ความสำเร็จที่มาพร้อมกับดาบสองคม

ความสำเร็จที่มาพร้อมกับดาบสองคม
Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

สำหรับกีฬาโอลิมปิก เชื่อว่านักกีฬาทุกคนอยากได้ชัยชนะและคว้าเหรียญมาคล้องคอตัวเองให้ได้ เพราะถือว่าเป็นความสำเร็จสูงสุดของอาชีพนักกีฬาเลยทีเดียว

ยิ่งถ้าเป็นนักกีฬามาจากประเทศที่กำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนา รวมทั้งชาติเล็กที่ไม่ได้เป็นมหาอำนาจนั้นก็หมายถึงชื่อเสียง เงินทอง และอนาคตที่สดใสรออยู่เมื่อกลับถึงประเทศของตัวเอง

ยกตัวอย่างเช่น นักกีฬาจากจีนที่เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกประมาณ 1.3 พันล้านคน ซึ่งการแข่งขันเอาแค่ภายในมณฑลของตัวเองก็ลำบากแล้ว กว่าจะมาคัดตัวในระดับมณฑลต่างๆ เพื่อหาตัวแทนของประเทศมาแข่งในกีฬาโอลิมปิกก็เรียกว่าเลือดตาแทบกระเด็น

แถมนักกีฬาจากประเทศจีนเกือบทั้งหมดต้องเสียสละเวลาชีวิตในวัยเด็กหรือวัยรุ่นของตัวเองเพื่อมาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมกีฬาที่ตัวเองถนัดในสถาบันที่เป็นของรัฐบาล รวมทั้งต้องฝ่าฟันคู่แข่งภายในประเทศก่อนถึงจะได้รับคัดเลือกมาร่วมชิงชัยในกีฬาโอลิมปิก

พอนักกีฬาจากจีนได้เหรียญกลับมาสิ่งที่รออยู่คือความก้าวหน้าในอาชีพการงาน มีเงินมีทองรวมทั้งที่อยู่จากรัฐบาลหรือสิทธิพิเศษต่างๆ ในฐานะที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ วันนี้อยากเขียนถึงนักกีฬาทั้งหลายที่ประสบความสำเร็จว่าเป็นยังไง

พอได้ดูบทสัมภาษณ์ของ "น้องแต้ว" พิมศิริ ศิริแก้ว นักกีฬายกน้ำหนักดีกรีเหรียญเงินของไทยในโอลิมปิกครั้งนี้ออกมาพูดว่ากลับมาประเทศไทยคราวนี้ไม่รู้จะทำตัวยังไงดี เพราะไม่เคยคิดว่าจะกลายมาเป็นคนมีชื่อเสียงในชั่วข้ามคืน

สิ่งที่น้องแต้วพูดออกมาเชื่อว่านอกจากความรู้สึกดีใจแล้วน่าจะมีความรู้สึกหวาดวิตกกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อเดินทางถึงบ้านเกิดเป็นแน่แท้ เนื่องจากน้องแต้วกลับมาคราวนี้มีทั้งชื่อเสียงเงินทองไหลเข้ามาและได้มีโอกาสไปเดินสายโชว์ตัวในรายการต่างๆ ซึ่งหมายถึงค่าตัวที่ได้รับเป็นเงินมหาศาลจนสามารถยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัวตัวเองได้อย่างสบายเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ถ้ามาย้อนดูความสำเร็จที่น้องแต้วได้มาก็ต้องแลกกับความเสียสละชีวิตส่วนตัวในวัยเด็กหรือวัยรุ่นไปเหมือนกัน ไม่ต่างจากชีวิตของนักกีฬาจากจีนแผ่นดินใหญ่เลย เพราะน้องแต้วต้องใช้เวลาฝึกซ้อมอยู่ในแคมป์ของ กกท.หรือแคมป์ยกน้ำหนักทีมชาติ ต้องจากจังหวัดบ้านเกิดของตัวเองเพื่อมาเข้าโรงเรียนกีฬาในจังหวัดชลบุรีเพื่ออนาคตของตัวเองในชีวิตการเป็นนักกีฬา

ดังนั้นผลลัพธ์ที่น้องแต้วได้รับถือว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่เสียสละไปเพื่อชาติ แต่ต่อจากนี้ต้องเอาใจช่วยน้องแต้วให้เดินทางที่ถูกต้อง เพราะมีนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จในเวทีโอลิมปิกกลับมาก็เปลี่ยนเป็นคนละคน

จากที่เคยมีระเบียบวินัยตั้งใจฝึกซ้อมก็กลายเป็นคนสำมะเลเทเมา ขี้เกียจฝึกซ้อมจนสุดท้ายเงินที่ได้มามากมายจากความสำเร็จก็หมดจนกลายเป็นคนที่มีฐานะยากลำบาก เพื่อนฝูงที่เคยมีหรือญาติพี่น้องที่มีหลายคนก็กลับกลายเป็นไม่มี ซึ่งเป็นสัจธรรมที่แฟนกีฬาหลายคนก็เห็นตัวอย่างมานักต่อนักแล้ว

ก็อยากเอาใจช่วยน้องแต้ว ถึงแม้ว่าจะมีความสำเร็จเหรียญเงินคล้องคอมา แต่ด้วยอายุที่น้อยทำให้อนาคตโอกาสที่ประสบความสำเร็จในกีฬายกน้ำหนักยังมีอยู่ทั้งในระดับภูมิภาคหรือรอกลับไปลุ้นเหรียญทองโอลิมปิกให้ได้อีกครั้งในอีกสี่ปีข้างหน้า จึงหวังให้น้องแต้วกลับมาแล้วตั้งใจฝึกซ้อมมากกว่าเดิม

และเดินตามระเบียบวินัยที่ทางผู้ใหญ่วางไว้รวมทั้งอย่าขี้เกียจหรือใช้เงินจนหมด รับรองสิ่งที่ได้มาวันนี้ถือว่าเล็กน้อยมากถ้าเทียบกับสิ่งที่เกิดจากความตั้งใจหลังกลับมาในอนาคต ซึ่งน้องแต้วอาจจะคว้าเหรียญทองได้ตามที่หวัง

สุดท้ายนี้ ชีวิตนักกีฬาอยู่ไม่ยืด อย่างมากก็แค่สิบปีก็ไม่สามารถจะสู้กับคลื่นลูกใหม่ที่ซัดเข้ามา หรือพละกำลังก็ถดถอยไปเรื่อย ทำให้ความสำเร็จบางทีอาจจะเป็นดาบสองคมที่คอยทิ่มแทงอนาคตของนักกีฬาประเภทที่ดังแล้วลืมตัวครับ