เก็บไว้กับตัวดีกว่ามั้ง...???

เก็บไว้กับตัวดีกว่ามั้ง...???

ใครที่เป็นแฟนหงส์แดง นาทีนี้คงเสียวสันหลังวาบทีเดียวเมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยื่นข้อเสนอซื้อตัวแดเนียล แอ็กเกอร์ กองหลังเลือดเดนส์ของทีมเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ก่อนหน้านี้ปฏิเสธมาตลอด ทว่าถ้าเงินมันล่อใจมากๆก็มีเหตุผลมากพอเหมือนกันที่จะถูกขายออกไป

เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งมองยอดเงินกำไรจากการขายแดเนียล แอ็กเกอร์ 20 ล้านปอนด์ พร้อมกับค่าเหนื่อยที่เรือใบเสนอให้นักเตะประมาณ 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แน่นอนว่าถ้าดูแค่ราคากำไรอื้อ

เราดูในมุมของเหตุผลที่บ่งบอกว่าควรจะเก็บตัวเซ็นเตอร์แบ็กคนนี้ไว้ในถิ่นแอนฟิลด์ต่อไปดีกว่า นั่นเพราะว่าเงินที่ได้มาอาจจะไม่คุ้มค่ากับความพยายามที่จะกลับไปไล่ทีมลุ้นแชมป์ทั้งหลายให้ใกล้ชิดแบบมีลุ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้

ทำลายขุมกำลัง...

ฤดูกาลใหม่ใกล้เข้ามาทุกที ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาใครคนใหม่ที่ลงตัว ขายแอ็กเกอร์ออกไปตอนนี้จะทำให้เกมรับของทีมสั่นคลอนทันที เจมี่ คาร์ราเกอร์ มีแต่จะถดถอย ในขณะที่เซบาสเตียน โคอาเตสและมาร์ติน เคลลี่ ชั้นยังไม่ถึง

เพราะฉะนั้นการไร้แอ็กเกอร์ จะส่งผลกระทบ เกิดช่องโหว่ในแนวรับซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะถมช่องว่างนั้นให้เต็มสนิท สำหรับสาวกหงส์นาทีนี้มันเหมือนการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เริ่มตั้งความหวังเอาไว้ภายใต้การคุมทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส

ถ้าถ้าทีมปล่อยตัวหลักสำคัญออกไป มันดูเหมือนจะบั่นทอนความหวังนั้นทันที นอกจากนี้จะเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้นกับการพยายามไล่เรือใบให้ทันในอนาคต

ตัวแทนขาดคุณภาพ...

แม้ว่าเงินค่าตัวที่ได้จะหนักหนาอยู่ แต่ผลกระทบจากการขายแอ็กเกอร์ก็จะเป็นเรื่องยากเหมือนกันที่จะหาตัวแทนได้อย่างใจ ทีมอื่นรู้ดีลิเวอร์พูลต้องการแก้ปัญหาแบบเร่งด่วน เพิ่งมีเงินและกำลังต้องการตัวอย่างแรง ต้องโก่งค่าตัวกันหน่อย

บางชื่อที่เป็นข่าวว่าเบรนแดน ร็อดเจอร์ส สนใจจะได้ตามมาตรฐานที่แอ็กเกอร์ทิ้งเอาไว้หรือเปล่า แอชลีย์ วิลเลี่ยมส์ อาจจะมีฤดูกาลที่ดีกับสวอนซี และคุ้นเคยรู้มือกับร็อดเจอร์ส แต่กับการมาอยู่ลิเวอร์พูล วิลเลี่ยมส์ จะยกระดับตัวเองได้แบบข้ามคืนคงไม่ใช่ง่ายๆ

การกลับไปหาเด็กเก่ามันก็ดีอยู่ในกรณีที่รู้มือกัน แต่ถ้ามากเกินไปมันก็ไม่ใช่ อะไรก็เล็งไปที่สวอนซี อีกหน่อยลิเวอร์พูลก็มีผลงานประมาณสวอนซีเท่านั้นเอง

หรือชื่ออื่นอย่างมัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ กองหลังดอร์ทมุนด์ แน่นอนว่าไม่มีเหตุผลอะไรเข้าท่าเลยกับการทิ้งดอร์ทมุนด์มาอยู่กับลิเวอร์พูลในตอนนี้ ทว่านั่นก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่ฮุมเมิ่ลส์จะเซ็นสัญญาแบบยาวๆกับดอร์ทมุนด์ถึง 6 ปี

ลิเวอร์พูลไม่ใช่ทีมที่จะสามารถเอาชื่อเสียงในอดีตมาจูงใจนักเตะได้อีกต่อไป หรืออาจจะยังใช้ได้อยู่แต่ก็คงอีกไม่นาน นอกจากนี้ยังเป็นทีมที่ไม่สามารถสู้เรื่องเงินทองกับทีมอย่างเรือใบ,ผีแดงและเชลซีได้ เพราะฉะนั้นไม่ง่ายเลยกับการปิดช่องว่างที่เกิดขึ้น

คู่ขาสเคอร์เทล...

แดเนียล แอ็กเกอร์ ยืนคู่เซ็นเตอร์แบ็กกับมาร์ติน สเคอร์เทล กุนซือคนไหนในพรีเมียร์ ลีก ก็อยากมีคู่กองหลังแบบนี้ สไตล์ของแอ็กเกอร์สามารถสตาร์ตเกมรุกของลิเวอร์พูลจากแดนหลังได้เลย มีการเติมขึ้นมาตะบันด้วยอีซ้ายเป็นระยะอีกต่างหาก

ในขณะที่สเคอร์เทลเป็นประเภทบู๊ล้างผลาญ เป็นตัวปกป้องพื้นที่กรอบเขตโทษ พร้อมกับออปชั่นที่มีบ่อยขึ้นกับการเล่นเกมรุกด้วยการเติมทุกจังหวะที่มีโอกาส

ความลงตัวของแอ็กเกอร์กับสเคอร์เทลในตอนนี้ เหมือนกับผีแดงที่มีริโอ เฟอร์ดินานด์ยืนคู่กับเนมานย่า วีดิช สร้างความมั่นใจให้กับทีมได้เป็นอย่างดี

สเคอร์เทลบอกเอาไว้ว่าความเข้าใจของเขากับแอ็กเกอร์ก็คือการทำงานร่วมกันแบบรู้ใจ ถ้าแอ็กเกอร์ยังคงเล่นคู่กับสเคอร์เทล จะส่งผลดีต่อเกมของเบรนแดน ร็อดเจอร์สแน่นอน อาจจะเห็นอะไรดีๆกันมากขึ้นก็ได้

ขาดประสบการณ์...

11 ตัวจริงในสนามของลิเวอร์พูลไม่ถึงกับขี้เหร่อะไรมากมาย พอสู้กันได้ในระดับหนึ่ง แต่ที่ขาดมากๆและเป็นปัญหาที่เรื้อรังอย่างหนึ่ง คือลิเวอร์พูลมีขุมกำลังข้างสนามที่ค่อนข้างอ่อนเมื่อเทียบกับคู่แข่งทีมอื่นๆ กำลังพลเชิงลึกแบบนี้ถ้าจะดูจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้,เชลซีหรือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่าคนละเรื่องกันเลย

นักเตะอย่างมาร์ติน เคลลี่หรือจอน ฟลานาแกน อาจจะดูมีศักยภาพและเริ่มต้นที่จะสร้างชื่อสร้างผลงานเพื่อเสนอชื่อตัวเองแย่งตำแหน่งด้วยคน

แต่ถ้าลิเวอร์พูลคิดจะเปลี่ยนแปลงผู้เล่นโดยหวังจะดันตัวดาวรุ่งหรือตัวที่มีแววเข้ามาแทนที่ มาร์ติน เคลลี่ อาจจะดูดีมีทรงที่พอจะเข้าท่าหน่อย

ได้รับการเรียกตัวติดทีมสิงโตคำรามมาแล้ว จะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ยังไงก็น่าจะมีดีบ้าง แต่การจะเลือกมาร์ติน เคลลี่ แทนที่แดเนียล แอ็กเกอร์ โดยประยุกต์การยืนตำแหน่งระหว่างแบ็กขวาและเซ็นเตอร์แบ็กกันหน่อย มันก็มีปัญหาที่น่าจะเกิดขึ้นแน่นอน

การดันขึ้นไปแบบสุดตัวขนาดนั้น ย่อมเกิดแรงกดดันขนานใหญ่โถมเข้าใส่มาร์ติน เคลลี่ รับมือไหวหรือเปล่า อย่างน้อยๆเขาก็ยังคงต้องการเวลาเพื่อพัฒนาตัวเอง

เหมาะสมกับระบบของร็อดเจอร์ส...

ในช่วงเวลาที่รอย ฮอดจ์สัน เข้ามาคุมทีม แดเนียล แอ็กเกอร์ ค่อนข้างมีปัญหากับแนวคิดแต่ก็ยังเอาตัวรอดมาได้ด้วยดี ทว่าในช่วงที่เคนนี่ ดัลกลิช เข้ามาแทนที่ แอ็กเกอร์สามารถรักษามาตรฐานการเล่นที่คงเส้นคงวาเอาไว้ได้ต่อเนื่อง

สไตล์ของฟุตบอลเข้าทางและมีโอกาสที่จะเล่นบอลมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่หวดกันสนั่นหวั่นไหวอย่างเดียว เคนนี่ ดัลกลิช ให้เครดิตแอ็กเกอร์ค่อนข้างมาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็น่าจะคิดแบบนั้นเหมือนกัน เพราะสไตล์ของแอ็กเกอร์ถือว่าเหมาะอย่างยิ่งกับร็อดเจอร์ส

บอลสไตล์นี้ทีมสามารถขึ้นเกมรุกจากแนวรับได้เลยไม่ต้องเสียเวลาให้การปั้นด่านแรกต้องเป็นหน้าที่ของมิดฟิลด์ นี่คือจุดแข็งของแดเนียล แอ็กเกอร์ ที่เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ทราบดี ปรัชญาการเล่นบอลบนพื้น เคลื่อนที่ต่อเนื่องและรวดเร็วของร็อดเจอร์ส จำเป็นต้องมีแอ็กเกอร์อยู่ในทีม นั่นจะทำให้การเริ่มต้นฤดูกาลแรกในถิ่นแอนฟิลด์ราบรื่นมากขึ้น

สุดท้ายแล้วลิเวอร์พูลจะขายหรือไม่ก็คงต้องปล่อยไปตามนั้น ทว่าตามเหตุที่ควรจะเป็นแล้ว แดเนียล แอ็กเกอร์ น่าจะสำคัญมากๆกับการออกสตาร์ตฤดูกาลแรกในฐานะกุนซือทีมหงส์แดงของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส