดริค และ ร็อบบี้ เบรดี้ ปั้นเกมให้กับ ดาริล เมอร์ฟี้ หัวหอกคอยล่าตาข่าย

นาทีที่ 12 เจ้าถิ่นได้ทักทายชุดใหญ่ เมื่อ ซิมง เคียร์ วางบอลยาวจากแดนหลังมาให้กับ เยนส์ ลาร์เซน แบ็คซ้ายที่เติมขึ้นมาถึงกรอบเขตโทษจับบอลและยิงด้วยขวาไปติดเซฟ ดาร์เรน แรนดอล์ฟ ที่ปิดเสาแรกไว้ บอลมาเข้าทาง อันเดรียส คอร์เนลิอุส วิ่งเข้ามาซ้ำเสาสอง แต่ แรนดอล์ฟ ยังวิ่งตามมาเซฟได้อย่างยอดเยี่ยม

นาทีที่ 22 ทีมโคนมได้ลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะ คริสเตียน อีริคเซน ได้ส่องจากนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งไปตรงตัว ดาร์เรน แรนดอล์ฟ ตั้งซองรับสบาย

นาทีที่ 32 เจ้าบ้านน่าได้ประตูขึ้นนำแบบสุดๆ เมื่อ เคียแรน คลาร์ก จ่ายบอลพลาดไปเข้าทาง คริสเตียน อีริคเซน ก่อนดาวเตะสเปอร์สจะลองยิงไกลไปติดเซฟ แรนดอล์ฟ ที่ปัดออกมาเข้าทาง ซิสโต้ วิ่งเข้ามายิงเน้นๆบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว สกอร์ยัง 0-0

ช่วงท้ายครึ่งแรกทีมเยือนได้โอกาสขึ้นนำจากจังหวะ ไซรัส คริสตี้ แบ็คขวาแตะบอลสปีดหนี เยนส์ ลาร์เซน ไปดื้อๆ ก่อนหลุดเข้าไปในเขตโทษได้ดวลเดี่ยวกับ แคสเปอร์ ชไมเคิล แต่ยิงไปติดเซฟนายด่านเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ออกมาปิดมุมได้เร็ว บอลกระดอนมาเข้าทาง เจฟฟ์ เฮนดริค ยิงไปติดบล็อคแนวรับเดนนิช ก่อนจบ 45 นาที เดนมาร์ก 0 สาธารณรัฐไอร์แลนด์ 0

นาทีสุดท้าย โคนมได้ลุ้นประตูอีกครั้ง เมื่อ เยนส์ ลารืเซน ได้เปิดบอลเข้ามาในเขตโทษและเป็น ยุสซุฟ โพลเซน ตัวสำรองได้โขกเต็มๆ แต่ ดาร์เรน แรนดอล์ฟ ยังปัดไว้ได้

เกมครึ่งหลังเกมยังเป็นของเจ้าบ้านที่ขึงเกมรุกไว้ได้ และครองบอลบุกตลอด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรแนวรับทัพกรีน อาร์มี ได้เลย จบ 90 นาที เดนมาร์ก เปิดบ้านเสมอ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ 0-0 ต้องวัดกันต่อในเกมเลกสองณ สนามเอวีวา สเตเดี้ยม ประเทศสาธารณรัฐไอร์แลนด์ วันที่ 14 พฤศจิกายน เวลา 2.45 ตามเวลาประเทศไทย