มือ 1...มือ 2...???

มือ 1...มือ 2...???

บางเรื่องราวในเกมฟุตบอลให้คนสองคนทำงานร่วมกันมันอาจจะส่งผลไปอีกอย่างหนึ่งก็เป็นไปได้ แน่นอนว่าการโรเตชั่นนั้นเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับฟุตบอลสมัยใหม่ ที่มีเกมมากมายในแต่ละฤดูกาล โดยเฉพาะทีมใหญ่ๆที่ลุ้นความสำเร็จ

ทว่านั่นก็ชัดเจน ใครเป็นตัวจริง ใครเป็นตัวสำรอง ในอดีตลิเวอร์พูลมีกุนซือ 2 คนทำงานร่วมกัน เชราร์ อุลลิเยร์ กับ รอย อีแวนส์ เหมือนจะช่วยแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน แต่ในความเป็นจริงนั้นมันยากที่จะยอมรับกันว่า ตกลงใครมีอำนาจเด็ดขาดเพื่อชี้ทางเดินไปในอนาคตของทีม

ทั้งคู่ร่วมงานกันแบบคนคู่ได้ไม่นานนักก็ประจักษ์ชัดเจนว่า อย่าดีกว่ากับการทำงานแบบนั้น การทดลองได้ผลว่าต้องแยกให้ชัดเจนจะดีกว่ามาก

สำหรับนักเตะ ทีมใหญ่ๆต้องมีนักเตะที่ฝีไม้ลายมือใกล้เคียงกันในแต่ละตำแหน่งอย่างน้อย 2 คน เพื่อสลับสับเปลี่ยนกันทำหน้าที่ ตัวเลือกแรกก็แบกรับภาระในถ้วยที่มีความสำคัญมากกว่าเป็นหลัก นอกเหนือไปจากนั้นก็ว่ากันนัดต่อนัด เพราะบางครั้งมันต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับเกมที่ต้องเผชิญในสนามตามคู่แข่งที่เปลี่ยนแปลงไป

ทว่ายังคงชัดเจนในเรื่องของใครตัวจริง ใครตัวสำรอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งผู้รักษาประตู ยิ่งต้องชัดเจน ใครคือมือหนึ่ง ใครคือมือสองของทีม

รายละเอียดค่อนข้างเยอะสำหรับตำแหน่งนี้ ถ้ามีอะไรผิดพลาดหรือไม่ได้ผลขึ้นมา นั่นหมายถึงการเสียประตูให้กับคู่แข่ง ผู้เล่นตำแหน่งนี้ต้องมีเสถียรภาพ มีความต่อเนื่อง

ทว่าสำหรับเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ดูเหมือนจะผิดแผกแตกต่าง เพราะกุนซือผีแดงแจ้งความประสงค์อย่างชัดเจน จะโรเตชั่นผู้รักษาประตูไปจนกว่าจะเห็นได้ชัดเจนว่าใครเหมาะสมกว่ากันระหว่าง ดาวิด เด เกอา กับ อันเดอร์ส ลินเดการ์ด

นโยบายนี้เฟอร์กี้แสดงให้เห็นแบบนัดต่อนัดตั้งแต่ออกสตาร์ตฤดูกาลนี้ เพราะรู้สึกได้ว่าแต่ละคนยังมีปัญหาจนไม่สามารถตัดสินใจได้เด็ดขาดว่าใครคือมือหนึ่งของทีม

เป็นนโยบายที่เสี่ยงพอสมควร กับความต้องการที่จะกดดันให้ลูกทีมทั้ง 2 คน ต้องเค้นฟอร์มที่ดีที่สุดออกมาเท่านั้น ใครพลาดต้องนั่งดูในนัดต่อไปทันที เรื่องราวแบบนี้มีโอกาสส่งผลอีกทางหนึ่งเหมือนกัน นั่นคืออาจจะส่งผลต่อจิตใจของ เด เกอา และ ลินเดการ์ด เพราะรับรู้ดีว่าต่อให้ซูเปอร์เซฟขนาดไหน ถ้าพลาดเพียงนิดเดียวมีสิทธิเสียตำแหน่งทันตาเห็น

ถ้าสามารถทำได้อย่างใจต้องการ มันก็ส่งผลต่อความมั่นใจเร็วขึ้น แต่เกมฟุตบอลมันมีโอกาสที่จะเกิดอะไรไม่คาดฝันได้ตลอดเวลา

ที่ผ่านมา เฟอร์กี้ เคยล้มเหลวเกี่ยวกับนโยบายแบบนี้มาแล้ว ฤดูกาล 2003-2004และ2004-2005 โรเตชั่นทิม ฮาวเวิร์ด กับ รอย คาร์โรลล์ ตลอดทั้ง 2 ฤดูกาลเพราะตัดสินใจไม่ได้เหมือนสถานการณ์ในตอนนี้นี่แหละ

ทั้ง 2 ฤดูกาลนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อันดับ 3 ทั้ง 2 ครั้ง เรื่องราวปกติคือผีแดงแทบจะไม่หลุดไปจากแชมป์หรือรองแชมป์ ทว่า 2 ฤดูกาลนั้นหล่นลงมาถึงอันดับ 3

สถานการณ์คาราคาซังอยู่แบบนั้น จนกระทั่ง เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ได้รับการเติมเข้ามาตอนซัมเมอร์ปี 2005 โดยเฟอร์กี้เปลี่ยนแนวคิดใหม่ ให้เป็นมือหนึ่งของทีมแบบชัดเจน

ทุกอย่างชัดเจนและดีขึ้น ต่อจากนั้นอีก 1 ปี ผีแดงฟาดแชมป์ไป 3 ปีติดต่อกัน ความสำเร็จแรกของผีแดงในตำแหน่งนี้ก็คือ ปีเตอร์ ชไมเคิล ต่อจากนั้นก็เป็น เอ็ดวิน ฟาน เพอร์ ซาร์ ทั้ง 2 คนแทบจะไม่มีปัญหาอะไรเลย แน่นอนไม่ใช่นโยบายเหมือนกับตอนนี้

ดาวิด เด เกอา ออกสตาร์ตพรีเมียร์ ลีก นัดเปิดฤดูกาล โชว์การเซฟหลายต่อหลายจังหวะ แต่สุดท้ายผีแดงประเดิมฤดูกาลใหม่ด้วยการพ่ายให้กับเอฟเวอร์ตัน แต่ก็ไม่มีอะไรที่ เด เกอา ผิดพลาดอย่างชัดเจน

แมตช์ต่อมา เด เกอา ยังคงได้รับโอกาส แม้ว่าผีแดงจะเฉือนชนะฟูแล่มไปได้หวุดหวิด 3-2 แต่ประตูที่ 2 ที่ผีแดงโดนส่องนั้น เฟอร์กี้ เดือดดาลและยอมรับว่ามันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น สถานการณ์เริ่มบ่งบอกแล้ว

นัดต่อมาเจอกับเซาแธมป์ตัน เด เกอา โดนดร็อปอยู่ข้างสนามตามคาด เฟอร์กี้ ปล่อย อันเดอร์ส ลินเดการ์ด ลงเฝ้าเสา ผลการแข่งขัน ผีแดงเฉือนชัยหวุดหวิดอีกครั้ง 3-2 และเฟอร์กี้ยอมรับหลังเกมว่า ดูเหมือน ลินเดการ์ด จะไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่ โชคดีที่ ฟาน เพอร์ซี กดแฮตทริกให้ทีมเก็บ 3 แต้มได้

ไม่คอยนิ่ง แต่ไม่ถึงกับผิดพลาด ลินเดการ์ด ยังคงลงเฝ้าเสาในนัดถล่มวีแกน ทว่า ดาวิด เด เกอา กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งหนึ่งในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เจอกับกาลาตาซาราย ผีแดงเฉือนเอาชนะไปหวุดหวิดอีกนัด โดย เด เกอา โชว์ ซูเปอร์เซฟให้เห็นจะแจ้งถึง 2 ครั้ง

นโยบายแบ่งๆกันไป หรือ โรเตชั่น ไม่หนีหายไปไหน ในนัดเยือนแอนฟิลด์ ทำศึกแดงเดือดกับลิเวอร์พูล ตัวจริงในตำแหน่งคนเฝ้าเสาถูกถ่ายเทไปให้กับ อันเดอร์ส ลินเดการ์ด

เฟอร์กี้ ยอมรับว่าสิ่งที่ดีเกิดขึ้นอย่างเดียวคือสกอร์ นอกเหนือไปจากนั้นแย่ทั้งหมด รูปเกมที่เกิดขึ้นอย่าว่าแต่เฟอร์กี้เลย แฟนบอลผีแดงก็ไม่เต็มที่เท่าไหร่กับการเย้ยแฟนบอลหงส์แดงให้ได้อาย

ไม่รู้เหมือนกันว่าสถานการณ์คัดมือหนึ่งของทีมผีแดงจะใช้เวลานานแค่ไหน ทั้ง 2 คน อาจจะใกล้เคียงกันจนเฟอร์กี้ตัดสินใจไม่ได้เหมือนในอดีต

ดาวิด เด เกอา ยังไม่เต็ม 22 ปี มีปฏิกิริยาที่รวดเร็ว ลูกยากๆเซฟได้หมด แต่อาจจะมีปัญหาบอลที่โยนยาวและโด่งเข้ามาในกรอบเขตโทษ รวมทั้งการออกมาตัดลูกโด่งจากการเปิดมาจากริมเส้น เป็นปัญหาที่มีมาตั้งแต่ต้น การควบคุมสถานการณ์ทางอากาศยังไม่สมบูรณ์พอแม้ว่าจะพยายามปรับปรุง พยายามแก้ไขแล้วก็ตาม นั่นคือความคิดเห็นของเฟอร์กี้

ในขณะที่ลินเดการ์ด ผู้รักษาประตูวัย 28 ปี จะควบคุมพื้นที่ในกรอบเขตโทษได้ดีกว่า สื่อสารกับแนวรับของทีมได้ดีกว่า แต่ก็ทำได้ไม่ค่อยต่อเนื่อง

ฤดูกาลที่ผ่านมา ลินเดการ์ด ได้รับบาดเจ็บในเดือนมกราคม จนต้องพลาดโอกาสที่เหลือทั้งหมด นั่นทำให้ ดาวิด เด เกอา ได้ทำหน้าที่ค่อนข้างต่อเนื่อง ฤดูกาลนี้สมบูรณ์ดีทั้ง 2 คน เหมือนจะเป็นเรื่องดี แต่ เฟอร์กี้ ดันตัดสินใจไม่ได้ว่าใครคือมือหนึ่งของทีม

ในช่วงเวลาที่ลินเดการ์ด บาดเจ็บ เด เกอา จะโล่งใจที่ไม่มีใครมากดดัน ช่วงท้ายฤดูกาลมีคลีนชีตให้กับผีแดงถึง 7 นัดจาก10 นัด

นั่นหมายความว่ามีความมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในครึ่งหลังของฤดูกาล และมั่นใจต่อไปว่าตัวเองคงยึดมือหนึ่งได้แน่นอนแล้ว

การตัดสินใจของ เฟอร์กี้ เซอร์ไพรส์ให้กับ เด เกอา ไม่น้อย โดยเฟอร์กี้บอกว่า อายุยังไม่เท่าไหร่ทั้ง 2 คน จำเป็นต้องมีประสบการณ์เยอะๆ

แต่ในความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแทบจะทุกนัดนั้น จะเป็นการบั่นทอนการพัฒนาของทั้งคู่หรือเปล่า ความมั่นใจหายไปมั้ย การทำงานแบบลงตัวกับกองหลังขาดเป็นช่วงๆจะส่งผลกระทบตามมาหรือเปล่า

ความแข็งแกร่งและเหนียวแน่นของ เด เกอา ในฤดูกาลที่ผ่านมาคือการได้รับความไว้ใจ ได้รับการยอมรับว่าเป็นมือหนึ่ง หลายคนมองว่าน่าจะถึงเวลาที่ เฟอร์กี้ ตัดสินใจให้ใครเป็นมือหนึ่ง เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อเนื่อง

แต่การตัดสินใจของเฟอร์กี้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะไปต่อว่าหรือวิจารณ์กันแบบฟันธงลงไปได้ ถ้าไม่แน่จริงคงไม่ใช่กุนซือที่มีฝีมือและมีอิทธิพลต่อทีมมากขนาดนี้แน่นอน

เรื่องโดย "ดามัน"