9 เรื่องราว ก่อนเกม "ศึกแดงเดือด" หงส์แดง ฟัด ผีแดง

9 เรื่องราว ก่อนเกม  "ศึกแดงเดือด" หงส์แดง ฟัด ผีแดง
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

1. ลิเวอร์พูล ไม่สามารถเก็บชัยชนะเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เลยในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก 6 นัดหลังสุด เสมอ 2 แพ้ 4 ครั้งสุดท้ายที่ ลิเวอร์พูล ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-0 ย้อนกลับไปเดือนมีนาคม 2014 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

2.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บชัยชนะได้ถึง 3 นัดจากการมาเยือนแอนฟิลด์ 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 โดยพวกเขาสามารถรักษาคลีนชีตได้ใน 2 เกมหลังสุดที่มาเยือนแอนฟิลด์ด้วย

3. ลิเวอร์พูล ลงเล่นในบ้านของตัวเอง พ่ายแพ้เพียง 1 นัดจากการลงสนาม 14 นัดหลังสุด รวมทุกรายการ ชนะ 8 เสมอ 5 แพ้ 1 อย่างไรก็ตามพวกเขาเก็บชัยชนะในบ้านได้เพียง 1 นัดเท่านั้นจาก 7 นัดหลังสุดในลีกและการแข่งขันบอลถ้วย ชนะ 1 เสมอ 4 แพ้ 2

4. เยอร์เก้น คล็อปป์ พาลูกทีมพ่ายแพ้ ทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เพียงนัดเดียวเท่านั้นในการพบกัน 7 นัดรวมทุกรายกาน ชนะ 3 เสมอ 3 แพ้ 1

5. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ทำประตูได้ถึง 9 ประตูและ 3 แอสซิสต์ ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก 12 เกมหลังสุด

6. ปัจจุบััน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บคลีนชีตไปถึง 17 คลีนชีตในการลงเล่นพรีเมียร์ลีกในปี 2017 ซึ่งมากกว่าทีมอื่นทั้งหมด

7. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บคลีนชีตได้ 8 คลีนชีตจากการลงสนามในพรีเมียร์ลีก 9 นัดหลังสุด

8. หาก โรเมลู ลูกากู ทำประตูได้ในนัดนี้ จะกลายเป็นผู้เล่นคนแรกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สามารถทำประตูได้ 8 ลูกจาการลงสนาม 8 เกมในศึกพรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตาม ลูกากู กลับทำประตูใส่ ลิเวอร์พูล ได้เพียง 1 ประตูเท่านั้นจากการลงสนามพบ ลิเวอร์พูล 7 นัดหลังสุด แล้วยิงเข้ากรอบได้เพียง 5 ครั้งเท่านั้น

9. มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำสถิติยิงไปแล้ว 5 ประตู 4 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 10 นัดหลังสุดให้ต้นสังกัด