5 เรื่องต้องรู้ ! หลังเกม หงส์แดง บุกหนัก แต่เสมอ มอสโก สุดเซ็ง 1-1

5 เรื่องต้องรู้ ! หลังเกม หงส์แดง บุกหนัก แต่เสมอ มอสโก สุดเซ็ง 1-1
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

 

จบเกมการแข่งขันรายการ ยูฟา แชมเปียนส์ลีก นัดที่ 2 ลิเวอร์พูล 1-1 สปาร์ตัค มอสโก ตื่นมาดูด้วยความหวัง จบลงด้วยผลการแข่งขันที่ไม่เป็นที่น่าพอใจ อีกแล้ว

ความมั่นใจก่อนเกมที่มีอยู่มากล้น ตอนนี้หายไปหมดเลย ผลการแข่งขันก่อนเกมในใจหลายคนคงคิดว่าต้องจบด้วยผลชนะแน่นอน น่าเสียดายจริง ๆ 

เอาล่ะครับ ในเมื่อเกมมันจบลงแบบนี้ เราแฟนบอลตาใส ๆ จะทำอะไรได้ นอกจากทำใจก้มหน้ารับความจริงกันต่อไปรอเวลาให้ทีมกลับมาดูดีมากกว่านี้ แม้จะรอมาสักพักแล้วก็ตาม

ขอบคุณข้อมูลสถสิติ WhoScored.com

5. ส่องสถิติน่าสนใจDan Mullan/GettyImages

ลิเวอร์พูล มีโอกาสยิงเยอะเช่นเคย 16 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง ทำได้ 1 ประตู มอสโก มีโอกาสยิงเพียง 4 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง ทำได้ 1 ประตู

ลิเวอร์พูล สัมผัสบอลมากถึง 801 ครั้ง ในขณะที่ มอสโก สัมผัสเพียงแค่ 521 ครั้ง

ซาดิโอ มาเน มีสถิติเลี้ยงบอลผ่านสำเร็จสูงที่สุดในเกมนี้ที่ 5 ครั้ง 

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มีสถิติเข้าแท็คเกิ้ลสูงที่สุดในเกมนี้ที่ 5 ครั้ง ตามมาด้วย เดยัน ลอฟเลน 4 ครั้ง

ผู้เล่นที่สัมผัสบอลสูงที่สุดในเกมนี้คือ อัลแบร์โต้ โมเรโน ที่ 116 ครั้ง 

4. ชนะไม่ได้สักที UCLYURI KADOBNOV/GettyImages

ผ่านมาแล้ว 2 เกม นัดที่แล้วก็พลาดท่าเสมอ เซบียา 2-2 เกมนี้ก็ยังต้องมาเสมอ พูดตามตรงแบบไม่เข้าข้างทีมตัวเอง รูปเกมของเราดูดีกว่ามากโดยเฉพาะแนวรุกหาโอกาสเข้าทำกันเป็นว่าเล่น

นัดต่อไปเจอ มาร์ริบอร์ คาดว่า 3 แต้มแรกคงมีให้ชื่นใจบ้าง เพราะถ้าเอาชนะไม่ได้ รอบลึก ๆ เราก็ควรเลิกหวังไปได้เลย 

สำหรับผมแล้วไม่ได้เครียดอะไรมากมายเพราะยังมีเกมในบ้านไว้รออีก 2 นัด หวังว่าจะเก็บ 6 แต้มเต็มในบ้านได้ ส่วนเกมนอกบ้านก็ภาวนาให้ทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ไปซ้อมจบสกอร์กันแบบคม ๆ อยากให้ซ้อมจบสกอร์อย่างเดียวได้ไหมช่วงนี้ เรื่องเดียวที่อยากจะขอ

3. แนวรุก ทำอะไรได้บ้างYURI KADOBNOV/GettyImages

ตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลจนถึงตอนนี้ ซึ่งก็ผ่านมาแล้วสักพัก สิ่งหนึ่งที่เห็นมาตลอดคือแนวรุกสปีดนรกของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ใครต่อใครต้องบอกว่ามันสุดยอด เอาจริง ๆ ก็สุดยอดอย่างไม่อวยตัวเองเลย เพราะวูบวาบสร้างสรรค์โอกาสกันได้ตลอด

แต่เดี๋ยวก่อน เราจะเป็นทีมที่สร้างสรรค์โอกาสเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องการประตู ไม่ใช่โอกาสยิง 20-30 ครั้งต่อเกม แล้วสกอร์บอร์ดโชว์แค่ 1 ประตู ต่อให้ชนะ 1-0 มีโอกาสยิงเยอะอย่างที่บอก ก็ไม่ใช่ผลดีกับเราในระยะยาว ๆ  

แรก ๆ หวังว่าอีกสักเดี๋ยวสกิลการจบสกอร์คงเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะ ฟิร์มิโน คาดหวังกับชายคนนี้ไว้มากที่สุดแล้ว เพราะ คล็อปป์ เลือกที่จะใช้เขาเป็น กองหน้าตัวเลือกเบอร์ 1 ของทีม

- ซาดิโอ มาเน

เริ่มจากที่ มาเน พูดโดยรวมจากเกมนี้ ยกให้เป็นดาวเด่นของทีมเลย ยังคงเป็นความหวังที่เราขาดไม่ได้เช่นเคย ก็ยังต้องสงสัยต่อไปว่าทำไม คล็อปป์ ถึงเปลี่ยนออก จะบอกว่าไม่ฟิตก็คงไม่ได้

สถิติหลังเกมของ มาเน

1 แอสซิตส์

1 โอกาสยิง

เลี้ยงบอลผ่านสำเร็จ 5 ครั้ง (สูงที่สุดในเกมนี้)

76 เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ

- โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ไม่ได้หวือหวาจนคาดหวังอะไรได้มาก แต่ฟอร์มโดยรวมเกมนี้ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่ถูกพูดถึงมาก ก็ยังเรื่อย ๆ เช่นเคย

สถิติหลังเกมของ ซาลาห์

6 โอกาสยิง (มากที่สุดในเกมนี้)

เข้ากรอบ 2 ครั้ง ทำได้ 0 ประตู

76 เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ

2. แท้จริงแล้วสิ่งที่ขาดหายคืออะไรDan Mullan/GettyImages

ช่วงตลาดซื้อ-ขาย คล็อปป์ บอกว่าจะไม่ซื้อใครในตำแหน่งกองหน้าเพิ่ม เพราะ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน จะเป็นตัวเลือกแรกของเขาและแน่นอน สเตอร์ริดจ์ จะได้อยู่ต่อ มันทำให้ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ตอนนั้น เพราะต่างก็คิดว่า ฟิร์มิโน, สเตอร์ริดจ์ ดาวรุ่งอย่าง โซลันเก้ ก็น่าเพียงพอแล้ว 

มาถึงตอนนี้ คล็อปป์ คงต้องลดความอีโก้สูงของตัวเอง มองหาศูนย์หน้าดาวยิงที่จบสกอร์ได้แบบคม ๆ ให้ทีมสักที ช่วงตลาดมกราคมที่จะถึงนี้ หวังว่าจะได้เห็นสัก 1 คน เพราะถ้าอย่างนั้น คงต้องมานั่งอ่านสถิติหลังเกมที่มีโอกาสยิง 20-30 ครั้ง แล้วจบลงด้วยการทำประตูแค่ 1-2 ประตู ต่อไปยาว ๆ จนจบซัน

- โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน

มีประโยชน์กับทีม แต่ไม่ใช่ทุกนัด ฟอร์มไม่คงที่ ยังไม่นิ่งพอเป็นตัวความหวังให้กับทีม เกมวันนี้ปั่นป่วนคู่ต่อสู้ได้น้อยมาก ส่วนเรื่องการยิงประตู ก็พอให้อภัยได้ เพราะเขาไม่ใช่กองหน้าอาชีพมาตั้งแต่เริ่มต้น แต่ก็หวังจะพัฒนาได้ 

สถิติหลังเกมของ ฟิร์มิโน

มีโอกาสยิง 3 ครั้ง

เข้ากรอบ 1 ครั้ง ทำได้ 0 ประตู

79 เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ

- แดเนียล สเตอร์ริดจ์

ในเกมที่ทีมจบสกอร์กันไม่ได้ สิ่งหนึ่งที่ม้านั่งสำรองมีคือชายคนนี้ / คล็อปป์ คิดผิดมากนะในความรู้สึก ที่เลือกเปลี่ยนลงไปแทน มาเน ควรจะได้ลงไปแทน ฟิร์มิโน มากกว่า ส่วนเรื่องทัศนคติในเกม ก็อย่างที่เห็น ๆ คือพยายามเล่นคนเดียวจนเกินไป พยายามยิงจากทุกทิศทุกทาง แต่ก็ต้องอย่างนั้นเพราะช่วงท้ายเกม ทีมต้องการสกอร์ จะมามัวต่อบอลกันงึก ๆ งัก ๆ กันอยู่ทำไม สู้ต่อไป สเตอร์ริดจ์

สถิติหลังเกมของ สเตอรริดจ์ ลงสนามในนาทีที่ 71

มีโอกาสยิง 2 ครั้ง

ไม่เข้ากรอบเลยสักครั้ง

1. ฝั่งขวาไม่ทำงานKIRILL KUDRYAVTSEV/GettyImages

การขาดหายไปของ นาธาเนียล ไคลน์ ทำให้ การเติมเกมรุกจากฝั่งขวา ฟอร์มผีเข้าผีออกอยู่บ่อย ๆ นัดไหนเล่นดีก็ดีจับใจ ภาวนาให้ ไคลน์ กลับมาเร็ว ๆ ได้แล้ว จะได้มาช่วย ซาลาห์ 

ส่วนฝั่งซ้ายทำงานกันได้ดี โดยเฉพาะ โมเรโน ที่ต้องชมว่ามีความกระหายมากกว่าเดิมเพิ่มจากซีซันที่แล้วแบบก้าวกระโดด

แม้กระทั่ง ลอฟเลน ที่ยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็คฝั่งซ้าย ก็ทำงานได้เป็นอย่างดี ดีมากที่สุดในเกมรับวันนี้เลย ส่วน คูตินโญ กับ มาเน ก็อย่างที่เห็นทีมขาดไม่ได้เลย