"ช้างศึก" พ่าย "ญี่ปุ่น" 1-2 ซิวรองแชมป์กลุ่มแต่ต้องลุ้นเข้ารอบสุดท้าย U19

"ช้างศึก" พ่าย "ญี่ปุ่น" 1-2 ซิวรองแชมป์กลุ่มแต่ต้องลุ้นเข้ารอบสุดท้าย U19
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 เวลา 11.00 น. ณ สนาม เอ็มเอฟเอฟ สเตเดียม การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก กลุ่มไอ นัดสุดท้าย เป็นการตัดสินแชมป์กลุ่มระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติญี่ปุ่น

ก่อนหน้านี้ทั้งสองทีมต่างเก็บชัยชนะเหนือ สิงคโปร์ และ มองโกเลีย มาได้ แต่เป็นญี่ปุ่นที่มีประตูได้เสียดีกว่าที่ +14 ส่วนไทยประตูได้เสีย +5

เกมนี้ต้องลงเล่นท่ามกลางสภาพอากาศ -12 องศาเซลเซียส แต่ไม่มีหิมะ โดยมาร์ค อลาเบดร้า ปาลาซิโอส ยังฝากความหวังเกมรุกไว้ที่สิทธิโชค ภาโส และ เอกนิษฐ์ ปัญญา ส่วนแนวรับ มี กฤษดา กาแมน และ กัณตพัชห์ มันปาติ คอยคุม ขณะที่ผู้เล่นเกมนี้มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยโดยเฉพาะในรายของ วุฒิชัย คุ่มเคี่ยม, นาคิน วิเศษชาติ ที่ได้โอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงครั้งแรกแทนที่ของ โชคอนันต์ สายมาอินทร์ และ สกุลชัย แสงโทโพธิ์

 a

เริ่มเกมมาไม่ถึงสองนาที ญี่ปุ่นเกือบมาได้ประตูออกนำจากจังหวะวางบอลยาวและเป็น มิซุกิ อันโดะ ได้วอลเลย์ด้วยขวาบอลยังไปชนเสาสองกระเด้งออกมา

ญี่ปุ่นยังเป็นฝ่ายครองเกมได้มากกว่า แต่เป็นไทยที่เกือบมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 14 จากลูกฟรีคิกที่นาคิน วิเศษชาติ ได้สอดขึ้นไปยิงแต่ติดเซฟของ โอซาโกะ เคซุเกะ แบบหวุดหวิด

นาที 16 ญี่ปุ่นมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ เคียวสุเกะ ทากาวะ พลิกบอลหลบสองแนวรับทีมชาติไทย ก่อนกดด้วยซ้ายแต่ติดเซฟของกัณตพัชห์ มันปาติ

ญี่ปุ่นยังพยายามบุกอย่างหนักแต่ยังเจาะไม่เข้าและนาที 25 เป็น ฮิโรกิ อิโตะ ได้ลองยิงไกลด้วยซ้ายแต่ก็ยังไปตรงตัวของกัณตพัชห์ มันปาติ

ทัพซามูไรยังเป็นฝ่ายเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่องและนาที 40 เป็น วุฒิชัย คุ่มเคี่ยม สกัดผิดเหลี่ยม แต่บอลไปชนคานกระเด้งออกมา

 u

ญี่ปุ่นยังบุกอย่างต่อเนื่องและ ฮิโรกิ อิโตะ ได้ลองยิงไกลด้วยซ้ายบอลเลี้ยวออกหลังไปอีก

ช้างศึกยังตั้งกำแพงรับไว้ได้อย่างเหนียวแน่นและไม่มีประตูเกิดขึ้นในครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

เริ่มครึ่งหลังมาสองนาที ญี่ปุ่นมาได้ลุ้นจากการยิงของ ไซโต้ มิสุกิ แต่ยังไปติดเซฟของ กัณตพัชห์ มันปาติที่ปัดออกมาได้

และนาที 48 ไทยก็เปลี่ยนตัวคนแรกด้วยการส่ง โชคอนันต์ สายมาอินทร์ ลงมาเล่นแทน สิทธิโชค ภาโส

ญี่ปุ่นยังเดินหน้าบุกอย่างหนัก แต่ก็ยังเจาะไม่เข้า นาที 54 ก็ต้องลองยิงไกลจาก คันยะ ฟูจิโมโตะ แต่ก็ยังติดเซฟของ กัณตพัชห์ มันปาติ

 i

ญี่ปุ่นยังเดินหน้าต่อเนื่อง แต่ก็ยังเจาะไม่เข้าและญี่ปุ่นก็เปลี่ยนตัวคนแรกด้วยการส่ง ฮิโรกิ อาเบะ ลงเล่นแทน ฟูมิยะ ซุกิอุระ ในนาที 61

นาที 62 ญี่ปุ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่แนวรับไทยสกัดบอลไม่ขาดและเป็น เคียวสุเกะ ทากาวะ ที่วอลเลย์ด้วยซ้ายเข้าไปให้ ญี่ปุ่นออกนำไทย 1-0

แต่นาที 65 ไทยก็มาได้ประตูตีเสมออย่างรวดเร็ว จากจังหวะโชคอนันต์ สายมาอินทร์ โหม่งตั้งให้ เอกนิษฐ์ ปัญญา วอลเลย์ด้วยซ้ายเข้าไป สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1

แต่ตีเสมอได้ไม่ถึงนาที ญี่ปุ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง ในนาที 66 จาก เคียวสุเกะ ทากาวะ คนเดิม ที่ยิงเข้าไปให้ญี่ปุ่นขึ้นนำเป็น 2-1

หลังจากนั้นนาที 72 เกมต้องหยุดลงไปพักใหญ่ หลังกัณตพัชห์ มันปาติ ใช้หน้าเซฟลูกยิงของไดกิ ฮาชิโอกะ และต้องเข้ารับการปฐมพยาบาล

ญี่ปุ่นยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง และก็เปลี่ยนตัวอีกคนด้วยการส่ง ยูตะ โคเกะ ลงเล่นแทน มิสุกิ อันโดะ ในนาที 74

 q

นาที 81 ไทยเปลี่ยนตัวคนที่สองด้วยการส่ง สุริยะ ใจสุข ลงไปเล่นแทน นราวิชญ์ เก้าสันเทียะ

นาที 86 ญี่ปุ่นเปลี่ยนตัวคนสุดท้ายด้วยการส่ง ไคโตะ อาเบะ ลงไปเล่นแทน ฮิโรโตะ ทานิกูชิ

นาที 87 ญี่ปุ่นเกือบมาได้ประตูทิ้งห่างจากจังหวะหลุดเดี่ยวของ ยูตะ โกเกะ ตัวสำรอง แต่จังหวะสุดท้ายที่บอลผ่านกัณตพัชห์ มันปาติไปแล้วแต่ไปชนเสาสองกระเด้งออกมาหวุดหวิด

นาที 89 ญี่ปุ่นมาได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกโหม่งของ ยูตะ โกเกะ แต่บอลก็หลุดเสาสองออกไปหวุดหวิด

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี พ่าย ญี่ปุ่น ไป 1-2 ทำให้ญี่ปุ่นผ่านเข้ารอบสุดท้ายการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย U19 ที่อินโดนีเซียแน่นอนแล้วด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม ส่วนไทย ต้องไปลุ้นกับสายอื่นในการเป็นอันดับ 2 ที่ดีที่สุด 5 จาก 10 ทีม

สำหรับฟุตบอลชายทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี จะเดินทางกลับประเทศไทย ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 โดยจะถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ในเวลา 23.45 น. โดยประมาณ