วิเคราะห์บอล : (4) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - ซันเดอร์แลนด์ (13)

วิเคราะห์บอล : (4) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - ซันเดอร์แลนด์ (13)

วิเคราะห์บอล : (4) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - ซันเดอร์แลนด์ (13)

 

 

(4) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - ซันเดอร์แลนด์ (13)

เวลา: 18.45 น.
สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน: ลี โพรเบิร์ต
ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต 1

 

 


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

แมนฯ ซิตี้

3 ต.ค. 55 เสมอ ดอร์ทมุนด์ 1-1 (เหย้า) แชมเปี้ยนส์ลีก
29 ก.ย. 55 ชนะ ฟูแล่ม 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
25 ก.ย. 55 เสมอ แอสตัน วิลล่า 2-2 (เหย้า) ลีกคัพ
23 ก.ย. 55 เสมอ อาร์เซนอล 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
18 ก.ย. 55 แพ้ เรอัล มาดริด 2-3 (เยือน) แชมเปี้ยนส์ลีก

ซันเดอร์แลนด์

29 ก.ย. 55 ชนะ วีแกน 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
25 ก.ย. 55 ชนะ เอ็มเค ดอนส์ 2-0 (เยือน) ลีกคัพ
22 ก.ย. 55 เสมอ เวสต์แฮม 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
15 ก.ย. 55 เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
1 ก.ย. 55 เสมอ สวอนซี 2-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

31 มี.ค. 55 พรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ 3-3 ซันเดอร์แลนด์
1 ม.ค. 55 พรีเมียร์ลีก ซันเดอร์แลนด์ 1-0 แมนฯ ซิตี้
3 เม.ย. 54 พรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ 5-0 ซันเดอร์แลนด์
29 ส.ค. 53 พรีเมียร์ลีก ซันเดอร์แลนด์ 1-0 แมนฯ ซิตี้
14 มี.ค. 53 พรีเมียร์ลีก ซันเดอร์แลนด์ 1-1 แมนฯ ซิตี้
19 ธ.ค. 52 พรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ 4-3 ซันเดอร์แลนด์

ความพร้อม-สภาพทีม

แมนฯ ซิตี้

ฆาบี้ การ์เซีย มิดฟิลด์ชาวสเปน เจ็บต้นขามาจากเกมแชมเปี้ยนส์ลีก และไม่น่าจะพร้อมทันเกมนี้ ส่วนยายา ตูเร่กับซาเมียร์ นาสรี่เป็นอีกสองกองกลางที่เจ็บเล็กน้อยมาจากเกมเดียวกัน แต่ยังมีลุ้นจะฟิตทันเกมนี้ได้

ส่วนไมคอน แบ๊กขวาชาวบราซิล หายเจ็บส้นเท้ากลับมาลงซ้อมแล้ว แต่ยังไม่แน่ว่าจะพร้อมสำหรับเกมนี้หรือไม่ แต่ไมกาห์ ริชาร์ดส์ยังต้องเรียกความฟิตไปอีกพักหนึ่ง

เกมนี้โรแบร์โต้ มันชินี่คงจะปรับทัพหลายตำแหน่งหลังมีเวลาแค่สองวัน โดยโจลีออน เลสค็อตต์น่าจะได้กลับมายืนในแนวรับแทนมาติย่า นาสตาซิชบ้าง

ส่วนคาร์ลอส เตเบซคงจะกลับมาเล่นในแนวรุกอีกครั้ง หลังถูกพักไว้ในเกมกลางสัปดาห์ ขณะที่แดนกลางมีแกเร็ธ แบร์รี่ที่น่าจะได้กลับมาลงเล่นเช่นกัน

ผู้เล่นบาดเจ็บ: ฆาบี้ การ์เซีย (ต้นขา), ไมกาห์ ริชาร์ดส์ (ข้อเท้า)

ความพร้อม-สภาพทีม

ซันเดอร์แลนด์

ลี แคตเตอร์โมล มิดฟิลด์กัปตันทีม ยังต้องใช้โทษแบนเป็นเกมที่ 2 จาก 3 นัด ทำให้เซบาสเตียน ลาร์สสันคงจะถูกขยับไปเล่นตรงกลางคู่กับแจ๊ค โคลแบ๊คแทนต่อไป

ส่วนอดัม จอห์นสัน ปีกทีมชาติอังกฤษ พร้อมลงเจอกับทีมเก่าได้ในนัดนี้ หลังหายเจ็บต้นขากลับมาลงเล่นได้แล้วตั้งแต่เกมก่อน โดยจะรับหน้าที่ขึ้นเกมทางกราบขวา

ในแนวรับแมวดำรอลุ้นความฟิตของคาร์ลอส กูเอยาร์ เซ็นเตอร์แบ๊กชาวสเปน ซึ่งกลับมาลงซ้อมได้แล้วหลังพักไปเพราะเจ็บแฮมสตริง แต่เวส บราวน์กับฟิล บาร์ดสลี่ย์ อีกสองกองหลังตัวหลัก ซึ่งยังไม่ได้ลงสนามเลยในฤดูกาลนี้ ก็หายเจ็บกลับมาลงซ้อมได้แล้วเช่นกัน แต่คงต้องเรียกความฟิตไปอีกระยะก่อนการคัมแบ๊ก

สตีเว่น เฟล็ทเชอร์ ดาวยิงตัวใหม่ ซึ่งทำประตูได้ติดต่อกันมาแล้ว 4 นัด จะเป็นตัวความหวังในแนวรุกของทีมเช่นเดิม

ผู้เล่นบาดเจ็บ: ฟิล บาร์ดสลี่ย์ (ข้อเท้า), เวส บราวน์ (เข่า)

ผู้เล่นโดนแบน: ลี แคตเตอร์โมล (2 นัด)

วิเคราะห์รูปเกม

แมนฯ ซิตี้ยังสตาร์ทไม่ติดในฤดูกาลนี้ หลังชนะแค่นัดเดียวใน 6 เกมหลังสุด แถมเป็นการได้ประตูชัยในนาทีสุดท้าย ส่วนเกมยุโรปนัดล่าสุดก็ตีเสมอมาในนาทีสุดท้ายเช่นกัน แถมนัดนี้ได้พักน้อยทำให้เสียเปรียบเรื่องความสดอีก ส่วนซันเดอร์แลนด์เพิ่งชนะได้ซักทีในเกมล่าสุด หลังเสมอมา 4 เกมติด แต่ก็ต้องมาเจองานหินอีกครั้งในการมาเยือนถิ่นเรือใบสีฟ้า เกมนี้แมวดำคงต้องเน้นเล่นแบบรัดกุม และอาศัยการบดบี้ในแดนกลางเข้าสู้ ทำให้น่าจะมีลุ้นยันอยู่ หรือจะแพ้ก็คงแค่ฉิวเฉียดเท่านั้น

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:

แมนฯ ซิตี้ (4-2-3-1): โจ ฮาร์ท; ปาโบล ซาบาเลต้า, แว็งซองต์ กอมปานี, โจลีออน เลสค็อตต์, กาแอล กลิชี่; แกเร็ธ แบร์รี่, เจมส์ มิลเนอร์; ดาวิด ซิลบา, คาร์ลอส เตเบซ, ซาเมียร์ นาสรี่; เซร์คิโอ อาเกโร่
ผู้จัดการทีม: โรแบร์โต้ มันชินี่

ซันเดอร์แลนด์ (4-4-1-1): ซิมง มินโญเลต์; เคร็ก การ์ดเนอร์, จอห์น โอเชีย, ไตตัส บรัมเบิ้ล, แดนนี่ โรส; อดัม จอห์นสัน, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, แจ๊ค โคลแบ๊ค, เจมส์ แม็คคลีน; สเตฟาน เซสเซญง; สตีเว่น เฟล็ทเชอร์
ผู้จัดการทีม: มาร์ติน โอนีลล์

ฮอตสกอร์: แมนฯ ซิตี้ชนะ 1-0

เกร็ดย่อย

*แมนฯ ซิตี้ไม่แพ้เกมพรีเมียร์ลีกบ้านมาแล้ว 32 นัด (ชนะ 29 เสมอ 3) แต่ซันเดอร์แลนด์เป็นหนึ่งในสามทีมที่บุกมายันเสมอได้ (3-3 มีนาคม 2012)
*แมนฯ ซิตี้ชนะแค่ครั้งเดียวในการพบกับซันเดอร์แลนด์ 5 ครั้งหลังสุดในพรีเมียร์ลีก (ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2)
*อดัม จอห์นสันเคยทำ 2 ประตูในโปรแกรมคู่นี้สมัยยังเป็นนักเตะแมนฯ ซิตี้ โดยหนึ่งลูกเป็นการยิงได้ในชัยชนะ 5-0 ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม และอีกลูกยิงที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์
*ซันเดอร์แลนด์ไม่ชนะเลยในเกมพรีเมียร์ลีกนอกบ้าน 10 นัดหลัง (เสมอ 6 แพ้ 4)
*ผลเสมอ 3-3 ที่เอติฮัด สเตเดี้ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ซันเดอร์แลนด์หยุดสถิติแพ้นอกบ้านต่อแมนฯ ซิตี้ติดต่อกัน 7 นัดในลีกลงได้
*สตีเว่น เฟล็ทเชอร์ทำ 5 ประตูจากการยิงเข้ากรอบแค่ 5 ครั้งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
*ซันเดอร์แลนด์ยังไม่แพ้ในการลงเตะ 5 นัดแรกของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของสโมสรนับตั้งแต่ฤดูกาล 1954/55
*ซันเดอร์แลนด์มีอัตราส่วนการเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูสูงที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ (24%) แต่ก็มีอัตราส่วนการยิงเข้ากรอบต่ำที่สุดด้วย (33%)
*แมนฯ ซิตี้ชนะ 9 และไม่แพ้เลยในการลงเตะพรีเมียร์ลีก 12 นัดหลังสุด
*สตีเว่น เฟล็ทเชอร์เป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูได้ตลอดการลงเตะ 4 นัดแรกกับต้นสังกัดใหม่ในพรีเมียร์ลีก ต่อจากที่แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์เคยทำได้กับโบลตันในฤดูกาล 2010/11

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

วิเคราะห์บอล : (4) แมนฯ ซิตี้ - ซันเดอร์แลนด์ (13) (18.45 น.)

วิเคราะห์บอล : (1) เชลซี - นอริช ซิตี้ (18) (21.00 น.)

วิเคราะห์บอล : (11) สวอนซี - เรดดิ้ง (19)  (21.00 น.)

วิเคราะห์บอล : (6) เวสต์บรอมวิช - ควีนส์ปาร์ค (20) (21.00 น.)

วิเคราะห์บอล : (16) วีแกน - เอฟเวอร์ตัน (2) (21.00 น.)

วิเคราะห์บอล : (7) เวสต์แฮม ยูไนเต็ด - อาร์เซนอล (8) (23.30 น.)

วิเคราะห์บอล : เชลซี ของกำลังขึ้น โดย "Nostradamus"